ธุรกิจและการเงิน

อเมริกากับจีนตีกัน โอกาสไทยรับส้มหล่น

Published 18 พ.ย. 2018

By นพนันท์ อรุณวงศ์ ณ อยุธยา

america-china-biz-buzz-Rabbit-Today-banner

หลังจากประธานาธิบดีทรัมป์ประกาศใช้นโยบายช็อคโลกด้วยการตั้งกำแพงสินค้านำเข้าสินค้าจากจีนโดยไม่สนหน้าอินทร์หน้าพรหม จีนก็ตอบโต้ด้วยวิธีเดียวกัน

เมื่อ 2 ยักษ์ใหญ่ผู้กุมเศรษฐกิจโลกเข้าห้ำหั่นกันทางการค้า โดยใช้วิธีที่มองเผินๆ แล้วเหมือนกับเด็กไม่รู้จักโตทะเลาะกัน ซึ่งไม่เพียงอาจจะทำให้เกิดหายนะกับเศรษฐกิจของทั้ง 2 ฝ่าย แต่ทั้งโลกก็กระเทือนตามไปด้วย 

ตลาดหุ้นทั่วโลกร่วงกันระนาว และยังคงร่วงอย่างต่อเนื่อง เมื่อประธานาธิบดีทรัมป์ประกาศขู่ซ้ำอีกครั้งว่าจะตั้งกำแพงภาษีนำเข้าสินค้าจากจีนเพิ่ม ในรายการสินค้าที่เหลือ ซึ่งจะมีมูลค่าคิดภาษีอีก 250,000 ล้านดอลล่าร์สหรัฐฯ หลังจากที่เรียกเก็บไปแล้ว 500,000 ล้านดอลล่าร์สหรัฐฯ

ทันทีที่ทรัมป์ประกาศคำขู่เมื่อวันที่ 29 ตุลาคมที่ผ่านมา ดัชนี S&P 500 ก็ร่วงลงไป 2.1% และตลาดหุ้นฮ่องกงร่วงไปอีก 0.9%

ทั่วโลกจึงกำลังเฝ้าจับตาการประชุม G20 ในเดือนพฤศจิกายนนี้ ซึ่งประธานาธิบดีทรัมป์และประธานาธิบดีสีจิ้นผิงจะเจรจากันว่าผลลัพธ์จะเป็นอย่างไร

แต่ในระหว่างนี้ ภาคเอกชนของทั้ง 2 ฝ่ายก็เตรียมขยับหนีกันเรียบร้อย

อเมริกากับจีนตีกัน โอกาสไทยรับส้มหล่น,ธุรกิจและการเงิน,Rabbit Today

SCMP สำรวจพบว่า

72% ของบริษัทที่มี Supply Chain Sourcing ในจีนกำลังย้าย Sourcing ออกจากจีน

ขณะที่ 77% ของบริษัทที่มี Supply Chain Sourcing ในสหรัฐอเมริกาก็กำลังจะย้าย Sourcing ออกจากสหรัฐอเมริกา

70% ของบริษัทอเมริกันที่มีฐานการผลิตในจีนกำลังจะย้ายออกจากจีน

ขณะที่ 60% ของบริษัทจีนที่มีฐานการผลิตในสหรัฐอเมริกาก็กำลังจะย้ายออกจากสหรัฐฯ

67% ของบริษัทที่จะลงทุนในจีนยกเลิกหรือเลื่อนการลงทุน

ขณะที่ 66% ของบริษัทที่จะลงทุนในสหรัฐฯ ก็ทำเช่นเดียวกัน

อเมริกากับจีนตีกัน โอกาสไทยรับส้มหล่น,ธุรกิจและการเงิน,Rabbit Today

แผนการทั้งหมดนั้นไม่ใช่จะทำกันเพียงแค่ระยะสั้นๆ แต่ถูกวางแผนระยะยาวไม่น้อยกว่า 15 ปี เรียกได้ว่า ย้ายกันขาด จากกันยาว ไม่ว่าบริษัทที่ลงทุนในจีน หรือบริษัทที่ลงทุนในสหรัฐอเมริกา

สำคัญที่สุดก็คือ เป้าหมายใหม่ในการลงทุนและการซื้อวัตถุดิบซึ่งจะมาแทนที่ทั้งในสหรัฐอเมริกาและจีนนั้นกำลังจะย้ายไปที่ ‘เอเซียตะวันออกเฉียงใต้’ เป็นหลัก โดยประเทศที่ถูกมองเป็นเป้าหมายอันดับแรกๆ คือ ไทย เวียดนาม และกัมพูชา

แต่อุปสรรคสำคัญ คือ ความพร้อมทางด้านสาธารณูปโภคและทักษะแรงงานระดับสูง ซึ่งทำให้บริษัทต่างๆ ยังไม่มั่นใจนัก

เมื่อโอกาสทองมาถึง รัฐบาลและภาคเอกชนก็ควรจะต้องปรับตัวและวางยุทธศาสตร์เชิงรุกอย่างเร่งด่วน เพื่อช่วงชิงส้มหล่นมูลค่ามหาศาลนี้ต่อไป



Advertising