ธุรกิจและการเงิน

รู้ใช้ รู้ลงทุน

Published 15 พ.ย. 2018

By คุณปิยมิตร ยอดเมือง

Investment-biz-buzz-Rabbit-Today-banner

ผมได้เขียนไว้ในข้อเขียนอีกชิ้นหนึ่งว่า 4 ขั้นตอนของการสร้างความมั่งคั่ง ประกอบด้วย รู้หา รู้เก็บ รู้ใช้ และรู้ลงทุน ใครที่ยังไม่ได้อ่านเรื่องรู้หาและรู้เก็บ ลองไปหาอ่านดูนะครับ

รู้ใช้ รู้ลงทุน  ก็คือการนำความรู้ในเรื่องของการใช้จ่ายและการลงทุนมาใช้เพื่อทำให้การใช้จ่ายเงินและการลงทุนมีประสิทธิภาพสูงสุด

ในขั้นแรกต้องรู้ความแตกต่างระหว่าง ‘การใช้จ่าย’ กับ ‘การลงทุน’ เสียก่อน...เราพูดกันในบริบทของการสร้างความมั่งคั่งนะครับ ไม่ใช่ความหมายตามตัวอักษรหรือตามหลักภาษาไทย

การใช้จ่าย เป็นการจับจ่ายใช้สอยเพื่อวัตถุประสงค์เฉพาะหน้า ไม่ได้มองไกลไปในอนาคต แต่การลงทุนเป็นการใช้เงินกับสิ่งที่หวังจะให้เกิดผลตอบแทนกลับคืนมาในอนาคต

รู้ใช้ รู้ลงทุน,ธุรกิจและการเงิน,Rabbit Today

ยกตัวอย่างเช่น การซื้ออาหารการกิน หากเป็นการทานเพื่อประทังความหิว หรือกินเพื่อให้อิ่มท้องไปในแต่ละมื้อ นั่นคือการใช้จ่าย แต่ถ้าก่อนจะเสียเงินกับอาหารในแต่ละมื้อ คุณคิดแล้วคิดอีก ว่าอาหารนั้นมีประโยชน์กับร่างกายอย่างไร หรือจะเป็นโทษอย่างไร แล้วเลือกทานแต่ของดีมีประโยชน์ต่อสุขภาพ เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันให้กับร่างกาย ทำให้ร่างกายแข็งแรงสมบูรณ์มากขึ้น เพื่อให้ประสิทธิภาพในการทำงานดีขึ้น อย่างนี้ถือเป็นการลงทุนครับ

หรือการใช้เงินกับสถานบันเทิงเริงรมย์ หากเพื่อตอบสนองความต้องการส่วนตัว เพื่อคลายเครียดชั่วครู่ชั่วยาม อย่างนี้เป็นการใช้จ่ายครับ แต่ถ้าเป็นการพาลูกค้าไปเลี้ยงดูปูเสื่อเพื่อหวังผลในการมัดใจลูกค้าในระยะยาว อย่างนี้ถือเป็นการลงทุน

การลงทุนจึงมีความหมายที่กว้างมากๆ ตั้งแต่ลงทุนกับอาหารการกิน ลงทุนเพื่อสุขภาพร่างกายที่แข็งแรงสมบูรณ์ ลงทุนกับการศึกษาหาความรู้ หรือเพิ่มทักษะทางวิชาชีพ ลงทุนในสลากกินแบ่งรัฐบาล (ซึ่งเป็นการลงทุนที่เสี่ยงต่อการสูญเสียเงินก้อนนั้นสูงมาก และรู้ผลในระยะเวลาสั้นมากเพียงแค่ครึ่งเดือนเท่านั้น) ลงทุนในสลากออมสินหรือสลาก ธ.ก.ส. (ซึ่งไม่สูญเสียเงินต้น และมีโอกาสลุ้นรางวัลถึง 3 ปี) ลงทุนในกองทุนรวม ไปจนถึงลงทุนในหุ้น ลงทุนในทองคำ ในอสังหาริมทรัพย์ และอื่นๆ อีกมากมาย

รู้ใช้ รู้ลงทุน,ธุรกิจและการเงิน,Rabbit Today

สิ่งที่ต้องรู้เกี่ยวกับการลงทุนก็คือ การคาดหวังผลตอบแทนที่สูง ย่อมต้องยอมรับความเสี่ยงที่สูงด้วย

ยกตัวอย่างเช่น การลงทุนทำศัลยกรรมใบหน้าเพราะหวังว่าจะเป็นใบเบิกทางที่ช่วยให้ชีวิตรุ่งโรจน์โชติช่วงชัชวาลย์ ช่วยให้ได้งานดีๆ ได้สามีรวยๆ ซึ่งเป็นการหวังผลเลิศ จึงต้องยอมรับความเสี่ยงหากเกิดความผิดพลาดจากการศัลยกรรมนั้นแล้วทำให้เสียโฉมหรือเสียความมั่นใจ

หรือการลงทุนในหุ้นบางตัวที่ราคาเคลื่อนไหวหวือหวามากๆ เวลาลงก็ลงวันละ 5-10% เวลาขึ้นก็ขึ้นได้วันละ 5-10% ซึ่งหากมองในมุมของผู้ลงทุนอาจจะหวังแต่กำไร ไม่ได้มองด้านขาดทุน แต่ด้วยหลักของผลตอบแทนและความเสี่ยงแล้ว การคาดหวังผลตอบแทนในระดับนี้ย่อมมีความเสี่ยงมากกว่าการลงทุนในหุ้นขนาดใหญ่ มั่นคง แต่ราคาเคลื่อนไหวขึ้นลงไม่มากนัก (หุ้นที่เสี่ยงต่ำ หากวันไหนราคาขึ้นหรือลงมากกว่า 2% ก็ถือว่าผิดปกติแล้ว)

บันไดอีกขั้นสู่ความมั่งคั่ง คือรู้ใช้จ่าย และรู้ลงทุน ซึ่งหากบริหารจัดการค่าใช้จ่ายและเงินลงทุนได้ดี บริหารความเสี่ยงได้ดี คำว่า ‘รวย’ ก็อยู่ไม่ไกลเกินเอื้อมครับ



Advertising