ธุรกิจและการเงิน

นกน้อยทำรังแต่พอตัว

Published 25 เม.ย. 2019

By ดร.ธนาวัฒน์ สิริวัฒน์ธนกุล

are-you-ready-to-buy-a-house-or-condo-biz-buzz-Rabbit-Today-banner

ตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2562 เป็นต้นมา มาตรการ LTV (Loan to Value) ได้มีผลบังคับใช้เรียบร้อยแล้ว มาตรการกำกับดูแลสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยที่ธนาคารแห่งประเทศไทยบังคับใช้เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดฟองสบู่ เก็งกำไรอสังหาริมทรัพย์ โดยจะกำหนดให้การผ่อนที่อยู่อาศัย 2 หลังขึ้นไปพร้อมกัน และมีราคาเกินกว่า 10 ล้านบาท ต้องมีการวางเงินดาวน์ 20-30%

แต่สำหรับใครที่ไม่ได้คิดจะเก็งกำไรอสังหาริมทรัพย์ แต่กำลังอยากมีบ้านสักหลังหรือคอนโดมิเนียมสักห้องเป็นของตนเอง ผมมีคำถามง่ายๆ อยู่ไม่กี่ข้อให้คุณตอบ เพื่อสำรวจดูความพร้อมของตัวเองว่า พร้อมจะซื้อบ้านหรือคอนโดฯ แล้วหรือยัง

1. คุณคิดว่ารายได้ที่ได้รับอยู่ในปัจจุบันมีความมั่นคงหรือไม่ และรายได้ที่คาดว่าจะได้รับในอนาคตมีมาก-น้อยเพียงใด และแน่นอนหรือไม่ ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ขึ้นอยู่กับหน้าที่การงานของคุณนั่นเอง

2. คุณคิดว่ารายจ่ายที่คุณมีภาระในปัจจุบันน้อยไปอีกหรือไม่ อย่าลืมสำรวจรายจ่าย ไม่ว่าจะเป็นค่าใช้จ่ายประจำ อย่างเช่น ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าโทรศัพท์ ค่าอาหาร ค่าใช้จ่ายจิปาถะอื่นๆ การผ่อนชำระหนี้สินที่ยังคงค้างอยู่ ไม่ว่าจะเป็นค่าผ่อนรถ ค่าเบี้ยประกันต่างๆ นอกจากนั้นเรายังต้องคำนึงถึงค่าใช้จ่ายที่คาดว่าอาจจะเกิดขึ้นในอนาคต ไม่ว่าจะเป็นค่าเสื้อผ้า ค่าเลี้ยงดูคู่สมรส (ในกรณีที่คุณคิดว่าเมื่อเป็นเจ้าของบ้านแล้วก็คงจะพร้อมที่จะสละโสดมาเป็นผู้นำครอบครัว) ค่านม และค่าเล่าเรียนบุตรธิดาที่อาจจะตามมาในอนาคต และที่สำคัญอย่าลืมค่าใช้จ่ายที่จะตามมากับบ้านหลังใหม่ ไม่ว่าจะเป็นค่าเฟอร์นิเจอร์ ค่าดูแลสวนสวยที่อาจจะทำให้เครดิตของคุณไม่สวยอีกต่อไป

3. คุณคิดว่าคุณมีเครดิตดีพอที่จะได้รับสินเชื่อหรือไม่ โดยปกติธนาคารหรือสถาบันการเงินจะพิจารณาความเหมาะสมในการให้สินเชื่อกับบุคคลต่างๆ จากปัจจัยต่อไปนี้ Character - คุณสมบัติของผู้ขอกู้, Capacity - ศักยภาพในการชำระคืนเงินกู้, Collateral - หลักทรัพย์ค้ำประกัน, Capital - เงินทุนหรือความมั่งคั่งของผู้กู้ และ Condition - สภาวะทางเศรษฐกิจในขณะนั้นๆ

4. นอกจากนี้ เรายังอาจจะต้องดูความพร้อมของตัวเอง โดยการถามตัวเองถึง ความสามารถในการนำค่าผ่อนชำระบ้านไปหักลดหย่อนภาษี ความคุ้มค่าในการเช่าบ้าน (สำหรับคนที่เช่าบ้านอยู่ในปัจจุบัน) ว่าค่าเช่าถูกหรือแพงเพียงใด คุณคิดว่าจะมีการย้ายที่ทำงานอีกหรือไม่ในอนาคตอันใกล้ ซึ่งจะส่งผลต่อการเดินทางระหว่างบ้านและที่ทำงาน แนวโน้มของราคาบ้านและที่ดินในอนาคต แนวโน้มของอัตราดอกเบี้ยในอนาคต เพราะอัตราดอกเบี้ยที่เพิ่มขึ้นจะส่งผลต่อการผ่อนชำระรายเดือนของคุณ และสุดท้ายคุณคงต้องถามตัวเองว่าพร้อมที่จะดูแลบ้านหลังใหม่ของคุณหรือไม่ คุณพร้อมที่จะใช้เวลาในวันหยุดสุดสัปดาห์เพื่อถางหญ้าในสวน กวาดบ้านถูบ้านล้างห้องน้ำหรือไม่

มีหลักง่ายๆ เบื้องต้นในการพิจารณาถึงค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับบ้านของคุณ ก็คือว่าพยายามอย่าให้ค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวกับบ้านที่จะต้องผ่อนชำระในแต่ละเดือนสูงกว่า 25-30% ของรายรับในแต่ละเดือน อย่างไรก็ดีสัดส่วนนี้เป็นเพียงตัวเลขคร่าวๆ ซึ่งอาจจะแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล เนื่องจากความแน่นอนของรายรับ และลักษณะการใช้จ่ายอาจจะแตกต่างกันไปในแต่ละคน  

ดังนั้น ในการเลือกซื้อบ้านก็อย่าลืมคำนึงถึงความสามารถในการผ่อนชำระคืนเงินกู้ของคุณด้วยนะครับ วันนี้เราอาจจะซื้อบ้านได้หลังไม่ใหญ่มาก แต่ในอนาคตเมื่อมีเงินมากขึ้น เราก็อาจจะค่อยๆ ขยับขยายซื้อบ้านที่ใหญ่โตขึ้นได้อีก 

มีสุภาษิตไทยอยู่บทหนึ่งที่ผมคิดว่ายังใช้ได้อยู่เสมอก็คือว่า ‘นกน้อยทำรังแต่พอตัว’ ผมคิดว่าความสำคัญไม่ได้อยู่ที่ว่า บ้านของคุณมีเนื้อที่กี่ไร่ มีห้องนอนกี่ห้อง มีบริเวณจัดสวนหรือไม่ มีสระว่ายน้ำหรือเปล่า แต่มันขึ้นอยู่กับว่าคุณสามารถทำให้บ้านของคุณกลายเป็นวิมานเป็นสวรรค์ให้กับสมาชิกทุกคนภายใต้บ้านหลังนั้นหรือไม่ต่างหากครับ



Advertising