ธุรกิจและการเงิน

แก้ปัญหาแบบ 5 WHYs

Published 29 ส.ค. 2018

By สิทธิพงศ์ ศิริมาศเกษม

5WHYs-biz-buzz-Rabbit-Today-banner

จากครั้งที่แล้วที่ได้พูดถึงวิธีการแยกแยะปัญหา และจัดลำดับความสำคัญ เพื่อทำให้เรารู้ว่าควรจะแก้ไขปัญหาไหนก่อน-หลัง แต่เรียงลำดับได้แล้ว รู้ว่าจะแก้อย่างไรได้แล้ว แล้วทำอย่างไรต่อ

วันนี้จะมาพูดถึง ‘วิธีการแก้ปัญหา’

วิธีการแก้ปัญหาที่ดีที่สุดคือการมองลึกลงไปที่ตัวปัญหาที่เกิดขึ้นก่อน หลายคนพยายามมองหาทางออก หาทางแก้ไข แต่ทำไม่ได้เพราะมองที่ตัวต้นเหตุของปัญหาไม่มากพอ 

คราวที่แล้วผมได้นำคำพูดของไอน์สไตน์ที่พูดไว้ว่า…ถ้าไอน์สไตน์มีเวลา 1 ชั่วโมงในการแก้ไขปัญหา เขาจะใช้เวลา 55 นาที กับการมองที่ปัญหา ส่วนอีก 5 นาทีที่เหลือค่อยมองถึงหนทางในการแก้ไข 

"If I had an hour to solve a problem, I’d spend 55 minutes thinking about the problem and 5 minutes thinking about solutions.” 

แต่วิธีการมองลึกลงไปที่ปัญหาเราจะทำได้อย่างไร

ผมมีวิธีแก้ปัญหาแบบ 5 WHYs มาเล่าสู่

5 WHYs คือหนึ่งในวิธีการวิเคราะห์ปัญหาที่เริ่มต้นโดยคุณซะกิชิ โทะโยะดะ หรือบิดาแห่งการปฏิวัติวงการอุตสาหกรรมญี่ปุ่น ถ้าหากอ่านชื่อแล้วคุ้นๆ ก็ต้องบอกว่า คุณคุ้นได้ถูกต้องแล้ว เขาคือคุณพ่อของคุณคิอิชิโร โทะโยะดะ ผู้ก่อตั้งบริษัท โตโยต้า มอเตอร์ คอร์ปอเรชั่น 

หลักการของ 5 WHYs นั้นไม่ได้ยากอะไร ชื่อของมันก็บอกวิธีการใช้อย่างตรงไปตรงมา 5 WHYs คือการตั้งคำถามว่า ‘ทำไม’ ต่อเนื่องไป 5 ครั้ง 

ยกตัวอย่างเช่น…

ปัญหาคือ เงินเดือนใช้ไม่พอ... 

ทำไมถึงใช้ไม่พอ…เพราะโดนหักเงินเดือน 

ทำไมถึงโดนหักเงินเดือน…เพราะมาทำงานสาย 

ทำไมถึงมาทำงานสาย…เพราะตื่นสาย 

ทำไมถึงตื่นสาย…เพราะนาฬิกาไม่ปลุก 

ทำไมนาฬิกาไม่ปลุก…เพราะถ่านหมด 

เมื่อถามว่า ‘ทำไม’ 5 ครั้ง เราก็จะพบต้นตอของปัญหา ซึ่งก็ถือถ่านใส่นาฬิกาที่ทำให้สุดท้ายเราได้รับเงินเดือนไม่พอใช้ 

อย่างไรก็ตาม หลายคนให้ความเห็นว่า บางครั้ง แค่ 5 WHYs นั้นไม่เพียงพอ ถ้ายังมองไปไม่เห็นถึงปัญหาที่แท้จริง เราอาจจะไปจบที่ 8 หรือ 10 หรือ 15 WHYs เลยก็ได้ 

แต่ส่วนตัวผมกลับมองเห็นว่า การตั้งไว้ที่ 5 WHYs กลับเป็นเรื่องดี อย่างน้อยก็ให้เรากำหนดความ ‘ลึก’ ของการวิเคราะห์ปัญหาด้วยว่า ต้องถามอย่างต่ำ 5 ครั้ง ไม่ใช่ว่าถามแค่ 2 ครั้ง แล้วก็คิดว่านั่นคือปัญหาแล้ว 

5 WHYs เป็นหนึ่งในหลายๆ วิธีการแก้ปัญหา ลองนำไปใช้กับการทำงานดู เพราะเราจะแก้ปัญหาไม่ได้เลยถ้าเราไม่รู้จักปัญหาครับ



Advertising