ธุรกิจและการเงิน

สังคมไทย…ไร้เงินสด

Published 23 มิ.ย. 2019

By โชติ เวสสวานิชกูล

สังคมไทย…ไร้เงินสด

ปัจจุบัน โมบายเพย์เม้นต์ (Mobile Payment) หรือการทำธุรกรรมการชำระเงินผ่านออนไลน์ โดยมีโทรศัพท์มือถือเป็นตัวกลางในการโอนเงิน-จ่ายสินค้าหรือบริการต่างๆ บนเครือข่ายอินเทอร์เน็ต ผ่านการตัดจากบัญชีธนาคาร บัตรเครดิต หรือกระเป๋าเงินออนไลน์ (e-Wallet) กำลังเป็นที่นิยมมากขึ้น (ทดแทนการใช้เงินสด)

ช่องทางหลักๆ ของโมบายเพย์เม้นต์ ตอนนี้อยู่ที่ไหน?

เด่นๆ เลยก็มาจากระบบของธนาคารพาณิชย์ (Mobile Banking) ที่เปิดให้โอนเงิน หรือชำระค่าสินค้าและบริการทั่วไป และระบบ e-Wallet จากเอกชนที่ไม่ใช่ธนาคาร เช่น Rabbit LINE Pay (ตอนนี้ร่วมมือกับ AIS), บริการ mPay, True Money และ AirPay

ความน่าสนใจ คือพฤติกรรมการจ่ายเงินออนไลน์เริ่มเติบโตเร็วมาก ทั้งที่เริ่มมีการผลักดันไม่กี่ปีมานี้ สังเกตได้จากคนไทยใช้บริการ Mobile Banking มากถึง 74% ต่อจำนวนประชากรผู้ใช้งานอินเทอร์เน็ต หรือประมาณ 40 ล้านบัญชี แซงหน้ากลุ่มผู้นำเดิมอย่างสวีเดน (71%) และเกาหลีใต้ (66%)  

ขณะที่ตัวเลขของผู้ใช้โมบายเพย์เม้นต์ก็ไปไกลถึง 20 ล้านรายไปแล้ว แซงหน้าสัดส่วนผู้ถือครองบัตรเครดิตที่มีอยู่ไม่เกิน 7 ล้านคน ตามรายงานของเครดิตบูโรไทย 

แสดงให้เห็นถึงการผลักดันสังคมไร้เงินสด (Cashless Society) ในประเทศไทยได้เป็นรูปธรรมอย่างมาก และแน่นอนว่าถ้าทุกอย่างเดินหน้าได้สวยเช่นนี้ การพัฒนา ‘เศรษฐกิจดิจิทัล’ ตามแนวทางของภาครัฐ โดยมีระบบการเงินดิจิทัลเป็นแกนหนึ่งในการขับเคลื่อน ก็คงไม่ไกลเกินเอื้อม…

Mobile Payment ยอดนิยมสายธนาคาร (Bank)

K PLUS app,Rabbit Today

อันดับ 1 K PLUS ผู้ใช้งานประมาณ 10 ล้านราย

SCB Easy app,Rabbit Today

อันดับ 2 SCB Easy ผู้ใช้งานประมาณ 10 ล้านราย

Krungthai NEXT,Rabbit Today

อันดับ 3 Krungthai NEXT ผู้ใช้งานประมาณ 4 ล้านราย

Krungsri Mobile Application,Rabbit Today

อันดับ 4 Krungsri Mobile Application ผู้ใช้งานประมาณ 2.5 ล้านราย

TMB Touch,Rabbit Today

อันดับ 5 TMB Touch ผู้ใช้งานประมาณ 2.5 ล้านราย

 

Mobile Payment ยอดฮิตนอกกลุ่มธนาคาร (Non-Bank)

True Money,Rabbit Today

ทรูมันนี่ (True Money) = 7 ล้านราย (ใช้จ่ายค่าบริการของทรูและการเติมเกม)

Rabbit Line Pay,Rabbit Today

แรบบิทไลน์เพย์ (Rabbit Line Pay) = 4.5 ล้านราย (ใช้จ่ายการเติมเกมและการใช้จ่ายผ่านสินค้าและบริการในกลุ่ม Rabbit Card)

AirPay,Rabbit Today

แอร์เพย์ (AirPay) = 1.2 ล้านราย (ใช้เติมเกมของการีน่า และจ่ายค่าตั๋วหนังในเครือ SF Cinema)

อ้างอิง: DroidSans/DataReportal /บริษัท ข้อมูลเครดิตแห่งชาติ จำกัด/กสทช. /ธนาคารแห่งประเทศไทย 

5 สินค้าออนไลน์ขายดี

แล้วคนไทยใช้โมบายเพย์เม้นต์ไปกับสินค้าประเภทไหนมากที่สุด?

  1. สินค้าเพื่อสุขภาพและความงาม เช่น เครื่องสำอาง อาหารเสริม
  2. สินค้าแฟชั่นออนไลน์ เสื้อผ้า รองเท้า กระเป๋า
  3. ทัวร์และท่องเที่ยว ตั๋วและทริปทัวร์
  4. อุปกรณ์ไอที โทรศัพท์มือถือ คอมพิวเตอร์
  5. ของตกแต่งบ้าน

ช่องทางออนไลน์ของคนสายสวย

  • ลาซาด้า (Lazada) = 29.9%
  • ช้อปปี้ (Shopee) = 27.3%
  • คอนวี่ (Konvy) = 15.3%
  • ซื้อผ่านเว็บไซต์ของแบรนด์สินค้าโดยตรง (Brand Website) = 14.5%
  • ซื้อผ่านเซโฟร่า ออนไลน์ (Sephora Online) = 7.7%
  • อื่นๆ = 5.3%

หมายเหตุ: ในส่วนของสินค้าความงามจะสังเกตได้ว่า Lazada กับ Shopee จะมาแรงสุดๆ สะท้อนให้เห็นว่าคนไทยจะคุ้นชินกับสองเว็บนี้จากแรงโหมทางการตลาดและการสื่อสาร ทำการเลือกซื้อสินค้าจากเว็บไซต์ของตัวแบรนด์ตรงๆ ยังเทียบไม่ติด

พิกัดเว็บขายของออนไลน์ ที่ซื้อง่าย ขายคล่อง

เทียบฟอร์มผู้นำอีคอมเมิร์ซในไทย LAZADA VS SHOPEE VS JD Central

LAZADA,Rabbit Today

LAZADA

  • เจ้าของ = Rocket Internet + Alibaba
  • จำนวนสินค้า = มากกว่า 210 ล้านรายการ
  • ค่าขนส่ง = ผู้ขายจ่ายให้
  • การชำระเงิน = เก็บเงินปลายทาง/ตัดบัตรเครดิต/บัตรเดบิต/เคาน์เตอร์เซอร์วิส/ATM/บริการธนาคารออนไลน์/Paypal/Line Pay/Lazada Wallet
  • จุดเด่น = มีสินค้าให้เลือกเยอะมาก และสินค้าใน Lazada เป็นสินค้าลดราคาแทบทั้งนั้น บางอย่างลดกันที 80-90% เลยก็มี แถมมีระบบคืนสินค้าได้หากสินค้าชำรุดหรือไม่ตรงตามปก รวมถึงมีการจัดส่งสินค้ารวดเร็วผ่าน Kerry Express, ไปรษณีย์ไทย และ DHL เป็นต้น ช่วยให้เราได้รับสินค้าที่สั่งซื้ออย่างรวดเร็ว

SHOPEE,Rabbit Today

SHOPEE

  • เจ้าของ = Garena + Tencent
  • จำนวนสินค้า = มากกว่า 3 ล้านรายการ
  • ค่าขนส่ง = ผู้ซื้อจ่าย Shopee ออกให้บางส่วนตามเงื่อนไข
  • การชำระเงิน = เก็บเงินปลายทาง/บัตรเครดิต/บัตรเดบิต/เคาน์เตอร์เซอร์วิส/ATM/บริการธนาคารออนไลน์
  • จุดเด่น = สินค้ามีราคาให้เลือกตั้งแต่หลัก 10 ไปถึงหลักหมื่นบาท ราคาถูก มีโปรโมชั่นบ่อย มีระบบการรีวิวที่ค่อนข้างดี และมีระบบตัวกลาง คือเงินจากผู้ซื้อจะไปอยู่กับ Shopee ก่อนจนกว่าผู้ซื้อจะกดว่า ‘ได้รับสินค้าแล้ว’ Shopee ถึงจะโอนเงินเข้าไปที่บัญชีผู้ขาย ทำให้ผู้ซื้อสบายใจได้ถ้าต้องการเรียกเงินคืนเมื่อสินค้ามีปัญหาหรือยังไม่ได้รับ

JD Central,Rabbit Today

JD Central

  • เจ้าของ = Central Group + JD.COM (อีคอมเมิร์ซยักษ์ใหญ่ของจีน)
  • ค่าขนส่ง = ส่งฟรีทั่วประเทศ เมื่อซื้อสินค้าครบ 99 บาท เมื่อซิ้นสินค้าในหมวด JD Selected, นอกเหนือจากนั้นคิดค่าบริการตามจริงจากพาร์ตเนอร์บริการส่งของ
  • การชำระเงิน = จ่ายผ่านบัตรเครดิต และ COD (Cash on Delivery)
  • จุดเด่น = จำหน่ายสินค้าของแท้ 100% ทั้งเว็บไซต์ โดยมีการคัดกรองผู้ขายและบทลงโทษที่เข้มงวด เพื่อให้สินค้าทุกชิ้นมีมาตรฐานก่อนถึงมือผู้บริโภค พูดง่ายๆ คือสินค้าใน JD Central จะมีแต่แบรนด์ผู้ผลิตที่มีมาตรฐานเท่านั้น ไม่ว่าจะเป็นแบรนด์ยักษ์ใหญ่ไปจนถึงแบรนด์ระดับ SME ส่วนสินค้าที่ได้รับการตอบรับสูงจะเป็นกลุ่มเครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ รวมถึงสินค้าเกี่ยวกับแม่และเด็ก


Advertising