ธุรกิจและการเงิน

อยากรวยต้องลงทุน

Published 18 เม.ย. 2019

By ดร.ธนาวัฒน์ สิริวัฒน์ธนกุล

financial-investments-biz-buzz-Rabbit-Today-banner

ทุกวันนี้ถึงแม้ว่าเงินจะไม่ใช่พระเจ้า แต่หลายคนก็คงยอมรับว่าถ้าไม่มีเงินก็คงใช้ชีวิตได้อย่างไม่ราบรื่น 

ในสังคมทุนนิยมปัจจุบัน เงินอาจซื้อไม่ได้ทุกอย่าง แต่หลายครั้งเงินก็อาจซื้อความสะดวกสบายให้เราได้ แต่การทำงานเพื่อหาเงินก็อาจไม่ทำให้เรารวยได้อย่างที่หลายๆ คนต้องการ แต่ถ้ารู้จักนำเงินที่ได้มาจากการทำงานไปทำงานต่อยอดผ่านการออกดอก(เบี้ย)(เงินปัน)ผล ก็อาจทำให้เราสามารถซื้อสิ่งของ ทำให้ชีวิตบรรลุเป้าหมายได้หลายประการ

เริ่มต้นจากการนำเอาเงินไปฝากธนาคารพาณิชย์ โดยอาจจะลองเลือกฝากในบัญชีประจำ 1 ปี พอครบปีเราก็จะได้รับดอกเบี้ยในอัตราที่ระบุไว้ตอนที่นำเงินไปฝาก และถ้าหากในปีต่อมา เราไม่มีการถอนเงินต้นและดอกเบี้ยดังกล่าว ดอกเบี้ยที่เราได้รับในปีแรกก็จะถูกนำไปทบรวมเป็นเงินต้นในปีต่อไป และถ้าหากดอกเบี้ยที่เราได้รับยังคงมีอัตราที่คงที่ ก็จะส่งผลทำให้เราได้รับดอกเบี้ยที่เพิ่มสูงขึ้นในปีต่อไป อันเนื่องมาจากเงินต้นที่เพิ่มขึ้นจากดอกเบี้ยทบต้น ซึ่งเกิดขึ้นจากการที่ดอกเบี้ยที่ได้รับในปีแรกแล้วไม่มีการถอนออกไปใช้จะถูกนำไปคิดรวมเป็นเงินต้นในปีต่อไป 

คิดกันง่ายๆ นะครับว่า ถ้าหากเราเอาเงินจำนวน 10,000 บาทไปเปิดบัญชีเงินฝากประจำ 1 ปีกับธนาคารพาณิชย์ โดยตกลงกันว่าเราจะได้รับอัตราดอกเบี้ยปีละ 1.5% นั่นหมายความว่าปีแรกเราจะได้รับดอกเบี้ย 1.5% จากเงินต้น 10,000 บาท ส่งผลทำให้สิ้นปีที่ 1 เราได้รับดอกเบี้ย 150 บาท 

แต่ถ้าหากเราไม่ได้ถอนเงินต้นและดอกเบี้ยออกจากบัญชี และถ้าหากอัตราดอกเบี้ยยังอยู่ในระดับเดิมที่ 1.5% นั่นหมายความว่าในปีที่ 2 เราก็จะได้รับดอกเบี้ย 1.5% จากเงินต้นซึ่งจะเพิ่มขึ้นเป็น 10,150 บาท (มาจากเงินต้นเดิม 10,000 บาท และดอกเบี้ยในปีที่ 1 อีก 150 บาท) สรุปแล้วเราจะได้รับดอกเบี้ยในปีที่ 2 เพิ่มขึ้นเป็น 152.25 บาท และดอกเบี้ยในปีต่อๆ ไปก็จะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ

ยิ่งไปกว่านั้น ถ้าหากเราไปเปิดบัญชีเงินฝากประจำ 6 เดือน เราก็จะได้รับดอกเบี้ยเร็วขึ้น และทำให้เราสามารถได้รับดอกเบี้ยของดอกเบี้ยเพิ่มขึ้น และยิ่งถ้าเราไปเปิดบัญชีเงินฝากประจำ 3 เดือน เราก็จะใช้เวลาแค่ 3 เดือน ในการรอให้ได้รับดอกเบี้ยและนำเอาดอกเบี้ยดังกล่าวไปคิดเงินต้นในงวดใหม่ได้เพิ่มขึ้น

อยากรวยต้องลงทุน,ธุรกิจและการเงิน,Rabbit Today

ยิ่งธนาคารพาณิชย์กำหนดระยะเวลาในการคิดทบต้นสั้นเท่าไร นั่นแปลว่าเราจะได้ดอกเบี้ยเร็วขึ้นเท่านั้น และส่งผลทำให้ได้รับดอกเบี้ยของดอกเบี้ยมากขึ้น และนี่เองที่เป็นสาเหตุทำให้อัตราดอกเบี้ยของบัญชีเงินฝากโดยทั่วไปที่มีระยะเวลาการฝากสั้นกว่าถึงได้รับดอกเบี้ยในอัตราที่ต่ำกว่า

ทีนี้ลองหันมาดูตัวอย่างจริงกันบ้างว่า ถ้าหากอยากจะมีเงินล้านไม่ต้องรอจนแก่ เอาแค่ภายใน 10 ปีข้างหน้าเราจะมีทางเลือกอะไรได้บ้าง

เริ่มต้นเอาทางเลือกที่เราต่างคุ้นเคยกันมากที่สุดก่อนนะครับ คือการหยอดกระปุกออมสินรูปหมูรูปกระต่ายสีชมพูที่คุ้นตา เราจะต้องเอาเงินมาหยอดกระปุกให้ได้ปีละ 100,000 บาท กว่าจะทุบกระปุกได้เงินรวมกัน 1,000,000 ล้านในอีก 10 ปี

แต่ลองทางเลือกที่สองแล้วกันนะครับ ถ้าเราลองเปิดบัญชีเงินฝากประจำ 1 ปีกับธนาคารพาณิชย์ สมมติว่าเราได้รับดอกเบี้ยในอัตรา 1.5% ต่อปี นั่นจะทำให้เราต้องฝากเงินทุกๆ ปี ปีละประมาณ 93,434 บาท คิดง่ายๆ ก็ลองเอาโบนัสที่เราได้ปลายปีเก็บไว้นั่นละครับ อีก 10 ปีข้างหน้าเราก็จะมีเงินล้านกันแล้ว เป็นยังไงครับ ง่ายขึ้นไหม จากที่ต้องหยอดกระปุกปีละแสน ก็เปลี่ยนมาเป็นฝากแบงก์ปีละเก้าหมื่นกว่าบาท

แต่เรามีอีกทางเลือกหนึ่งครับ ลองเอาไปลงทุนผ่านกองทุนรวมดูสิครับ ทั้งนี้หากเราคาดว่าการลงทุนผ่านกองทุนรวมตราสารทุน ในระยะยาวแล้วอาจทำให้เรามีโอกาสได้รับผลตอบแทนถึงปีละเกือบ 10% เลยทีเดียว ดังนั้น ถ้าหากเราลงทุนผ่านกองทุนรวมที่ให้อัตราผลตอบแทนเฉลี่ยปีละ 10% ทุกๆ สิ้นปี ปีละ 62,745 บาท อีก 10 ปีข้างหน้าเราก็จะมีเงินล้านได้อย่างง่ายดาย เฉลี่ยแล้วเราแค่ลงทุนเดือนละประมาณห้าพันกว่าบาท เราก็สามารถมีเงินล้านได้อย่างง่ายดาย 

อย่างไรก็ตามโลกนี้ไม่มีความแน่นอนนะครับ การลงทุนที่คิดว่าจะได้กำไรปีละ 10% เราก็อาจขาดทุนหมดตัวได้ในเวลาไม่ถึงปีเช่นกัน การลงทุนใดๆ ล้วนมีความเสี่ยงเสมอครับ เราจึงต้องศึกษาข้อมูลให้ละเอียดก่อนเสมอนะครับ สำหรับคนที่อยากลองคำนวณจำนวนเงินที่ต้องลงทุนในแต่ละปีให้บรรลุเป้าหมาย หรืออยากลองคำนวณหาอัตราผลตอบแทนจากการลงทุนที่ทำให้บรรลุเป้าหมายที่ต้องการ สามารถทำได้เองได้อย่างง่ายดายโดยไม่ต้องกังวลใจกับสูตรคำนวณทางคณิตศาสตร์ที่ซับซ้อนผ่านแอปพลิเคชั่นต่างๆ หรือเว็บไซต์ เช่น www.allaboutfin.com



Advertising