ธุรกิจและการเงิน

ไหหลำฉ่ำใจ

Published 7 ต.ค. 2018

By นพนันท์ อรุณวงศ์ ณ อยุธยา

Hainan-biz-buzz-Rabbit-Today-banner

“ข้าวมันไก่” อาหารที่เรารู้จักกันดี แต่ไม่ใช่แค่เรา สิงคโปร์ก็รู้จัก และยังพยายามอวดอ้างว่า เป็นอาหารประจำถิ่นของตนอีกด้วย แต่แท้จริงแล้วนั้นข้าวมันไก่มีต้นกำเนิดมาจากเกาะไหหลำ หรือที่คนจีนเรียกกันว่า ไห่หนาน (海南) แปลว่า ทะเลใต้ นั่นเอง

ในอดีตไหหลำได้ชื่อว่า เป็นดินแดนสุดแสนยากจนของจีน เพราะเป็นเกาะแยกออกจากแผ่นดินใหญ่ อยู่ทางใต้สุดของประเทศ การคมนาคมไม่สะดวก ชาวบ้านมีอาชีพจับปลา ซึ่งก็ทำได้ไม่ดีนัก เพราะทะเลจีนใต้นั้นมีมรสุมเป็นประจำ และอุณหภูมิของน้ำไม่เหมาะที่จะทำให้มีสัตว์น้ำอุดมสมบูรณ์หลากหลาย เหมือนอย่างเขตเส้นศูนย์สูตร เช่นบริเวณทะเลในประเทศไทย

เมื่อชาวบ้านท้องถิ่นยากจนแต่เดินเรือกันได้ดีเพราะเป็นชาวประมง คนไหหลำในอดีตจึงอพยพไปอยู่ประเทศต่างๆ ใกล้เคียงเป็นจำนวนมาก ทั้งไทย กัมพูชา มาเลเซีย สิงคโปร์ ฯลฯ และข้าวมันไก่ ซึ่งเป็นอาหารพื้นเมืองดั้งเดิมก็ถูกนำไปใช้ประกอบอาชีพกันจนแพร่หลายโด่งดังถึงทุกวันนี้

ไหหลำฉ่ำใจ,ธุรกิจและการเงิน,Rabbit Today

แต่ปัจจุบัน ไหหลำเปลี่ยนไปคนละเรื่อง หรือแทบจะเรียกได้ว่าหนังคนละม้วน หากลูกหลานจีนไหหลำอพยพมาเห็นไหหลำทุกวันนี้ก็คงจะร้องอุทานออกมา เพราะช่างแตกต่างจากที่เตี่ย อากง และอาม่า เคยเล่าให้ฟังเสียเหลือเกิน

ทุกวันนี้ ไหหลำเป็นเมืองท่องเที่ยวสำคัญของจีน พื้นที่ใหญ่กว่าภูเก็ต 60 เท่า และมีประชากรกว่า 8 ล้านคนนั้น เต็มไปด้วยโรงแรมกับรีสอร์ตหรูหรา สลับไปด้วยอาคารสูงระฟ้า เพราะไหหลำเป็นเมืองชายทะเลเพียงแห่งเดียวของจีนที่ได้ชื่อว่า มีชายหาดงดงามที่สุด นอกจากนี้ รัฐบาลจีนยังมีนโยบายฟรีวีซ่ากับนักท่องเที่ยวต่างชาติ ที่ไปเที่ยวไหหลำเป็นพิเศษ ซึ่งปกติจะต้องขอวีซ่าเพื่อท่องเที่ยวในจีน แต่หากไปเที่ยวไหหลำก็ไม่ต้องใช้วีซ่า แค่ถือพาสปอร์ตลงจากเครื่องบินก็เข้าไปเที่ยวได้

ไหหลำฉ่ำใจ,ธุรกิจและการเงิน,Rabbit Today

รัฐบาลจีนยังตั้งเป้าหมายไว้อีกว่า ภายในปี 2020 หรืออีก 2 ปีนับจากนี้ คนไหหลำจำนวน 450,000 คนจะต้องมีงานทำในตัวเมือง ซึ่งจะทำให้อัตราการว่างงานลดลงเหลือแค่ 4% อีกทั้งยังจัดตั้งหน่วยงานส่งเสริมนวัตกรรม 100 แห่ง เพื่ออบรมให้ความรู้กับ SME 3,000 แห่งด้วย

สำคัญที่สุดคือ ไหหลำจะกลายเป็น Free Trade Zone ซึ่งจะทำให้มูลค่าการค้าของไหหลำเพิ่มทวีขึ้นมากมาย อีกทั้งรัฐบาลยังให้สิทธิพิเศษวีซ่าถาวร และวีซ่าระยะยาว กับผู้ลงทุนต่างชาติ ผู้เชี่ยวชาญต่างชาติ และนักศึกษาต่างชาติอีกด้วย ทั้งนี้เพื่อส่งเสริมการลงทุนด้านอุตสาหกรรมไฮเทค ซึ่งจะทำควบคู่กันไปกับธุรกิจท่องเที่ยว 

นอกจากนี้ ไหหลำยังจัดตั้งเขตปลอดภาษีสำหรับสินค้าราคาแพงแบรนด์เนมระดับโลกทั้งหลาย ไม่ต่างอะไรกับฮ่องกง และสิงคโปร์ เพียงแต่ว่าร้านค้าปลอดภาษีที่ใหญ่ที่สุดในโลกในปัจจุบันนั้นอยู่ที่ไหหลำ ซึ่งแค่ช่วงตรุษจีนปี 2018 ที่ผ่านมานั้นไหหลำมีรายได้จากร้านค้าปลอดภาษีถึง 450 ล้านหยวน ด้วยจำนวนลูกค้าประมาณ 90,000 คน

ปัจจุบัน ไหหลำมี GDP ต่อประชากรใกล้เคียงกับประเทศไทย คนไหหลำจึงไม่จำเป็นต้องอพยพขึ้นเรือเร่ร่อนค้นหาแผ่นดินเพื่อตั้งต้นชีวิตใหม่อีกต่อไป



Advertising