ธุรกิจและการเงิน

เสาเข็มชีวิต

Published 2 เม.ย. 2019

By ประเสริฐ เอี่ยมรุ่งโรจน์ (แกะดำทำธุรกิจ)

Empathy-biz-buzz-Rabbit-Today-banner

ตั้งแต่จำความได้ผมมีความสงสัยว่าทำไมคุณพ่อทำงานหนักมาก ตื่นเช้าก็ไม่เห็นหน้า กว่าคุณพ่อจะกลับบ้านผมก็หลับแล้ว ไม่เคยเข้าใจว่าทำไมคุณพ่อถึงมีความมุ่งมั่นในเรื่องงานถึงเพียงนี้

มาถึงวันนี้ผมต้องขอบพระคุณที่ให้หลักคิดในเรื่องการทำงาน เพราะนี่เป็นที่มาของ Work ethic ที่ผมซึบซับตั้งแต่เด็ก เมื่อเข้าวัยที่คุณพ่อสามารถอธิบายให้ผมเข้าใจได้ คุณพ่อบอกว่าที่ต้องออกจากบ้านไปตั้งแต่เช้ามืด เพราะคุณพ่อต้องเป็นคนไปซื้อวัตถุดิบในการทำอาหารที่ตลาดด้วยตัวเอง ให้คนอื่นทำไม่ได้ เพราะต้องควบคุมคุณภาพและต้นทุนของวัตถุดิบ 

คุณพ่อบอกว่าวัตถุดิบที่มีคุณภาพ เป็นผลทำให้อาหารอร่อยโดยปริยาย คุณพ่อบอกว่าที่ต้องกลับดึก เพราะตอนร้านอาหารเลิกคุณพ่อต้องยืนอยู่ที่หน้าห้องครัวระหว่างที่พนักงานในห้องครัวเดินออกจากครัว คุณพ่อบอกว่าไม่อย่างนั้นพนักงานอาจจะหยิบข้าวของในครัวติดมือกลับบ้าน คุณพ่อบอกว่าการบริหารจัดการร้านอาหารเป็นงานหนัก ทุกอย่างรั่วไหลได้ถ้าคนบริหารไม่มีความจริงจัง 

มีอยู่คืนหนึ่งผมนั่งรถคุณพ่อตามไปตรวจร้านอาหาร คุณพ่อเห็นแขกยามหลับ คุณพ่อก็ดุว่าทำอย่างนี้ไม่ได้ ด้วยความเป็นเด็ก ผมบอกว่าอย่าไปดุเขามากเลย ทุกคนก็ง่วงนอนได้เป็นเรื่องธรรมชาติ คุณพ่อตอบกลับว่าถ้าคุณพ่อเป็นยาม เขาจะไม่มีวันง่วงนอน เพราะมันเป็นหน้าที่ ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา ผมจำคำว่า ‘หน้าที่’ และความหมายที่แท้จริงของคำๆ นี้ได้ขึ้นใจ

คุณพ่อเป็นคนที่ทำธุรกิจด้วยความคิดริเริ่ม เปิดร้านอาหารร้านแรกกับเพื่อนๆ ชื่อ Thai Room ที่ซอยพัฒนพงษ์ เมื่อ 60 ปีที่แล้ว เปิดร้านอาหารที่ 2 ชื่อ Orchid Room ขายอาหารฝรั่ง เปิดร้านอาหารที่ 3 ชื่อ Crown Club คุณพ่อเดินทางไปที่ Hong Kong เมื่อ 50 ปีที่แล้ว ชักชวนพ่อครัวชาว Hong Kong 3 คนมาสร้าง

Signature dish ของร้านคือขนมจีบและซาลาเปา สูตรดั้งเดิมของ Hong Kong ซึ่งได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากนักชิมในกรุงเทพฯ คุณพ่อเล่าว่าร้าน Crown Club เป็นภัตตาคารแรกในประเทศที่นำพ่อครัวต่างชาติเป็นกลไกสร้างจุดเด่นของทางร้าน ทำให้ Crown Club เป็นที่ชื่นชอบในวงการนักชิม และมีลูกค้าประจำอย่างเหนียวแน่น

ผมเคยถามคุณพ่อว่าภัตตาคารปิดตอนบ่าย ทำไมไม่กลับมานอนพักผ่อน คุณพ่อบอกว่าไม่ได้ ยังต้องดูแลคน ผมถามว่าทำอะไร คุณพ่อบอกว่าต้องอยู่เป็นเพื่อนคุยกับพ่อครัวชาว Hong Kong เพราะพวกเขาเหงา ดังนั้น เป็นหน้าที่ที่คุณพ่อต้องดูแลคนเหล่านี้ ไม่อย่างนั้นความเหงาอาจจะทำให้พ่อครัวอยู่กับทางร้านไม่นาน 

ถ้าจะพูดไป คุณพ่อทำงานแบบ 24/7 คุณพ่อคือต้นแบบที่ทำให้ผมรู้จักวิธีในการบริหารธุรกิจที่ใช้ Empathy เป็นพื้นฐานในการบริหารธุรกิจ คุณพ่อเล่าว่ามีอยู่วันหนึ่ง คุณพ่อยืนอยู่ข้างถนนเพื่อรอรถ แล้วมีรถคันหนึ่งมาจอดเทียบ คนขับเป็นสุภาพสตรีที่เป็นลูกค้าประจำของทางร้าน สุภาพสตรีท่านนี้เรียกให้คุณพ่อขึ้นรถ เธอจะไปส่งคุณพ่อ เพราะคนทั้งสองใช้เส้นทางเดียวกัน คุณพ่อไม่กล้าขึ้นรถด้วยเหตุผลว่า สุภาพสตรีท่านนี้คือเศรษฐีของเมืองไทย นั่งข้างหน้าก็ไม่เหมาะสม นั่งข้างหลังยิ่งดูไม่ดี

สุภาพสตรีท่านนี้เห็นคุณพ่อลังเลใจ เลยพูดว่าให้คุณพ่อมานั่งข้างหน้าด้วยกัน ระหว่างคุยกันคุณพ่อสังเกตว่าสุภาพสตรีท่านนี้หยิบขนมกินเป็นช่วงๆ คุณพ่อแปลความหมายทันทีว่า สุภาพสตรีท่านนี้เป็นคนชอบของหวาน ทุกครั้งที่สุภาพสตรีท่านนี้มาใช้บริการของร้านอาหารที่คุณพ่อเป็นผู้บริหาร คุณพ่อจะเสิร์ฟของหวานเป็นการพิเศษเป็น On the house dessert 

ความหมายของ Empathy คือความสามารถของเราในการเข้าใจแบบหยั่งรู้ถึงความรู้สึกและอารมณ์ของผู้อื่น ไม่ใช่ทำอย่างฉาบฉวยแต่ด้วยความละเมียด คุณพ่อคือต้นแบบที่ทำให้ผมรู้จักคำว่า Street fighting spirit สิ่งที่ผมเห็นคือเมื่อร้าน Orchid Room กับ Crown Club ไฟไหม้ ทำให้คุณพ่อต้องปิดกิจการ แต่คุณพ่อเดินหน้าต่อ คำว่ายอมแพ้ไม่อยู่ในพจนานุกรมของท่าน 

คุณพ่อไปประกอบอาชีพอื่น แล้วอีกสิบกว่าปีต่อมาก็รวบรวมหุ้นส่วนแล้วกลับมาเปิดร้าน Crown Club อีกครั้ง ถึงแม้ว่าจะไม่ประสบความสำเร็จเท่ากับร้านแรก แต่สิ่งที่ผมซึมซับวิธีในการทำธุรกิจของคุณพ่อคือ ‘จิตวิญญาณของนักสู้’ กล้าเผชิญหน้ากับความยากลำบาก สู้ทุกรูปแบบเพื่อเปิดประตูสู่โลกใหม่ 

ผมเขียนเรื่องราวของคุณพ่อเพื่อเป็นตัวอย่างที่จะสื่อถึง Spirit ของ Start up ต้องมีคุณสมบัติสำคัญอยู่ประการหนึ่งคือ ‘อดทนและไม่ยอมแพ้’ ขยายความคำว่าอดทนคือมีจิตที่นิ่ง ยินดีดำน้ำลึก ดำน้ำนาน ยินดีอยู่กับความลำบาก โดยไม่ปริปากและแสดงอาการ เหตุที่จะทำให้คนคนหนึ่งอดทนมาจากจิตที่แกร่ง ไม่คิดวกวนฟุ้งซ่าน จะทำอย่างนั้นได้ต้องฝึกจิตให้เป็น Heart of steel 

ประเด็นของบทความนี้คือการสอนลูกหลานที่ดีที่สุดคือ ‘การทำให้ดูเป็นตัวอย่าง’ และผมขอกราบขอบพระคุณคุณพ่อผู้ซึ่งจากไปเมื่อต้นเดือนมีนาคมพร้อมทิ้ง ‘มรดกทางความคิด’ ให้กับสมาชิกทุกคนในครอบครัวเรา



Advertising