ธุรกิจและการเงิน

รู้จัก Greater Bay Area of China

Published 17 มี.ค. 2019

By นพนันท์ อรุณวงศ์ ณ อยุธยา

Greater-Bay-Area-of-China-biz-buzz-Rabbit-Today-banner

40 ปี นับจากปฏิรูปและเปิดประเทศ กระทั่งเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา จีนประกาศแผนระยะยาวเพื่อพัฒนายกระดับสามเหลี่ยมแม่น้ำจู๊เจียง (珠江三角洲, Pearl River Delta: PRD) ซึ่งประกอบไปด้วย 11 เมืองในบริเวณพื้นที่แม่น้ำ 3 สาย

แม่น้ำ 3 สายที่ว่านั้นคือ แม่น้ำตะวันตก (西江) แม่น้ำเหนือ (北江) และแม่น้ำตะวันออก (东江) ทั้งหมดเป็นแม่น้ำย่อยแยกจากแม่น้ำจู๊เจียง (珠江)

เมืองนั้นประกอบไปด้วยกวางเจา เสินเจิ้น จูไห่ ฝัวช้าน ตงกวน จงชาน เจียงเหมิน หุ้ยโจว จ้าวชิ่ง ฮ่องกง และมาเก๊า

แผนพัฒนานี้มีเป้าหมายเพื่อสร้าง Greater Bay Area ให้แซงหน้าทั้ง Silicon Valley ของสหรัฐฯ และ Tokyo Bay Area ของญี่ปุ่น ทั้งในด้านศูนย์กลางการเงิน ศูนย์กลางเทคโนโลยี และศูนย์กลางการบิน

โดยมีฮ่องกง มาเก๊า เสินเจิ้น และกวางเจาเป็น 4 เมืองหลักใน Greater Bay Area สอดคล้องตามกรอบพัฒนาหลัก Belt & Road Initiative (BRI) ของจีน

สิ่งที่จะเกิดขึ้นตามแผนพัฒนานี้ คือ

  • ศูนย์กลางนวัตกรรมและเทคโนโลยีสากล
  • ปรับเปลี่ยนพิธีการศุลกากรระหว่างฮ่องกง จูไห่ และมาเก๊า ทั้งทางบกและทางรถไฟ
  • ปรับปรุงระบบสายส่งไฟฟ้าระหว่างฮ่องกงและจีนแผ่นดินใหญ่
  • เพิ่ม Capacity ของทุกท่าเรือในทุกเมือง
  • เชื่อมตลาดหลักทรัพย์เซี่ยงไฮ้ ตลาดหลักทรัพย์ฮ่องกง และตลาดหลักทรัพย์เสินเจิ้นเข้าด้วยกัน

รู้จัก Greater Bay Area of China,ธุรกิจและการเงิน,Rabbit Today

  • เปิดสาขาธนาคารและบริษัทประกันภัยจากฮ่องกงและมาเก๊าเพิ่มในเสินเจิ้น กวางเจา และจูไห่
  • อนุญาตให้พลเมืองจีน พลเมืองฮ่องกง และพลเมืองมาเก๊า เข้าทำงานในหน่วยงานรัฐบาลและรัฐวิสาหกิจ
  • พลเมืองฮ่องกงและพลเมืองมาเก๊าได้รับสิทธิและสวัสดิการสังคมเทียบเท่าพลเมืองจีนเมื่อทำงานในจีนแผ่นดินใหญ่
  • ส่งเสริมความร่วมมือทางวิชาการระหว่างมหาวิทยาลัยในจีนแผ่นดินใหญ่และฮ่องกง
  • สร้างตลาดการค้าสากลภายใต้กฎหมายจีนแผ่นดินใหญ่
  • ฮ่องกงถูกยกระดับเป็นศูนย์กลางการเงิน การขนส่ง การค้า และศูนย์กลางการบินของภูมิภาค
  • มาเก๊าถูกยกระดับเป็นศูนย์กลางด้านการท่องเที่ยวของภูมิภาค
  • เสินเจิ้นถูกยกระดับเป็นศูนย์กลางด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยีของภูมิภาค

แผนการดังกล่าวนี้จะใช้เวลาจัดทำในระดับรายละเอียดนาน 3 ปี คาดว่าจะแล้วเสร็จในปี 2022 และดำเนินการตามแผนจนเสร็จสิ้นสมบูรณ์ในปี 2035

เท่ากับว่า ในอีก 16 ปีข้างหน้า ทั้ง 11 เมือง และโดยเฉพาะฮ่องกงจะไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป กลายเป็น Super gateway ของจีน

น่ายินดีที่ว่า ในช่วงเวลาใกล้เคียงกันเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ไทยและฮ่องกงได้บรรลุข้อตกลงร่วมกัน โดยฮ่องกงจะจัดตั้งสำนักงานเศรษฐกิจและการค้าฮ่องกง หรือ Hong Kong Economic and Trade Office (HKETO) ที่กรุงเทพฯ และเลือกให้ไทยเป็น Gateway เข้าสู่อาเซียน พร้อมทั้งลงนามใน MOU 4 ฉบับ กับไทย เพื่อร่วมมือกันพัฒนา Start-up จัดตั้ง Smart City และส่งเสริมการลงทุนด้านเทคโนโลยีกับอุตสาหกรรมระหว่างกันอีกด้วย



Advertising