ธุรกิจและการเงิน

ใช้ชีวิตอย่างอุ่นใจด้วย ‘ประกันบ้าน & รถ’

Published 25 มี.ค. 2019

By กาญจนา หงษ์ทอง

house-and-car-insurance-biz-buzz-Rabbit-Today-banner

เมื่อความเสี่ยงอยู่รอบตัวเรา ไม่ว่าจะอยู่กับบ้าน เดินทาง หรือนั่งทำงานอยู่ก็เสี่ยงได้ทั้งนั้น

เมื่อเป็นแบบนี้ หลายคนจึงทำประกันชีวิตเพื่อเติมความอุ่นใจให้ชีวิตกันไปแล้ว หากแต่ในความเป็นจริง ยังมีประกันอีกหลายอย่าง ที่คุณควรทำเพื่อจัดการความเสี่ยงให้อยู่หมัด

จะมีประกันประเภทไหนอีกบ้างที่ควรทำ ตามมาดูกัน

ประกันบ้าน

แค่ได้ยินคำว่าประกันภัยบ้าน คนส่วนใหญ่ก็นึกถึงภาระที่ต้องจ่ายขึ้นมาทันที แต่เมื่อความแน่นอน คือ ความไม่แน่นอน วันดีคืนดี เคราะห์หามยามร้ายอาจจะมาเคาะประตูบ้านคุณ ทำไมไม่เตรียมพร้อมรับมือกับเหตุการณ์ไม่คาดฝันด้วยการทำประกันภัยเพื่อคุ้มครองบ้านหรือที่อยู่อาศัยของคุณ

เพียงคุณใช้เงิน 1% ของทรัพย์สินที่คุณมีอยู่ มาสร้างหลักประกันไว้ เพียงเท่านี้ หากเกิดเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝัน บ้านที่คุณสร้างมาก็จะได้รับความคุ้มครอง  

เพราะบ้านเป็นทรัพย์สินชิ้นใหญ่ที่มีค่าและสำคัญมาก แต่ไม่ว่าเราจะมั่นใจแค่ไหน มันอาจถูกบุกรุกคุกคามได้หลายรูปแบบ เช่น อุบัติเหตุที่เกิดขึ้นโดยไม่คาดหวัง ลมพายุ อุบัติเหตุจากยานพาหนะ อัคคีภัย เป็นต้น

เมื่ออะไรก็เกิดขึ้นได้ คุณควรหาความคุ้มครองจากประกัน เพื่อที่จะได้ชดใช้ทรัพย์สินของคุณที่สูญเสียไป ในขณะที่ทรัพย์สินและความทรงจำบางอย่างนั้นไม่สามารถชดใช้แทนได้ แต่การประกันบ้านที่ดีนั้น สามารถช่วยทดแทนทรัพย์สินที่สูญเสียและเสียหายได้ เพื่อที่คุณจะได้ฟื้นตัวกลับไปดำเนินชีวิตได้เร็วที่สุดเท่าที่จะเร็วได้ 

ดังนั้น การทำประกันอัคคีภัยให้กับบ้านและทรัพย์สินของคุณ เป็นสิ่งที่จะทำให้คุณรู้สึกอุ่นใจและสามารถแก้ปัญหาให้คุณได้ หากเกิดเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝันกับบ้านของคุณ จริงๆ แล้วเบี้ยประกันอัคคีภัยบ้าน ที่บริษัทประกันทั้งหลายจะคิดกับคุณ นับเป็นจำนวนเงินที่น้อยมากเมื่อเทียบกับราคาบ้านของคุณทั้งหลัง ซึ่งอัตราโดยส่วนใหญ่มักจะขึ้นกับประเภทของบ้านหรืออสังหาริมทรัพย์ที่คุณต้องการทำประกัน และการครอบคลุมประเภทของวินาศภัยที่จะเกิดกับบ้านของคุณ 

ประกันรถยนต์

ประกันอีกประเภทหนึ่ง ที่ถ้าคุณมีรถยนต์เป็นสมบัติส่วนตัว ก็ควรจะมีไว้ นั่นคือ ประกันรถยนต์ อย่างน้อยเวลาใช้รถสัญจรไปไหนมาไหน คุณจะได้อุ่นใจได้ว่าเมื่อเกิดเหตุไม่พึงประสงค์ ประกันจะช่วยให้คุณคลี่คลายเรื่องยุ่งยากไปได้ระดับหนึ่ง

ความแตกต่างอย่างหนึ่งที่เห็นได้ชัดในเรื่องการทำประกันรถยนต์ในเมืองไทยและที่ต่างประเทศ ก็คือที่ต่างประเทศจะมีทั้งการทำประกันรถและการทำประกันผู้ขับขี่ ซึ่งหมายถึงผู้เอาประกันสามารถไปขับรถคันไหนก็ได้ สัญญาการประกัน จะตามไปรับผิดชอบให้ แต่สำหรับเมืองไทยที่เห็นจะเป็นการทำประกันรถยนต์โดยตรง คือใครมาขับรถคันนี้ขอให้มีใบขับขี่ สัญญาการรับประกันก็จะรับผิดชอบให้ 

ปัญหาอย่างหนึ่งของการทำประกันรถยนต์ คือการเลือกบริษัทประกัน ที่ปัจจุบันมีให้เลือกหลายบริษัท จนคุณไม่รู้ว่าจะเริ่มจากตรงไหนดี  

ประการแรกน่าจะดูที่การให้บริการ ผู้ซื้อประกันหลายคนที่ต้องผิดหวังเมื่อโทรศัพท์เรียกใช้บริการหลังจากที่ประสบเหตุ แต่บางรายกลับต้องรอนานหลายชั่วโมง หรือบางคนรอเป็นวัน เวลาที่เจรจาเรื่องค่าซ่อม ฝ่ายเจ้าของรถก็อยากจะซ่อมให้ดีที่สุด ในขณะที่ฝ่ายบริษัทก็อยากจะจ่ายให้ถูกที่สุด จนบางครั้งเจ้าของรถต้องยอมที่จะจ่ายส่วนต่างเอง 

หากจะเลือกซื้อประกันกับบริษัทไหน จึงขอแนะให้ดูและหาข้อมูลเรื่องการให้บริการของบริษัทนั้นให้ละเอียด ถามผู้ที่เคยมีประสบการณ์ทำประกันกับบริษัทนั้นมาก่อนก็ได้ 

อย่าคิดแค่ว่า ทุกวันนี้คุณขับรถด้วยความไม่ประมาทอยู่แล้ว หรือไม่ได้ใช้รถบ่อยนัก ไม่จำเป็นต้องทำก็ได้ เพราะในความเป็นจริง มีโอกาสที่จะเกิดเรื่องร้ายและเรื่องผิดพลาดได้ตลอดเวลา กันไว้ดีกว่าแก้จะดีกว่า 

นี่เป็นประกันที่คุณควรจะมีติดตัวเอาไว้ เพราะโลกนี้อะไรก็ไม่แน่นอนทั้งนั้น



Advertising