ธุรกิจและการเงิน

เคล็ด (ไม่) ลับ...คน (อยาก) รวย

Published 28 มี.ค. 2019

By ดร.ธนาวัฒน์ สิริวัฒน์ธนกุล

Investment-tips-biz-buzz-Rabbit-Today-banner

หลังจากแนะนำแนวคิดการเงินสำหรับบุคคลมาหลายตอน ก็มีบางคนสอบถามมาว่า ถ้าอยากเป็นคนรวยมีสถานะทางการเงินที่มั่งคั่งและมีความมั่นคงในชีวิตจะต้องมีเคล็ดลับอะไรกันบ้าง

คำตอบของผมก็คือว่า ไม่มีเคล็ดลับอะไรเลยครับ มีแต่เคล็ดไม่ลับที่หลายคนก็อาจจะรู้แต่ไม่ได้ทำตามเท่านั้นเอง แต่เผื่อผู้อ่านหลายท่านอาจหลงลืมไปแล้ว ผมเลยขอเอาความรู้เก่ามาเล่าใหม่อีกทีครับ

เริ่มต้นคงต้องมาที่ประโยคเด็ดทางการเงินที่บอกว่า ‘Pay Yourself First’ ให้นึกไว้ว่าคุณเป็นเจ้าหนี้รายแรกของตัวเองเสมอ คนโดยทั่วไปมักจะคิดว่าเงินออมคือเงินที่เหลือหลังจากใช้จ่าย แต่ที่ถูกต้องแล้วคน (อยาก) รวยอย่างเราควรจะใช้จ่ายในเงินส่วนที่เหลือจากการออมต่างหาก

ยิ่งเรารู้จักออมเงินให้เร็วเท่าไร เงินก็จะทำงานให้เราได้มากขึ้นเท่านั้น ความจริงข้อนี้รู้กันทั่วไปจากประโยคเด็ดทางการเงินที่ว่า ‘Time Value of Money’ หรือ มูลค่าเงินตามเวลา นั่นหมายความว่า เงินที่คุณได้มาก่อน คุณก็จะสามารถนำมันไปลงทุนก่อน (ง่ายที่สุดก็โดยการฝากธนาคาร) และได้รับผลตอบแทนกลับมาก่อน ทำให้เงินที่คุณได้รับในวันนี้มีมูลค่ามากกว่าเงินจำนวนเดียวกันที่คุณจะได้รับในอนาคต ดังนั้นยิ่งคุณรู้จักนำเงินไปลงทุนได้เร็วเท่าไร ก็จะยิ่งได้รับดอกเบี้ยทบต้นมากขึ้นเท่านั้น 

อย่างไรก็ตามทุกการลงทุนมีความเสี่ยง นักลงทุนทุกคนจึงควรกระจายความเสี่ยง วิธีการง่ายๆ นั้นได้สะท้อนอยู่ในประโยคที่บอกว่า ‘Don’t put all your eggs in one basket.’ แปลเป็นไทยว่า อย่าเอาไข่ทุกใบไว้ตะกร้าใบเดียว เพราะถ้าตะกร้ามันตกไข่จะแตกหมด นั่นคือให้พยายามลงทุนในหลายๆ ทางเลือก ทั้งการฝากธนาคาร การลงทุนในพันธบัตร และการซื้อหุ้น ในขณะเดียวกันเงินที่ลงทุนในตลาดหุ้นก็อย่าลงทุนในหุ้นแค่ตัวใดตัวหนึ่ง ให้ซื้อหุ้นหลายๆ บริษัท

แต่โลกนี้ไม่มีความแน่นอน ดังนั้น ในการลงทุนต่างๆ นักลงทุนจึงต้องพิจารณาความเสี่ยงด้วยเสมอ ซึ่งถ้าเสี่ยงมาก เราทุกคนก็จะต้องการผลตอบแทนที่สูงเช่นกัน นั่นจึงเป็นที่มาของคำพูดที่ว่า ‘High Risk, High Return’ หรือ  ‘Risk-Return Trade-Off’ สำหรับคนที่เล่นหุ้นและติดตามราคาหุ้นจากหน้าหนังสือพิมพ์ คุณจะเห็นช่องที่แสดงถึงค่าเบต้าอยู่เสมอ เจ้าเบต้านี่แหละครับคือปรอทวัดว่าหุ้นตัวนั้นเสี่ยงมากหรือน้อย ถ้าเบต้าสูงๆ ก็แปลว่าความเสี่ยงสูง ถ้าเบต้าต่ำก็แปลว่าความเสี่ยงต่ำ

อย่างไรก็ตาม สำหรับคนที่อยากรวยทุกคนคงต้องเตือนกันนิดนึงว่าในโลกนี้ไม่มีอะไรฟรีนะครับ หรือที่นักการเงินพูดกันว่า ‘There is no free lunch !’ ถ้าแปลกันตรงตัวก็คงต้องว่า ไม่มีใครเลี้ยงอาหารกลางวันคุณฟรีๆ อธิบายกันอีกนิดก็ได้ว่า  ในโลกทางการเงินนั้นทุกสิ่งทุกอย่างมีต้นทุน อย่างน้อยที่สุดก็คือต้นทุนค่าเสียโอกาส ดังนั้น การตัดสินใจใดๆ ทางการเงิน คุณจะต้องนำต้นทุนค่าเสียโอกาสเหล่านี้เข้ามาคิดเป็นต้นทุนด้วยเสมอ

ในบางครั้งเราอาจจะไม่สามารถทำธุรกรรมต่างๆ ทางการเงินได้ด้วยตนเอง ต้องมีการพึ่งพาตัวแทนต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นนายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์ (Broker) ตัวแทนประกัน ผู้บริหารกองทุนรวมที่เราไปลงทุน เป็นต้น ซึ่งความสัมพันธ์ระหว่างตัวแทนและผู้ว่าจ้างนี้มักจะเกิดผลประโยชน์ทับซ้อนที่เรียกกันเท่ๆ ว่า Conflict of Interest อยู่เสมอๆ ดังนั้น ในการจัดการทางการเงินของเราจึงมีกฎที่ยืมมาใช้จากชีวิตประจำวันอีกข้อหนึ่งว่า ‘อย่าไว้ใจทาง อย่าวางใจคน’

วิธีหนึ่งที่จะหลีกเลี่ยงปัญหาตัวแทนหรือ Agency Problem ดังกล่าว ก็คือการเพิ่มพูนความรู้อยู่เสมอ อย่างที่เขาว่ากันว่า The Best Protection Is Knowledge ดังนั้น แม้ว่าคุณจะมีมืออาชีพช่วยวางแผนทางการเงิน ช่วยจัดการการบริหารเงินสด ช่วยลงทุนแล้วก็ตาม คุณก็ควรจะต้องมีความรู้พื้นฐานทางการเงินในเรื่องดังกล่าวอยู่บ้าง เพื่อที่จะได้ตรวจสอบได้ว่าสิ่งที่มืออาชีพต่างๆ บริหารจัดการให้คุณนั้น เพื่อผลประโยชน์ของคุณ ไม่ใช่เพื่อผลประโยชน์ของตัวเอง

อย่างไรก็ตามอย่าลืมว่า ‘เงินไม่ใช่พระเจ้า’ ระลึกไว้เสมอว่าเงินเป็นเพียงเครื่องมือที่จะทำให้เราสามารถดำเนินชีวิตได้อย่างสะดวกสบายมากขึ้น สามารถทำในสิ่งที่เราต้องการได้ง่ายขึ้น แต่ในบางครั้งเงินก็ไม่สามารถซื้อความสุขได้เสมอไป

และที่สำคัญที่สุดก็คือว่า ‘Just Do It’ อย่าผัดวันประกันพรุ่ง เริ่มวางแผนทางการเงินตั้งแต่วันนี้ และปฏิบัติตามแผนที่วางไว้อย่างมีวินัย อย่าลืมว่าเงินมีมูลค่าของเวลา ยิ่งได้มาก่อนยิ่งมีมูลค่ามากขึ้น

เคล็ด (ไม่) ลับของคน (อยาก) รวยก็ดูง่ายๆ ใช่ไหมครับ เส้นทางความรวยรอทุกคนเดินไปค้นหาอยู่แล้ว ว่าแต่คุณพร้อมจะที่มุ่งมั่นไปสร้างความมั่งคั่งและมั่นคงให้กับชีวิตแล้วหรือยัง



Advertising