ธุรกิจและการเงิน

'หุ้น' กับ 'การพนัน' สูญเสีย VS ร่ำรวย

Published 2 ต.ค. 2018

By คุณปิยมิตร ยอดเมือง

investment-vs-gamble-biz-buzz-Rabbit-Today-banner

คุณผู้อ่านคงเคยเห็นผ่านตากันมาบ้าง กับข้อเขียนที่บอกว่า การเล่นหุ้นกับการเล่นพนันมันไม่เหมือนกันด้วยเหตุผลกลใด...ผมก็อ่านมาเหมือนกันครับ แต่มันยังไม่ตรงกับใจและความคิดของผมเสียทีเดียว

บังเอิญผมเคยไปเยี่ยมชมกาสิโนที่ใหญ่ที่สุดในมาเก๊า สิงคโปร์ และกัมพูชา มาแล้ว จึงเข้าใจเรื่องของบ่อนการพนันได้ดีครับ ส่วนเรื่องตลาดหุ้นนี่คงไม่ต้องเท้าความ เพราะผมเริ่มทำข่าวตลาดหุ้นมาตั้งแต่ปี 2533 ยุคที่ ดร.มารวย ผดุงสิทธิ์ เป็นกรรมการและผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์ฯ ซึ่งตอนนั้นยังมีเทรดเดอร์วิ่งเคาะกระดานอยู่เลย

ในมุมมองของผม หุ้นกับการพนันมันเป็นแบบนี้ครับ

'หุ้น' กับ 'การพนัน' สูญเสีย VS ร่ำรวย,ธุรกิจและการเงิน,Rabbit Today

หนึ่ง การขึ้นลงของราคาหุ้นมีเหตุและผลเสมอ แต่การได้และเสียในวงพนัน มักจะอธิบายด้วยเหตุผลได้ยาก จึงมักจะทึกทักเอาว่าเป็นเรื่องของ ‘ดวง’ อาจมีบางคนพยายามจะนำหลักทางสถิติไปใช้กับการพนัน แต่เท่าที่ผมสำรวจตรวจสอบดูก็พบว่า ผิดมากกว่าถูก สิ่งที่ถูกกันมากๆ ที่ผมเห็นก็คือ ‘ถูกโกง’

สำหรับตลาดหุ้นแล้ว สามารถอธิบายได้ในทุกเรื่องครับ บอกก่อนหุ้นจะขึ้นหรือลงก็ได้ ว่าเพราะปัจจัยนี้จะทำให้หุ้นขึ้น และเพราะผลกระทบนี้จะทำให้หุ้นลง...และยิ่งอธิบายหลังเหตุการณ์ คือบอกเหตุผลของหุ้นที่ขึ้นหรือลงแล้ว ก็ยิ่งง่ายไปกันใหญ่...เป็นเพราะผลประกอบการ เพราะราคาน้ำมัน เพราะเงินทุนไหลเข้าไหลออก เพราะกราฟส่งสัญญาณบวก-สัญญาณลบ ฯลฯ

แต่ถ้าอธิบายด้วยหลักคิดวิเคราะห์แบบพื้นฐานหรือแบบเทคนิคไม่ได้ ก็ให้เหตุผลว่า เพราะขาใหญ่ลาก หรือเพราะขาใหญ่ทุบ ก็จบแล้ว (เหมือนการให้เหตุผลของการเสียพนันว่า ถูกโกงนั่นแหละครับ)

สอง การเล่นพนันแต่ละครั้ง แต่ละรอบ ไม่ได้มีเวลาให้คิดตัดสินใจมากนัก ต้องคิดเดี๋ยวนั้น ตัดสินใจเดี๋ยวนั้น กำไรขาดทุน ก็รับรู้กันตอนนั้นเลย แต่การลงทุนในหุ้น เรามีเวลาศึกษา เวลาคิด และไม่ได้รับรู้ผลกำไรหรือขาดทุนเป็นตัวเงินในทันที เป็นแค่ตัวเลขทางบัญชีเท่านั้น จนกว่าจะขายออกจึงรู้ผลกำไรขาดทุนจริง

สาม ในการใส่เงินไป 1 ก้อน กับหุ้น 1 ตัว กับการใส่เงิน 1 ก้อน กับการเล่นพนัน 1 ครั้ง หากแพ้พนัน เงินก้อนนั้นก็เป็นศูนย์ แต่สำหรับหุ้นแล้ว โอกาสจะเป็นศูนย์มีน้อยมากครับ ยกเว้นจังหวะนรก ไปซื้อหุ้นที่มีหนี้สินล้นพ้นตัว พอซื้อปุ๊บถูกห้ามซื้อขายปั๊บ เข้าสู่กระบวนการขายทรัพย์สินชำระหนี้ แบบนี้เจ้าของหุ้นก็คือศูนย์ครับ เพราะเขาต้องเอาเงินไปคืนเจ้าหนี้ก่อน 

'หุ้น' กับ 'การพนัน' สูญเสีย VS ร่ำรวย,ธุรกิจและการเงิน,Rabbit Today

สี่ ในการเล่นพนัน จะมี ‘เจ้ามือ’ ที่คอยกำหนดว่า วงนี้เล่น วงนี้เลิก แต่ในวงการหุ้น ส่วนใหญ่จะเป็นการซื้อขายตามกลไกตลาด ไม่ได้มีเจ้ามือคอยกำกับ...ซึ่งคุณลักษณะนี้สามารถอธิบายเพิ่มเติมได้ด้วยว่า ถ้าหุ้นตัวไหนมีเจ้ามือสามารถควบคุมการขึ้นลงของราคาหุ้นได้ ลักษณะก็จะเข้าใกล้กับการเล่นพนันมากขึ้น เพราะหากเจ้ามือจะเลิกเล่นหุ้นนั้น ได้กำไรจนหนำใจแล้วข้าถอย แบบนี้คนที่เข้าไปเล่นตามก็ต้องรับผลกรรมกันไป

ความจริงยังมีข้อแตกต่างที่เป็นประเด็นปลีกย่อยอีกมาก แต่แค่ 4 ข้อนี้ ก็คงทำให้คนที่คิดว่าการเล่นหุ้นเหมือนการเล่นพนัน เปลี่ยนความคิดได้แล้ว

คนที่รวยจากการพนันนั้น ผมว่ามีไม่เกิน 10% ของนักพนันทั้งหมด นักลงทุนคนไหนที่ใช้พฤติกรรมแบบนักพนันมาใช้กับการตัดสินใจลงทุนในหุ้น โอกาสที่จะขาดทุนก็มีมากกว่า 80-90% แล้ว

‘การพนัน’ นำความสูญเสียมาให้ผู้คนมากมาย แต่ ‘การลงทุน’ นำความร่ำรวยมาให้ผู้คนจำนวนไม่น้อย

นำเงินที่คิดจะเอาไปเล่นพนันมาเปลี่ยนเป็นเงินลงทุน จะดีกว่าไหมครับ



Advertising