ธุรกิจและการเงิน

ลงทุนแบบไหนให้ชีวิตดีมีกำไร

Published 14 ม.ค. 2019

By กาญจนา หงษ์ทอง

how-to-invest-in-stocks-biz-buzz-Rabbit-Today-banner

ตลาดหุ้นบางครั้งก็อยู่ในสภาพคุ้มดีคุ้มร้าย เพราะอาจจะเจอทั้งเรื่องปัญหาการเมืองและเศรษฐกิจมารุมเร้าอย่างต่อเนื่อง แต่ก็ใช่ว่านักลงทุนจะหาโอกาสทำกำไรไม่ได้เสียเมื่อไหร่ เพราะยังมีวิธีการลงทุนแบบชาญฉลาดที่ไม่เพียงพาคุณคลาดแคล้วจากคำว่าขาดทุน แต่ยังพาคุณทำกำไรได้ด้วย

ต้องปรับตัวเร็ว

 ข่าวร้ายและข่าวดีที่เข้ามากระทบใจนักลงทุนไทย เกิดขึ้นในเวลาไล่เลี่ยกัน อาจส่งผลบั่นทอนความเชื่อมั่นในการลงทุนทั้งในตลาดหุ้นและตลาดบอนด์ได้ แม้ตามหลักการวางแผนบริหารเงินดีที่สุด คือต้องออมต่อเนื่อง กระจายการลงทุน ทำให้ต้นทุนการลงทุนลดลง และหยุดพักรับข่าวสารจากสื่อต่างๆ บ้าง แต่สถานการณ์ต่างๆ ในไทย และทั่วโลกเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ทำให้นักลงทุนต้องคิดใหม่ปรับตัวใหม่ เปลี่ยนแผนการลงทุนแตกต่างไปจากหลักการเดิมเสียบ้าง โดยเฉพาะ 2-3 ปีที่ผ่านมาโลกเปลี่ยนไปจากที่นักลงทุนเคยรับรู้ ดังนั้น การลงทุนจึงควรปรับใหม่อย่างมีเหตุมีผล ตามสถานการณ์หรือเศรษฐกิจที่เปลี่ยนแปลงไป 

ปรับพอร์ตไว

 เมื่อโลกการลงทุนเปลี่ยนไป การปรับตัวด้านการลงทุนก็ควรจะปรับเปลี่ยนอย่างรวดเร็ว เป็นต้นว่าหากตลาดหุ้นในบ้านเราไม่ค่อยดี ก็อาจจะขยับขยายไปลงทุนในตลาดหุ้นต่างประเทศดูบ้าง ไม่ว่าจะเป็นตลาดหุ้นสหรัฐฯ ยุโรป จีน เกาหลี และญี่ปุ่น ตอนนี้ก็น่าลงทุนไปหมด ดังนั้นควรปรับพอร์ตของคุณกระจายไปลงทุนในต่างประเทศบ้าง เพื่อหาผลตอบแทนที่งอกเงยกว่าตลาดหุ้นบ้านเรา 

ลงทุนแบบไหนให้ชีวิตดีมีกำไร,ธุจกิจและการเงิน,Rabbit Today

อย่าหวังแต่รีเทิร์นสูง

 ทั้งตลาดหุ้นบ้านเราและตลาดหุ้นทั่วโลกเดี๋ยวนี้ก็ผันผวนเร็วทั้งสิ้น ดังนั้น จึงอย่าเชื่อกับวัฏจักรที่ว่าหากสถานการณ์หรือเหตุเลวร้ายสิ้นสุดลง สถานการณ์หรือเหตุการณ์ดีๆ จะเกิดขึ้นตามมาทุกครั้งไป นักลงทุนอย่าฝากความหวังไว้กับการลงทุนหุ้นมากจนเกินไป ไม่ควรคิดว่าระยะยาวหุ้นช่วยทำกำไรให้คุณได้ 10% ต่อปี หากย้อนไปดูข้อมูลผลตอบแทนย้อนหลัง การหวังผลตอบแทนสูงๆ เกิน 10% อาจเป็นเรื่องง่าย แต่ทุกวันนี้ไม่ได้เป็นแบบนั้น  ดังนั้น หากคุณไม่หวังรีเทิร์นที่สูงจนเกินไป ก็อาจเป็นการลงทุนที่ปลอดภัยกว่า 

คิดลงทุนเผื่อวัยเกษียณ

 เพราะการแพทย์กับมาตรฐานชีวิตดีขึ้น โอกาสที่คุณมีอายุยืนยาวถึง 100 ปี ยิ่งมีมากขึ้น โลกเปลี่ยนแปลงไปทางที่ดีเช่นนี้ มีแต่จะทำให้การเกษียณอายุยาวนานขึ้น ผู้สูงวัย 65 ปีอาจมีชีวิตยืนยาวถึง 80 ปีหรือมากกว่านี้ ดังนั้น นักลงทุนควรปรับขยับพอร์ตเงินออม แปลงไปเป็นการลงทุนระยะยาวเผื่อวัยชราไว้บ้าง ในต่างประเทศนั้นตอนนี้สิ่งที่ทำให้คนชรานอนไม่หลับหวาดผวาทุกคืนนั้น ไม่ใช่เรื่องความตาย แต่คือเรื่องที่พวกเขายังคงมีชีวิตอยู่และมีอายุยืนยาวกว่าคาดการณ์ไว้

ดังนั้น ขอให้นักลงทุนปรับคาดการณ์วัยเกษียณเสียใหม่ ว่าจะกินเวลานานขึ้น ประมาณ 30-35 ปี อายุขัยอาจมากขึ้นถึง 90 ปี หรือ 100 ปีเป็นได้ ให้นักลงทุนแบ่งสัดส่วนครึ่งหนึ่งของเงินออม ซื้อผลิตภัณฑ์การเงินมีให้เลือกมากมาย เป็นการบริหารเงินต้นให้ออกดอกออกผล สร้างผลตอบแทนเหมือนเป็นเงินบำเหน็จบำนาญ เผื่อไว้ให้ตัวเองใช้จ่ายในยามที่วัยล่วงเลยเข้าสู่วัยเกษียณ ที่สำคัญนักลงทุนที่มีเงินออมในกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ ไม่ควรถอนเงินออมก้อนใหญ่ที่มีอยู่นั้นมาใช้ล่วงหน้า หรือหากจำเป็นต้องถอนควรถอนให้น้อยที่สุด ซึ่งในสหรัฐฯ ปกติถอนไม่เกิน 4% ของเงินที่มีอยู่ในกองทุนในแต่ละปี ยิ่งพักเงินออมในกองทุนไว้นานขึ้น คุณจะยิ่งมีเงินทุนมากขึ้นเผื่อไว้กรณีอายุขัยยาวนานขึ้น

คิดระยะยาวไว้เสมอ

การลงทุนชาญฉลาดไม่ได้เหมือนการแข่งขัน ต้องวิ่งเต็มฝีเท้าในระยะทางสั้นๆ แต่เป็นการวิ่งระยะทางไกลอาศัยความอดทน และการลงทุนแบบวิ่งมาราธอน ไม่ใช่การลงทุนคอยแสวงหาแต่ผลตอบแทนที่ดีที่สุดในระยะ 12 เดือนข้างหน้า แน่นอนว่านักลงทุนอาจเผชิญภาวะตลาดผันผวนเป็นระยะ หากคิดถึงแต่การลงทุนที่ต้องให้รีเทิร์นหรือกำไรมากๆ ในช่วงสั้นๆ

ถ้าทำได้ทั้งหมดที่ว่ามา รับรองว่าฉลาดลงทุนแบบนี้ ชีวิตดีมีเงินใช้ตลอดแน่นอน



Advertising