ธุรกิจและการเงิน

ลงทุนอย่างไรไม่ให้หมี

Published 2 ม.ค. 2019

By ดร.ธนาวัฒน์ สิริวัฒน์ธนกุล

investment-price-volatility-biz-buzz-Rabbit-Today-banner

อากาศช่วงใกล้สิ้นปีนี้ บางวันท้องฟ้าดูหม่นเหมือนจะมีเมฆฝน มีลมพัดมาพร้อมความเย็นขั้นบางเบา แต่ในบางช่วง ก็ดูพระอาทิตย์ไม่ค่อยอยากจะส่องแสงสักเท่าไร ดูบรรยากาศง่วงเหงาน่าหาวนอน

สภาวะภูมิอากาศที่น่าทิ้งตัวลงนอนช่วงนี้ เป็นช่วงที่หมีขั้วโลกเริ่มจำศีล ซึ่งไม่ต่างอะไรกับภาวะการลงทุนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ที่นักลงทุนหลายคนเริ่มถอดใจไม่รู้จะทำอย่างไรดี จะซื้อหุ้นต่อก็กลัววันพรุ่งนี้ตลาดจะลง กลัวว่าวันนี้ช้อนไป แล้วพรุ่งนี้ยังมีหุ้นถูกกว่าวันนี้ให้ช้อนอีก แต่ครั้นจะแช่งให้หุ้นลงต่อก็กลัวหุ้นที่ถือครองอยู่จะยิ่งติดดอย 

ว่าแล้วก็ให้นึกถึงเพลงของพี่เบิร์ด "กลับตัวก็ไม่ได้ ให้เดินต่อไปก็ไปไม่ถึง เหมือนมีอะไรที่ดึง ไม่ให้เราเลือกทางใด"

3 ทางเลือกการลงทุนต่อไปนี้โดยเปรียบเทียบแล้วอาจค่อนข้างน่าสนใจในช่วงที่ราคาหุ้นสามัญเข้าใกล้ตลาดหมี หลายต่อหลายวัน ราคาหุ้นมักขึ้นนิดแต่ครั้นพอลงก็มากหน่อย ให้พอได้ตกใจราวกับขึ้นรถไฟตีลังกา 

1. เงินสดและตราสารในตลาดเงิน ในช่วงที่ราคาของหุ้นสามัญหลายๆ ตัวในตลาดหลักทรัพย์ฯ มีแนวโน้มปรับตัวลดลง นักลงทุนที่มีเงินออมที่กันไว้ในแต่ละเดือนเพื่อลงทุน อาจนำเอาเงินทุนส่วนเกินดังกล่าว ไปพักรอจังหวะการลงทุนที่จะพลิกกลับมาเป็นขาขึ้นได้ใหม่ ในรูปแบบของการลงทุนที่เป็นเงินสด แต่จริงๆ แล้วอาจไม่ใช่เป็นการนำเงินสดไปเก็บไว้ที่บ้านหรือซุกซ่อนไว้ตามสถานที่ต่างๆ ที่นอกจากจะไม่ได้รับผลตอบแทนแล้วยังอาจสูญหายได้อีก ทางเลือกการลงทุนที่นักลงทุนหลายๆ ท่านมักเรียกว่าเป็นการถือครองเงินสด จริงๆ แล้วมักหมายความถึงการฝากเงินไว้ในบัญชีเงินฝากธนาคารพาณิชย์ หรือสหกรณ์ออมทรัพย์ต่างๆ 

นอกจากนั้นแล้ว ทางเลือกการลงทุนที่มีความเสี่ยงจากความผันผวนของราคาหลักทรัพย์ค่อนข้างน้อย ยังอาจครอบคลุมถึงการลงทุนในตราสารในตลาดเงินอื่นๆ เช่น ตั๋วเงินคลัง หรือตราสารพาณิชย์ต่างๆ อย่างไรก็ตามสำหรับนักลงทุนที่ไม่มีความรู้ความเชี่ยวชาญทางการเงินในการวิเคราะห์บริษัทที่น่าสนใจในการให้กู้ยืมระยะสั้นๆ หรืออาจมีเงินลงทุนเป็นจำนวนไม่มากพอที่จะไปลงทุนในตราสารในตลาดเงินได้โดยตรง ก็อาจเลือกใช้บริการของบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน หรือ บลจ.ที่จะนำเงินของนักลงทุนไปบริหารผ่านการลงทุนในตลาดเงิน ซึ่งเรียกว่า ‘กองทุนรวมตลาดเงิน’ 

ทั้งนี้การลงทุนในกองทุนรวมตลาดเงิน อาจส่งผลทำให้นักลงทุนได้รับผลตอบแทนที่สูงกว่าการฝากเงินไว้ในบัญชีเงินฝากธนาคารพาณิชย์ นอกจากนั้นแล้ว ผลตอบแทนที่ได้รับจากกองทุนรวมตลาดเงิน ซึ่งมักอยู่ในรูปของส่วนต่างราคาของหน่วยลงทุนก็ยังไม่ต้องเสียภาษี อย่างไรก็ตาม การลงทุนในกองทุนรวมตลาดเงินหากนักลงทุนต้องการใช้เงิน อาจต้องแจ้ง บลจ. หรือตัวแทนสนับสนุนก่อน 1 วันทำการที่จะใช้เงิน  

2. ตราสารหนี้ระยะสั้น อาจเป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับนักลงทุน ที่ต้องการลดความเสี่ยงจากความผันผวนของราคาหลักทรัพย์ ทั้งนี้การลงทุนตราสารหนี้ระยะสั้นนั้นอาจได้แก่ พันธบัตรรัฐบาล หรือหุ้นกู้ภาคเอกชน อย่างไรก็ตาม การลงทุนในหุ้นกู้ภาคเอกชน ในช่วงที่ตลาดหุ้นค่อนข้างผันผวนและมีแนวโน้มปรับตัวลดลง นักลงทุนอาจต้องให้ความระมัดระวังในการคัดเลือกบริษัทที่ลงทุนเป็นพิเศษ เนื่องจากสาเหตุที่ราคาหุ้นปรับตัวลดลง อาจเกิดขึ้นจากแนวโน้มภาวะเศรษฐกิจที่มีแนวโน้มซบเซาหรือถดถอย ซึ่งอาจส่งผลต่อเนื่องทำให้บริษัทที่ออกหุ้นกู้ไม่มีความสามารถในการชำระเงินคืน นักลงทุนจึงอาจเลือกลงทุนเฉพาะในหุ้นกู้ภาคเอกชนที่มีการจัดอันดับความน่าเชื่อถือในระดับเหมาะสมสำหรับการลงทุน (Investment Grade)

ทั้งนี้ นักลงทุนที่ต้องการลดความเสี่ยงจากการลงทุนให้มีความปลอดภัยมากยิ่งขึ้น ก็อาจเลือกลงทุนในตราสารหนี้ที่มีค่าดูเรชัน (Duration) ค่อนข้างต่ำ เนื่องจากเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงของอัตราดอกเบี้ยในท้องตลาด ก็จะมีความผันผวนของราคาไม่มากนัก อย่างไรก็ตามการลงทุนทางอ้อมในตราสารหนี้ระยะสั้นผ่านกองทุนรวมตราสารระยะสั้น ก็อาจเป็นอีกทางเลือกของนักลงทุนที่ไม่ต้องการกังวลใจกับการคัดเลือกตราสารหนี้ลงทุน โดยปล่อยให้เป็นหน้าที่ของผู้จัดการกองทุน หากแต่นักลงทุนก็อาจต้องเสียค่าธรรมเนียมในการบริหารจัดการกองทุน

3. Defensive Stock หรือที่นักวิเคราะห์หลักทรัพย์บางท่านเรียกว่า ‘หุ้นตั้งรับ’ ก็อาจเป็นอีกทางเลือกหนึ่งในช่วงที่ราคาของหลักทรัพย์หลายๆ ตัวในตลาดหลักทรัพย์ฯ มีแนวโน้มปรับตัวลดลง ทั้งนี้ในช่วงของภาวะตลาดหมี หรือตลาดขาลงนั้นราคาของหลักทรัพย์อาจไม่ได้ปรับตัวลดลงทุกบริษัท แต่อาจมีหุ้นของบริษัทบางบริษัทที่ราคาไม่ได้ปรับตัวลดลง และยังอาจมีผลประกอบการและการจ่ายเงินปันผลในช่วงที่เศรษฐกิจซบเซาได้ดีกว่าหุ้นสามัญของบริษัทอื่นๆ โดยรวม 

ทางเลือกการลงทุนใน Defensive Stock มักเป็นหุ้นของบริษัทที่มีขนาดใหญ่ ผ่านประสบการณ์ในการบริหารธุรกิจทั้งในภาวะเศรษฐกิจรุ่งเรืองและซบเซามาแล้วหลายต่อหลายครั้ง จึงมีความสามารถในการบริหารธุรกิจให้ผ่านช่วงที่ยากลำบากไปได้โดยที่ยังมีผลประกอบการที่ดี รวมทั้งอาจเป็นการลงทุนในหุ้นสามัญของบริษัท ที่ผลประกอบการไม่เป็นไปตามภาวะเศรษฐกิจ เช่น กิจการสาธารณูปโภค ยารักษาโรค โรงพยาบาล และสินค้าที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิตประจำวัน



Advertising