ธุรกิจและการเงิน

ไอโฟนหลังยุคสตีฟ จ๊อบส์ (1)

Published 4 ต.ค. 2018

By ธันยวัชร์ ไชยตระกูลชัย

iPhone-1-biz-buzz-Rabbit-Today-banner

กลางเดือนที่แล้ว แอปเปิ้ลเปิดตัวไอโฟนรุ่นใหม่

เป็นประจำทุกปีในเดือนกันยายน แบรนด์อื่นๆ จะเปิดตัวมือถือรุ่นใหม่ในห้วงเวลาใกล้ๆกัน มีทั้งเปิดตัวตัดหน้า และเปิดตัวตามหลัง

หลังจากอสัญกรรมของสตีฟ จ๊อบส์ ผู้ก่อตั้งแอปเปิ้ลที่มีสาวกทั่วหล้า แอปเปิ้ลดูจะไม่เหมือนเดิม

สตีฟ จ๊อบส์ เคยลงทุนบินไปชักชวน จอห์น สกัลลี่ ให้มาทำหน้าที่ซีอีโอของแอปเปิ้ลแทนเขา

จอห์น สกัลลี่ ในเวลานั้นดำรงตำแหน่ง President ของ Pepsi อีกเพียงก้าวเดียว ก็จะก้าวขึ้นเป็นซีอีโอแล้ว

แต่ด้วยวาทะของสตีฟ จ๊อบส์ ที่ลงทุนบินไปชวนถึงถิ่น และเอ่ยอมตะวาจาชักชวนว่า

“ Do you want to sell sugar water for the rest of your life, or do you want to come with me and change the world?”

“พี่ต้องการจะขายน้ำหวานไปชั่วชีวิต หรือพี่จะมาเปลี่ยนโลกกับผมครับ”

ประโยคกระชากใจสกัลลี่ที่สนั่นโลกนี้ ทำให้เขาดั่งต้องมนต์สะกด

เขาต้องขบคิดอยู่พักใหญ่ เพราะกำลังจะก้าวขึ้นเป็นเบอร์หนึ่งของเป๊ปซี่ บริษัทที่ทำงานมาถึง 15 ปี

เขารู้ทุกซอกมุมของเป๊ปซี่ เมื่อขึ้นเป็นซีอีโอ การบริหารเป๊ปซี่ก็ไม่ใช่เรื่องยากเย็นแสนเข็ญแต่ประการใด

แต่ทว่าแอปเปิ้ลเป็นอะไรที่เขาไม่เคยรู้จักมาก่อน

บริษัทที่ก่อตั้งในโรงรถ โดยสองวัยรุ่นที่เขาเองก็ไม่รู้จัก วัฒนธรรมองค์กรก็แสนจะแตกต่าง

เป๊ปซี่ ผูกไทด์ ใส่สูท แอปเปิ้ลใส่กางเกงยีนส์มาทำงาน

ทว่าก็อย่างที่สตีฟ จ๊อบส์ กล่าวชวนเอาไว้นั่นแหละ แอปเปิ้ลเป็นความท้าทาย เป็นอะไรใหม่ที่เขาไม่รู้จัก

และ Mission ของสตีฟ จ๊อบส์ ก็คือการเปลี่ยนโลก

สุดท้ายจอห์น สกัลลี่ ตกลงไปเป็นซีอีโอ แอปเปิ้ล

สตีฟ จ๊อบส์ ถึงจะเป็นผู้ก่อตั้ง เปี่ยมด้วยวิสัยทัศน์ มากด้วยความคิดสร้างสรรค์ ทว่ากลุ่มผู้ลงเงินให้แอปเปิ้ลมองว่า เขายังขาดความสามารถด้านการบริหารจัดการ

การตีเมืองและครองเมือง ใช้คนละทักษะฉันท์ใด

การ Start-up และการ manage ธุรกิจก็ใช้คนละความสามารถ

ด้วยความเป็นคนหนุ่มอายุน้อย อารมณ์ร้อน และประสบความสำเร็จอย่างรวดเร็วจนเกินไป ทำให้บุคลิกของเขา ไม่เหมาะกับตำแหน่งซีอีโอ

และก็เป็นไปตามที่คาด ด้วยช่องว่างระหว่างวัย อารมณ์ร้อนแรงของสตีฟ จ๊อบส์ อีกทั้งความแตกต่างด้านวัฒนธรรม องค์กรของทั้งสอง ทำให้เกิดการแตกหักชนิดอยู่ร่วมบริษัทกันไม่ได้อีกต่อไป

สกัลลี่ร่วมมือกับบอร์ดบริษัทแอปเปิ้ล ปลดสตีฟ จ๊อบส์ ออกจากตำแหน่ง ซึ่งหมายถึงถีบเขาออกจากบริษัทที่เขา ก่อตั้งมากับมือนั่นเอง

หลายปีต่อมา เมื่อสตีฟ จ๊อบส์ ไปปัจฉิมนิเทศที่มหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด หนึ่งในเรื่องที่เขาได้กล่าวถึง ก็คือ เหตุการณ์ในครั้งนี้นั่นเอง

แสดงให้เห็นว่าเหตุการณ์ครั้งนี้ถือว่าเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่สุดในชีวิตของเขา

“การถูกไล่ออกจากแอปเปิ้ลคือสิ่งที่ดีที่สุดที่เคยเกิดขึ้นกับผม”

เขากล่าวประโยคนี้ในปาฐกถาที่ลือลั่นสนั่นโลกา!!!



Advertising