ธุรกิจและการเงิน

แบบไหนถึงจะเรียกว่า ‘ประดิษฐกรรม’

Published 3 ต.ค. 2018

By ประเสริฐ เอี่ยมรุ่งโรจน์ (แกะดำทำธุรกิจ)

Invention-biz-buzz-Rabbit-Today-banner

วันก่อนผมดูหนังเรื่อง Flash of Genius เป็นหนังที่น่าสนใจมาก เลยขอหยิบเรื่องมาเล่าต่อให้ผู้อ่านทุกท่านฟังครับ

Robert Kearns อาศัยอยู่ที่เมืองดีทรอยท์ (Detroit) เป็นอาจารย์สอนในมหาวิทยาลัยทางด้านวิศวกรรม ในปี 1953 เขาโชคร้ายในวันแต่งงาน เมื่อเปิดขวดแชมเปญ แล้วจุกก๊อกของขวดกระแทกที่ตาซ้ายของเขาอย่างแรง ทำให้เขาตาบอดเหลือแค่ข้างเดียวในการใช้งาน

แบบไหนถึงจะเรียกว่า ‘ประดิษฐกรรม’,ธุรกิจและการเงิน,Rabbit Today

มีอยู่วันหนึ่งที่เขาขับรถในขณะที่ฝนตก แล้วรู้สึกรำคาญกับที่ปัดน้ำฝนที่ปัดอยู่ตลอดเวลา ทั้งๆ ที่ตอนนั้นฝนตกแค่บางตา (เมื่อ 50 ปีที่แล้ว ที่ปัดน้ำฝนของรถทุกคันจะทำงานตลอดเวลา) เขาเลยนึกถึงการทำงานของตาซ้ายที่ไม่ต้องกะพริบตลอดเวลา แต่จะกะพริบตาเฉพาะช่วงที่เขาต้องการกะพริบ 
นั่นเป็นที่มาที่เขาเริ่มประดิษฐ์ที่ปัดน้ำฝนที่ทำงานเป็นช่วงๆ ปัดแล้วหยุด แล้วปัดต่อ จนเป็นคนแรกในโลกที่สามารถประดิษฐ์ที่ปัดน้ำฝนที่เรียกว่า Intermittent Wiper ได้สำเร็จ

Robert Kearns ติดต่อบริษัท Ford เพื่อนำประดิษฐ์กรรมของเขาไปขาย ซึ่ง Ford ก็แสดงความสนใจกับประดิษฐกรรมนี้ แต่หลังจากนั้นก็ขาดการติดต่อกัน อีกไม่นานรถยนต์ Ford ก็มีที่ปัดน้ำฝนที่ทำงานได้เหมือนกับ Intermittent Wiper ของ Robert Kearns

แบบไหนถึงจะเรียกว่า ‘ประดิษฐกรรม’,ธุรกิจและการเงิน,Rabbit Today

Kearns ยื่นเรื่องฟ้องศาล เพราะประดิษฐกรรมของเขาจดลิขสิทธิ์ทางปัญญาไว้ แต่ข้อโต้แย้งของ Ford คืออุปกรณ์ทุกชิ้นที่อยู่ในประดิษฐ์กรรมของ Kearns เป็นอุปกรณ์พื้นๆ ที่ไม่มีความพิเศษเลย ดังนั้น จะมาเรียกว่า ‘ประดิษฐกรรม’ ได้อย่างไร Ford บอกว่าอุปกรณ์พื้นๆ เหล่านี้คือ Capacitor, Variable Resistor หรือ Transistor ที่หาซื้อจากร้านค้าที่ไหนก็ได้

Robert Kearns ขึ้นศาลโดยเป็นทนายว่าความให้ตัวเอง และใช้ลูกๆ เป็นลูกมือ โดยให้ลูกคนหนึ่งไปซื้อหนังสือชื่อ ‘A Tale of Two Cities’ ของ Charles Dickens แล้วซักค้านพยานของจำเลยซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญทางด้านวิศวกรรม

แบบไหนถึงจะเรียกว่า ‘ประดิษฐกรรม’,ธุรกิจและการเงิน,Rabbit Today

Kearn เริ่มจากมุมที่ว่าหนังสือเล่มนี้ถือเป็นวรรณกรรม แล้วขออนุญาตศาลอ่านข้อความจากหนังสือทีละคำ คำว่า “it, was, the, best.....” พร้อมถามพยานของจำเลยว่า Charles Dickens เป็นคนประดิษฐ์คำแต่ละคำที่ใช้ในหนังสือหรือเปล่า คำตอบจากพยานจำเลยคือ Charles Dickens ไม่ได้เป็นคนคิดคำเหล่านั้นขึ้นมา แต่เป็นสิ่งที่มีอยู่แล้วในภาษาอังกฤษ 

มาถึงตรงนี้ Kearns ให้ความเห็นกับศาลว่าสิ่งที่ Charles Dickens ทำ ก็คือหยิบศัพท์แต่ละคำมาเรียงเป็น Pattern ใหม่ ที่ไม่เคยมีใครเรียงแบบนี้มาก่อน ทำให้หนังสือ A Tale of Two Cities มีความพิเศษ ได้รับการยกย่องว่าเป็นวรรณกรรม และสรุปสิ่งที่เขาต้องการสื่อกับทางศาลว่า นวัตกรรมที่ประดิษฐกรรมในโลก ไม่ว่าจะเป็นวิทยุ หรือเครื่องมือสื่อสารต่างๆ สิ่งที่นักประดิษฐ์ทำคือเรียง Pattern ใหม่ของอุปกรณ์ที่มีอยู่แล้ว ทำให้เกิดผลลัพธ์ที่แตกต่าง เป็นสิ่งใหม่ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน 

ถ้าตรรกะนี้ถูกต้อง ประดิษฐกรรมของเขาที่เป็น Intermittent Wiper ซึ่งใช้อุปกรณ์ที่มีอยู่ดาษดื่น ก็สามารถเรียกได้ว่าเป็นประดิษฐกรรม และสามารถมีลิขสิทธิ์ทางด้านปัญญาได้

แบบไหนถึงจะเรียกว่า ‘ประดิษฐกรรม’,ธุรกิจและการเงิน,Rabbit Today

สุดท้ายศาลตัดสินให้ Kearns ชนะคดี โดยให้ Ford ชดใช้ค่า เสียหาย 10.1 ล้านเหรียญสหรัฐฯ จากนั้น Kearns ก็ใช้เวลาอีกหลายปีดำเนินคดีกับบริษัท Chrysler ซึ่งสุดท้ายศาลก็ตัดสินให้เขาได้รับเงินค่าเสียหาย 18.7 ล้านเหรียญสหรัฐ Kearns ใช้เวลา 10 กว่าปีขึ้นศาลเพื่อปกป้องผลผลิตทางปัญญาของตัวเอง โดยทำหน้าที่เป็นทนายให้กับตัวเองเพื่อพิสูจน์ข้อเท็จจริงให้ปรากฏกับสาธารณชน 

ข้อเรียนรู้สำคัญจากกรณีศึกษานี้ก็คือประดิษฐกรรมหรือนวัตกรรมของผลิตภัณฑ์ใดๆ ในโลก คือการนำสิ่งที่มีอยู่มาสร้าง New Combination สร้าง New Pattern แล้วทำให้เกิดผลลัพธ์ใหม่ เป็นผลลัพธ์ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน 

และนี่คือคำจำกัดความ ของคำว่า Invention 

อ้างอิง: Flash of Genius


AUTHOR :

ประเสริฐ เอี่ยมรุ่งโรจน์ (แกะดำทำธุรกิจ)
ประเสริฐ เอี่ยมรุ่งโรจน์ (แกะดำทำธุรกิจ)
เขาเป็นนักยุทธศาสตร์ทางธุรกิจที่ ‘คิดสวนทาง’ หลงใหลเรื่องนวัตกรรมกับเรื่อง disruption เขาใช้วิธีคิดนี้เป็นเครื่องมือสร้าง business transformation ให้องค์กรธุรกิจ ทำให้เกิดโมเดลพลิกองค์กรเป็น disruptor ที่เปล่งแสงแล้วเติบโตแบบก้าวกระโดด เขาเป็นเจ้าของเพจแกะดำทำธุรกิจ ติดตามบทความพลิกมุมคิดของเขาได้ในคอลัมน์ธุรกิจและการเงิน

Advertising