ธุรกิจและการเงิน

4 หัวใจการเงิน...ได้เสียเรียลิตี้ (ตอนสุดท้าย)

Published 30 ม.ค. 2019

By ดร.ธนาวัฒน์ สิริวัฒน์ธนกุล

asset-4-biz-buzz-Rabbit-Today-banner

4 หัวใจการเงิน เดอะซีรีส์ สำหรับตอนนี้ ฟังชื่อแล้วอาจดูวาบหวาม นึกไปถึงคลิปหลุดแอบถ่าย ที่แชร์กันว่อนทางอินเทอร์เน็ต แต่อย่าคิดลึกครับ บทความเดอะซีรีส์ 4 หัวใจการเงินตอนนี้เราจะมุ่งเน้นไปที่ 2 หัวใจสุดท้ายของเศรษฐี เส้นทางสู่ทำเนียบคนรวยจำเป็นต้อง ‘ได้’ เงินมาก่อน และรู้จักระวังไม่ให้ ‘เสีย’ เงินไปโดยไม่จำเป็น

การติดตามรายได้และรายจ่าย จึงไม่แตกต่างอะไรไปจากการตามถ่ายคลิปหรือรายการโชว์เรียลิตี้ต่างๆ ที่นักการเงินจะรวบรวมข้อมูลจาก 3 แหล่งรายได้ และ 4 แหล่งรายจ่าย เพื่อให้เห็นถึงพฤติกรรมการหาและใช้จ่ายเงินของเรา โดยที่เราอาจจะไม่เคยรู้ตัวมาก่อนเลย

หัวใจของการปรับปรุงแก้ไขสถานะทางการเงินของเราให้มั่งคั่งมากขึ้นและมีความมั่นคง จึงต้องเริ่มต้นจากการเก็บรวบรวมข้อมูลว่า ในแต่ละวันแต่ละเดือนนั้นคุณมีรายได้มากน้อยเท่าไร มีรายจ่ายที่มากกว่าหรือน้อยกว่ารายได้อย่างไรบ้าง

ซึ่งถ้าคุณมีการจดบันทึกอย่างต่อเนื่องเป็นปีๆ ก็จะช่วยทำให้เห็นการเคลื่อนไหวทางการเงินในอดีตของคุณชัดเจนขึ้นว่า รายได้ที่บันทึกในแต่ละเดือนนั้นมีความแน่นอนเพียงใด และรายจ่ายที่เกิดขึ้นส่วนใหญ่แล้วเป็นรายจ่ายประจำ หรือรายจ่ายผันแปรที่เกิดขึ้นเฉพาะครั้งเฉพาะคราวไป 

จะว่าไปแล้วก็ไม่ต่างอะไรกับการจดไดอารี่ทางการเงิน ผ่านการถ่ายบันทึกวิดีโอของคุณนั่นเอง บันทึกรายรับรายจ่ายดังกล่าว เรียกเฉพาะเจาะจงทางการเงินว่า ‘งบกระแสเงินสดส่วนบุคคล (Personal Cash Flow Statement)

รายได้ที่เป็นต้นทางของเงินอาจจำแนกตามแหล่งที่มาได้ดังนี้

1. รายได้จากการทำงาน เช่น เงินเดือน ค่าจ้าง ค่าล่วงเวลา ค่านายหน้า ค่าคอมมิสชั่น โบนัส 

2. รายได้จากการลงทุน เช่น ดอกเบี้ย เงินปันผล รายได้จากค่าเช่า  

3. รายได้อื่นๆ เช่น รายได้จากการขายสินทรัพย์ มรดก เงินคืนภาษี เงินรางวัลสลากกินแบ่ง 

อย่างไรก็ตามการหารายได้เข้ามาได้มาก ไม่ได้หมายความว่าเราจะเป็นคนรวยเสมอไป เพราะถ้าหามาได้แล้วเสียไปกับค่าใช้จ่าย มากกว่ารายได้ที่หามา คนรวยก็อาจตกสวรรค์ไปเป็นคนจนได้เช่นกันครับ

4 หัวใจการเงิน...ได้เสียเรียลิตี้ (ตอนสุดท้าย),ธุรกิจและการงาน,Rabbit Today

รายจ่ายต่างๆ ของแต่ละคนอาจมีรูรั่วที่เสียไปกับทั้งรายการที่จำเป็นและไม่จำเป็น ดังนั้นเราจึงต้องติดตามและระมัดระวังไม่ให้เงินทองที่หามาได้อย่างยากเย็นต้องเสียไปโดยไม่จำเป็น ทั้งนี้รายจ่ายต่างๆ ของแต่ละคนอาจจำแนกได้ดังนี้

1. ภาษีและภาระผูกพันจากการจ้างงาน เป็นค่าใช้จ่ายที่ถูกหักจากรายได้ก่อนที่จะถึงมือของแต่ละคน ได้แก่ ภาษี เงินสะสมกองทุนประกันสังคม เงินสะสมกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ เป็นต้น

2. เงินออมและเงินลงทุน เป็นค่าใช้จ่ายที่ต่อไปนี้อยากให้คนที่อยากจะรวยแต่ละคน ต้องหักออกมาจากเงินเดือนที่ได้รับจริงหลังจากหักภาษีและภาระผูกพันจากการจ้างงาน เพราะถ้าหากรอให้เหลือจากการใช้จ่าย แล้วค่อยมาออมหรือลงทุน คุณอาจพบว่า จนถึงวันที่เกษียณออกจากงานที่ทำ อาจยังไม่สามารถออมหรือลงทุนได้ตามที่ตั้งใจเลยแม้แต่น้อย 

3. รายจ่ายคงที่ เป็นค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นเป็นประจำสม่ำเสมอ เราสามารถที่จะคาดการณ์จำนวนและระยะเวลาที่ต้องชำระได้อย่างแน่นอน รายจ่ายคงที่ที่สำคัญๆ อาจได้แก่  

  • ค่าเช่าต่างๆ เช่น ค่าเช่าที่พักอาศัย 
  • เงินผ่อนชำระต่างๆ เช่น เงินผ่อนชำระการเช่าซื้อรถในแต่ละงวด ค่าผ่อนชำระการจดจำนองเงินกู้ซื้อที่พักอาศัย
  • ค่าเบี้ยประกันภัย ประกันชีวิต 

4. รายจ่ายผันแปร เป็นค่าใช้จ่ายที่เป็นเงินสดที่เกิดขึ้นเป็นครั้งคราว ซึ่งคุณไม่สามารถจะคาดการณ์ล่วงหน้าได้อย่างแน่นอน แต่จริงๆ แล้วคุณจะสามารถควบคุมได้ทั้งจำนวนและระยะเวลาที่ต้องชำระ รายจ่ายผันแปรที่สำคัญๆ ได้แก่ 

  • ค่าใช้จ่ายอุปโภคบริโภคต่างๆ เช่น ค่าอาหาร ค่าสบู่ ค่ายาสีฟัน
  • ค่าใช้จ่ายสาธารณูปโภคต่างๆ เช่น ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าโทรศัพท์ 
  • ค่าใช้จ่ายในการเดินทางและพาหนะ เช่น ค่ารถโดยสาร ค่าน้ำมัน
  • ค่าใช้จ่ายนันทนาการ เช่น ค่าตั๋วภาพยนตร์ ค่าเทปเพลง ค่าใช้จ่ายในการท่องเที่ยว
  • ค่ารักษาพยาบาลต่างๆ เช่น ค่ายา ค่าทำฟัน
  • ค่าใช้จ่ายในการศึกษา เช่น ค่าเล่าเรียน ค่าหนังสือ
  • ค่าใช้จ่ายในการเสริมสวยเสริมหล่อต่างๆ เช่น ค่าเสื้อผ้า ค่าเครื่องสำอาง ค่าอาหารเสริมวิตามิน
  • ค่าใช้จ่ายอื่นๆ เช่น ค่าทำบุญ ค่าของขวัญ

เพียงแค่เราเข้าใจถึงความสำคัญของ 4 หัวใจการเงิน รู้จักสะสมสินทรัพย์ และกระจายเก็บสินทรัพย์ให้หลากหลายรูปแบบ รู้จักข่มใจไม่กู้หนี้โดยไม่จำเป็น รู้จักขวนขวายหารายได้ให้มาก และควบคุมการใช้จ่ายเพียงแค่ความจำเป็น เราก็กำลังก้าวเท้าเข้าไปสู่วงจรแห่งความมั่งคั่งโดยไม่รู้ตัว และรายได้ที่กันออกมาจากรายจ่ายก็จะไปทำงานลดหนี้สิน เพิ่มสินทรัพย์ ทำให้เรามีรายได้จากการลงทุนในอนาคตเพิ่มมากยิ่งขึ้น อีกทั้งสามารถกันเงินออมเงินลงทุนได้มากขึ้นอย่างอัตโนมัติ แล้วเงินก็จะทำงานให้เรามีความมั่งคั่งในที่สุด 

และถ้าหากเราเพิ่มความระมัดระวังในการดูแลสินทรัพย์ ไม่ว่าจะเป็นการหลีกเลี่ยงความเสี่ยง โดยใช้ชีวิตให้อยู่ห่างจากอบายมุข และถ่ายโอนความเสี่ยงที่ไม่สามารถฝืนลิขิตฟ้าด้วยการวางแผนประกัน เราก็จะมีชีวิตที่มั่งคั่งได้อย่างมั่นคง ปีใหม่ พ.ศ.2562 นี้ คงยังไม่สายเกินไปที่ผมจะขออวยพรให้ผู้อ่านทุกท่าน และผู้เขียน (อิอิ) รวยเงินรวยสุขตลอดปีนี้และตลอดไปครับ



Advertising