ธุรกิจและการเงิน

ดัชนีส่งออก 2561

Published 31 มี.ค. 2019

By นพนันท์ อรุณวงศ์ ณ อยุธยา

export-business-index-2018-biz-buzz-Rabbit-Today-banner

กระทรวงพาณิชย์รายงานสถานะการส่งออกในช่วงทั้งปี 2561 ที่ผ่านมาว่า

ไทยมีการส่งออกเพิ่มขึ้น 6.7% Year-on-year เมื่อเทียบกับปี 2560 คือเพิ่มจาก 236,694.18 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เป็น 252,486.40 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ โดยมี 10 ประเทศนำเข้าสินค้าไทยมากที่สุด คือ จีน สหรัฐฯ ญี่ปุ่น เวียดนาม ฮ่องกง มาเลเซีย ออสเตรเลีย อินโดนีเซีย สิงค์โปร์ และฟิลิปปินส์

สิ่งที่สนใจ คือ 3 ประเทศแรกมีสัดส่วนนำเข้าสินค้าไทยในระดับใกล้เคียงกัน คือ 

จีน 30,175 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือ 12% 

สหรัฐอเมริกา 28,016 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือ 11.1% 

ญี่ปุ่น 24,942 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือ 9.9% 

รวมกันเป็นสัดส่วนถึง 83,133 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือ 33% ของมูลค่าส่งออกของไทยทั้งหมด 

ขณะที่อีก 7 ประเทศ ที่เหลืออยู่ในระดับแค่ราวๆ ประเทศละ 3-5% เท่านั้น นอกจากนี้ กลุ่มประเทศในยุโรป เอเชียกลาง และแอฟริกากลับไม่อยู่ในอันดับนำเข้าสินค้าไทยสูงสุด 10 อันดับแรกแม้แต่ประเทศเดียว

เท่ากับว่าเรามีตลาดส่งออกที่ไม่กระจายตัว และกระจุกอยู่แค่ 3 ประเทศ คือ จีน สหรัฐฯ และญี่ปุ่น อีกทั้งเราแทบไม่มีตลาดส่งออกในระดับที่มีนัยยะสำคัญทั้งในยุโรป เอเชียกลาง และแอฟริกา นอกจากนี้ ตลาดใหญ่ที่สุดคือจีนก็มีอัตราเติบโตเพียงแค่ 2.3% Year-on-year ต่างกับญี่ปุ่นที่เติบโตถึง 13%

เมื่อมองไปถึงสินค้าส่งออก พบว่า สินค้าส่งออกสูงสุด 10 อันดับแรก คือ รถยนต์และชิ้นส่วน คอมพิวเตอร์และชิ้นส่วน อัญมณี ผลิตภัณฑ์ยางพารา เม็ดพลาสติก น้ำมันเชื้อเพลิง ผลิตภัณฑ์เคมี แผงวงจรอิเล็กทรอนิกส์ เครื่องจักรและชิ้นส่วน เหล็กและผลิตภัณฑ์เหล็ก

น่าสนใจที่ว่า สินค้าส่งออก 2 อันดับแรก คือ รถยนต์และชิ้นส่วนซึ่งมีมูลค่าส่งออก 28,952 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือ 11.5% กับคอมพิวเตอร์และชิ้นส่วนซึ่งมีมูลค่าส่งออก 19,752 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือ 7.8% มีสัดส่วนแต่ละประเภทเป็น 2 ถึง 3 เท่าของสินค้าอีก 8 ประเภทที่เหลือ ซึ่งอยู่ในระดับแค่ 2.5% ถึง 4.7% เท่านั้น และสินค้าส่งออก 2 อันดับแรกนี้ยังมีสัดส่วนรวมมากถึง 19.3% อีกด้วย

ขณะที่อัญมณีซึ่งเคยมีความโด่งดังด้านการส่งออกของไทยกลับมีการเติบโตลดลง 6.6% Year-on-year และสินค้าเกษตรสำคัญทั้งหมด ไม่ว่าข้าว มันสำปะหลัง ผลไม้ อาหารทะเล ฯลฯ กลับไม่ติดอันดับแม้แต่ประเภทเดียว ยกเว้นผลิตภัณฑ์จากยางพาราเท่านั้นที่ยังอยู่ในอันดับ 4 ที่มูลค่า 11,024 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือ 4.1% ของมูลค่าส่งออกทั้งหมด

สรุปได้ว่า สินค้าส่งออกสำคัญของไทยไม่ใช่สินค้าเกษตรอีกต่อไป แต่คือสินค้าอุตสาหกรรมทั้งสิ้น แสดงให้เห็นทั้งจุดแข็งและจุดอ่อน อีกทั้งโอกาสและอุปสรรคของภาคการส่งออกที่รัฐบาลควรนำไปใช้ปรับทิศทางยุทธศาสตร์

เราได้ยินได้ฟังนโยบายใช้เงินกันมาเยอะแล้ว หลังการเลือกตั้งเราคงได้เห็นนโยบายหาเงินกัน



Advertising