ธุรกิจและการเงิน

เสี่ยงอย่างไรไม่ให้เสี่ยง

Published 4 มี.ค. 2019

By คุณปิยมิตร ยอดเมือง

investment-risk-biz-buzz-Rabbit-Today-banner

คงไม่ต้องพูดอะไรให้มากความและเจ็บคอ เพราะทุกคนรู้ดีอยู่แล้วว่า การลงทุนทุกอย่างนั้นมีความเสี่ยง แต่สิ่งที่คนส่วนใหญ่ยังไม่รู้และถามผมตลอดเวลาก็คือ ลงทุนนั่นดีไหม ลงทุนนี่ดีไหม อันนั้นเสี่ยงมากไปหรือเปล่า ลงทุนแล้วปลอดภัยหรือเปล่า

วันนี้ผมจะตอบให้หายสงสัยครับ

ถ้าคุณเคยอ่าน ดู หรือฟังคำแนะนำการลงทุนที่ใช้เกณฑ์ของอายุเป็นตัววัด ว่าอายุมากเสี่ยงได้น้อย อายุน้อยเสี่ยงได้มาก...ในความเห็นของผม คำแนะนำแบบนี้ถูกต้องแค่ครึ่งเดียว 

หากถามผม แต่ละคนจะเลือกลงทุนในสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงมากหรือน้อยแค่ไหน ขึ้นอยู่กับ 2 เรื่องใหญ่ๆ ครับ คือ ‘ศักยภาพ’ หรือความสามารถในการรับความเสี่ยง และ ‘ความจำเป็น’ ที่จะต้องเสี่ยง

ศักยภาพในการรับความเสี่ยง ดูจาก 2 เรื่องหลักๆ ครับ คือความสามารถในการหารายได้ กับความเพียงพอของเงินออมของแต่ละคน

คนที่มีความสามารถในการหารายได้สูง ย่อมรับความเสี่ยงได้มากกว่า เนื่องจากว่า แม้เงินลงทุนก้อนเดิมจะมีอันต้องสูญเสียไปเพราะการลงทุนที่ผิดพลาด แต่ก็มีโอกาสหาเงินก้อนใหม่มาเติมได้ ส่วนคนที่มีความสามารถในการหารายได้ต่ำ จะต้องเน้นไปทางด้านการเก็บออมมากกว่าการลงทุน จึงเสี่ยงได้น้อย

เรื่องของอายุก็เกี่ยวข้องกับความสามารถในการหารายได้ด้วยนะครับ เพราะคนวัยเกษียณ หยุดทำงานหารายได้แล้ว เงินที่เก็บไว้ก็มีแต่จะควักออกมาใช้ คนกลุ่มนี้จึงจัดอยู่ในกลุ่มที่มีศักยภาพในการรับความเสี่ยงได้ต่ำ

ส่วนเรื่องความเพียงพอของเงินออมนี่เข้าใจได้ไม่ยากครับ...คนที่มีเงินออมเหลือเฟือ มีมากกว่าความจำเป็นจะต้องใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน ประจำเดือน และประจำปี หลายเท่าตัว คนกลุ่มนี้ย่อมมีศักยภาพในการรับความเสี่ยงที่สูง ในทางตรงกันข้าม คนที่มีเงินออมน้อยย่อมต้องพยายามประคับประคองเงินก้อนนั้นไว้ให้มั่นคงที่สุด ศักยภาพในการรับความเสี่ยงจึงต่ำ

สำหรับผู้สูงวัย แม้ว่าความสามารถในการหารายได้จะต่ำ แต่หากมีเงินออมเหลือกินเหลือใช้ ประมาณว่าใช้ไปอีก 50 ปีก็ไม่มีวันหมด แบบนี้ก็สามารถรับความเสี่ยงได้สูง...ผมจึงบอกไว้ตั้งแต่ต้น ว่าการนำอายุมาเป็นตัวประเมินความเสี่ยงนั้นถูกต้องเพียงครึ่งเดียว

นอกจากเรื่องของศักยภาพในการรับความเสี่ยงแล้ว ก็คือ ‘ความจำเป็น’ ที่จะต้องเสี่ยง

คนบางคนมีศักยภาพที่จะทำงานพร้อมๆ กันได้ถึง 4-5 อย่าง แต่ก็ต้องถามในอีกมุมหนึ่งว่า แล้วเขามีความจำเป็นต้องทำเช่นนั้นหรือไม่ 

เช่นเดียวกับการลงทุนครับ...คนที่มีศักยภาพในการรับความเสี่ยงสูง แต่ก็อาจจะไม่มีความจำเป็นต้องลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยงสูง เพราะหลักของการลงทุนคือ ความเสี่ยงสูงมีโอกาสจะได้รับผลตอบแทนสูง (พอๆ กับโอกาสขาดทุนก็สูง)

เรื่องความจำเป็นนี้จึงมาเชื่อมโยงกับเรื่องของวัย เพราะคนสูงวัยส่วนใหญ่ไม่มีความจำเป็นต้องแสวงหาการลงทุนที่ผลตอบแทนสูงมากๆ (ถ้ายังแสวงหาอยู่ก็แสดงว่าไม่ได้มีการบริหารจัดการเงินออมเพื่อวัยเกษียณอย่างถูกต้อง) นั่นก็หมายความว่า ไม่มีความจำเป็นจะต้องลงทุนในอะไรที่เสี่ยงมากๆ

แม้ไม่ใช่วัยสูงอายุ แต่หากรู้จักและประเมินตัวเองได้ว่า ตนเองไม่ได้มีความรู้ความเข้าใจในการลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยงดีเพียงพอ ก็ไม่มีความจำเป็นจะต้องเสี่ยงเช่นกัน

ลองนำคุณสมบัติเหล่านี้มาวิเคราะห์ตัวเองดูครับ

หนึ่ง...มีความสามารถในการหารายได้มากน้อยแค่ไหน สอง...มีเงินเก็บออมนิ่งๆ อยู่มากน้อยแค่ไหน และ สาม...มีความรู้ความเข้าใจเรื่องการลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยงมากน้อยแค่ไหน

ความผิดพลาดประการสำคัญของบุคคลที่ล้มเหลวก็คือ วิเคราะห์ตนเองผิดพลาด เช่น คิดว่าตัวเองมีความสามารถในการหารายได้สูง จึงใช้เงินในอนาคต (เช่น การรูดบัตรเครดิต) อย่างไม่บันยะบันยัง พอวันหนึ่งงานการสะดุด รายได้สะดุด ก็หกคะมำตีลังกากันไป 

หรือบางคนคิดว่า เงินออมที่มีอยู่นั้นมากเพียงพอ แต่ลืมคิดไปว่าหากต้องประสบกับเหตุการณ์วิกฤตที่ต้องใช้จ่ายเงินก้อนใหญ่ เงินออมที่คิดว่าพอนั้นอาจจะไม่พอก็ได้ หรือคนที่คิดว่าตัวเองมีความรู้ในการลงทุนดี แต่จริงๆ แล้ว รู้ในทางที่ผิด แบบนี้ก็ทำให้ประเมินศักยภาพในการรับความเสี่ยงของตนเองผิดพลาดได้

ดังนั้น คำตอบของคำถามที่ว่า เสี่ยงอย่างไรไม่ให้เสี่ยง ก็คือต้องวิเคราะห์ศักยภาพในการรับความเสี่ยงของตัวเองให้ถูกต้อง หากวิเคราะห์ไม่ได้ ก็ไม่มีความจำเป็นต้องเสี่ยง เพราะหากวิเคราะห์ผิด ที่บอกว่าเสี่ยงแบบไม่เสี่ยงก็จะกลับกลายเป็นว่า ยิ่งเพิ่มความเสี่ยงให้สูงขึ้นไปอีกเป็นเท่าทวีคูณ



Advertising