Published 29 ต.ค. 2018

By กาญจนา หงษ์ทอง

Dhama-and-Money-biz-buzz-Rabbit-Today-banner

ไม่น่าเชื่อว่า เรื่อง ‘ธรรมะ’ กับ ‘เงินทอง’ นั้นเกี่ยวดองกันอย่างแนบแน่น

ว่ากันว่า ถ้าคิดจะลงทุนให้ประสบความสำเร็จแล้วละก็ หากคุณยึดหลักธรรมนำทาง โอกาสที่จะ ‘กำไร’ มีมากกว่า ‘ขาดทุน’ แน่นอน

มาดูกันว่า มีหลักธรรมะอะไรที่คุณหยิบมาใช้ในการจัดการเงินทองได้บ้าง

ลดเสี่ยงด้วย ‘สติ’

ให้สตินำทางเสียอย่างไร การลงทุนของคุณก็อยู่ห่างไกลคำว่าขาดทุนมากขึ้น เพราะสติจะช่วยทำให้คุณคิดหน้าคิดหลัง รู้เท่าทันว่ากำลังจะออมอะไรหรือลงทุนอะไรอยู่ สติจะทำให้คุณลงมือศึกษาหาข้อมูล รู้อย่างรอบด้านว่าอัตราผลตอบแทนเท่าไร ความเสี่ยงแค่ไหน และเหมาะกับคุณหรือไม่ สติจะทำให้คุณรู้เท่าทันความผันผวน ความเสี่ยง และความเหวี่ยงไหวของสถานการณ์การลงทุน สติจะทำให้คุณรู้ว่า การแห่ลงทุนตามกระแส ตามแรงยุของเพื่อน หรือตามที่วงในลือกันนั้น มีแต่พาตัวเองขยับเข้าประชิดความเสี่ยง ดังนั้น รักจะลงทุน สติคือสิ่งที่คุณขาดไม่ได้เด็ดขาด

อยู่ห่างจาก ‘ความโลภ’

ร้อยทั้งร้อยของคนที่ปล่อยให้ความโลภเป็นเข็มทิศนำทางการลงทุน โอกาสผิดพลาดบาดเจ็บย่อมเกิดขึ้นง่าย เพราะความโลภเป็นเหมือนมีดที่พร้อมจะกรีดกระเป๋าสตางค์คุณให้ขาดวิ่น เมื่อไรที่หิวดอกผลจนเกินพอดี คุณก็พร้อมที่จะทุ่มเงินจนหมดหน้าตักเพื่อหวังตักตวงกำไรให้ได้มากที่สุด นึกถึงแต่ด้านบวกจนบางทีลืมนึกถึงด้านลบเผื่อไว้ด้วย เมื่อสถานการณ์การลงทุนไม่เป็นไปตามคาด คราวนี้ละ ติดกับดักความโลภเลย

มาดูตัวอย่างของคนเล่นทอง จังหวะที่เห็นทองขยับขึ้นเรื่อยๆ คุณก็อาจพุ่งเข้าใส่แบบไม่คิดหน้าคิดหลัง เรียกว่าเทหมดหน้าตัก เพราะหวังว่าทองจะวิ่งแรงและเร็วเหมือนที่ผ่านมา แต่อะไรๆ ก็ไม่แน่นอนทั้งนั้น จู่ๆ ราคาทองก็ปรับตัวดิ่งลงอย่างน่าใจหาย ลำพังลงทุนด้วยเงินเย็นคงใจชื้นได้ ก็รอต่อไปอย่างอดทนและใจเย็น แต่ถ้าเป็นเงินไม่เย็นจริงแล้วละก็  งานนี้คุณจะนั่งไม่ติด กินไม่ได้ นอนไม่หลับ เพราะติดดอยทองเข้าแล้ว ถ้าร้อนเงินจริง ก็คงต้องยอมขายขาดทุน ทางที่ดีอยู่ห่างจากความโลภเป็นดีที่สุด 

หาจุด ‘พอใจ’ ให้เจอ

พูดง่ายๆ คือการเดินทางสายกลางนั่นเอง ใครก็ตามที่มีหลักธรรมข้อนี้ ถือเป็นคาถาการลงทุนที่เข้าใกล้ความสำเร็จไปแล้ว คนเราถ้าหาจุดพอใจของตัวเองเจอ หาจุดพอดีที่ไม่มากไม่น้อย คุณจะเป็นนักลงทุนที่มีความสุขกว่าใคร เช่น ตั้งเป้าไว้เลยว่าลงทุนในหุ้นตัวนี้ถ้าได้กำไร 20% จะขาย หรือหากขาดทุน 5% จะขายตัดขาดทุนไปก่อน และทำได้ตามเป้าที่วางไว้ รับรองว่าคุณจะลงทุนอย่างสบายใจ บางคนคิดในใจว่าจะขายหุ้นเมื่อถึงราคาเท่านั้นเท่านี้ แต่พอราคาขยับขึ้นไปถึงจุดที่หวังกลับไม่ยอมขาย เพราะคิดว่าขอกำไรอีกสักนิด ปรากฏว่าวันดีคืนร้าย ตลาดหุ้นร่วงระนาว หุ้นที่เคยมีกำไรกลายเป็นขาดทุนซะงั้น เอาเป็นว่าถ้าหาจุดพอใจให้เจอ แล้วคุณจะเป็นผู้ชนะในการลงทุนเสมอ

คำว่า ‘ลงทุน’ มักมี ‘ความเสี่ยง’ พ่วงกันมาเป็นแพ็กเกจ ยาขนานดีที่ช่วยบรรเทาความเสี่ยงลงได้คือ ‘ธรรมะ’นั่นเอง


AUTHOR :

กาญจนา หงษ์ทอง
กาญจนา หงษ์ทอง
กูรูวางแผนการเงิน เธอเริ่มมีเงินล้านตอนอายุ 30 ปี จากการเฉลี่ยเงินลงทุนทุกๆเดือนกับกองทุนหุ้น ปัจจุบันด้วยวัย 40 กว่า เธอมีอิสรภาพทางการเงิน ใช้ชีวิตอิสระ เดินทางท่องเที่ยวเกือบทั่วโลก จึงอยากแนะนำให้คุณผู้อ่าน Rabbit Today คิดวางแผนการเงินเสียตั้งแต่วันนี้ แล้วชีวิตจะพบกับความสุข...สุขยอดได้เช่นกัน ติดตามผลงานของเธอได้ในคอลัมน์ธุรกิจและการเงิน

Advertising