ธุรกิจและการเงิน

Leadership & Culture ถ้าคิดอยากเปลี่ยนแปลงองค์กร

Published 19 มี.ค. 2019

By ประเสริฐ เอี่ยมรุ่งโรจน์ (แกะดำทำธุรกิจ)

Leadership-biz-buzz-Rabbit-Today-banner

ปัจจัยสำคัญที่ทำให้องค์กรเปลี่ยนแปลงตัวเองมาบริหารธุรกิจบน Innovation platform ได้คือ เรื่อง 2 เรื่อง

หนึ่ง ภาวะความเป็นผู้นำของคนที่เป็นหมายเลขหนึ่ง สอง วัฒนธรรมขององค์กร ผู้นำที่สามารถขับเคลื่อนบริษัทไปสู่การทำธุรกิจในยุค Disruptive Economy ต้องเป็นคนที่มีความขัดแย้งกันในตัวเอง ด้านหนึ่งเป็นคนที่มีเหตุผล ยอมรับความจริงว่าองค์กรไม่สามารถเดินหน้าต่อด้วยรูปแบบเดิมๆ อีกด้านหนึ่งเขาเป็นคนดูเหมือนไม่มีเหตุผล ดื้อรั้นและพลังล้นเหลือที่จะสร้างสิ่งที่ไม่น่าจะเป็นไปได้ให้เกิดขึ้นจริง 

ในช่วงปี 1980 Margaret Thatcher ขึ้นดำรงตำแหน่งผู้นำของประเทศอังกฤษ เธอยอมรับความจริงว่าประเทศมีความตกต่ำถึงขีดสุด จนพูดได้ว่าอังกฤษคือ Sick man of Europe ในอีกด้านหนึ่งเธอมีความปรารถนาอย่างรุนแรงที่จะสร้างประเทศให้กลับมามีความเจริญรุ่งเรืองอีกครั้ง เป้าหมายของเธอเป็นสิ่งที่แทบจะเป็นไปไม่ได้ แต่ด้วยความดื้อรั้นและทำงานแบบหัวชนฝา ทำให้ Margaret Thatcher ขับเคลื่อนประเทศไปสู่การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ที่สุด

แผนฟื้นฟูประเทศคือนโยบายค้าเสรี ลดการแทรกแซงของภาครัฐในระบบเศรษฐกิจ ขายรัฐวิสาหกิจเพื่อเสริมความแข็งแกร่งของประเทศ นโยบาย Privatization ของเธอได้รับการต่อต้านจากผู้นำสหภาพแรงงาน นักการเมืองทั้งฝ่ายค้านกับฝ่ายรัฐบาลเรียกร้องให้เธอเปลี่ยนใจ ผมยังจำคำตอบของเธอที่พูดว่า “You turn if you want to, but this lady’s not for turning.” ถ้าพวกคุณอยากจะ U Turn เชิญตามสบาย แต่ผู้หญิงคนนี้ ไม่มีวันเปลี่ยนใจ 

นี่คือคุณลักษณะพิเศษของผู้นำที่มีความเด็ดขาดในการขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลง ถ้าเรามองคำจำกัดความของคำ 2 คำ ผู้นำกับผู้บริหาร ทำไมเราเรียกผู้จัดการโรงแรมว่า Hotel manager ไม่เรียกเขาว่า Hotel leader ทำไมการประชุม G 8 ถึงตั้งชื่อว่า Leadership summit ไม่เรียกว่า Management summit แล้วอะไรคือความแตกต่างระหว่างบทบาทของผู้นำกับผู้บริหาร

Leadership & Culture ถ้าคิดอยากเปลี่ยนแปลงองค์กร,ธุรกิจและการเงิน,Rabbit Today

แก่นของผู้นำคือสร้างความเปลี่ยนแปลง สร้างสิ่งที่ไม่เคยมีให้เกิดขึ้น เดินนำหน้าด้วยความมุ่งมั่นเกินร้อย ทำเรื่องยิ่งใหญ่ที่เป็นไปไม่ได้ให้เกิดขึ้นจริง ปัจจัยที่ 2 ที่สนับสนุนให้เกิดการเปลี่ยนแปลงคือคำว่า ‘วัฒนธรรม’ มนุษย์ถ้ามารวมกันตั้งแต่ 2 คนขึ้นไปจะมีวัฒนธรรมเกิดขึ้นทันที วัฒนธรรมที่ดีต้องเกิดจากการออกแบบและสร้างให้เกิดขึ้น ไม่ใช่ให้มันเกิดขึ้นโดยอุบัติเหตุหรือตามธรรมชาติ ดังคำพูดที่ว่า Culture by design, not default 

ปี 1996 Steve Jobs ถูกเชิญให้มาเป็น CEO ของ Apple หลังจากที่เขาถูกขับออกจากบริษัทเมื่อ 10 ปีที่แล้ว สิ่งแรกที่เขาทำคือการฟื้นฟูวัฒนธรรมขององค์กร เพราะเขาทราบดีว่าหัวใจของความสำเร็จคือ Innovation culture กรรมวิธีของเขาในการสร้างวัฒนธรรมคือการสื่อสารที่ชัดเจนกับคนในองค์กรด้วยเรื่อง 4 เรื่อง 

หนึ่ง Design Excellence สอง Apple เป็นองค์กรที่มีความเท่าเทียม ไม่เจ้ายศเจ้าอย่าง สาม Apple ตอบแทนพนักงานด้วยนโยบายสลากกินแบ่ง ไม่ใช่สลากกินรวบ สี่ เน้นเรื่องความจงรักภักดีกับองค์กร เขาบอกพนักงานว่า “ที่นี่ทุกอย่างจะเปลี่ยนแปลงไป มีอยู่ 2 ทางเลือกสำหรับพนักงาน คือเลือกที่จะเดินทางร่วมกันสู่อนาคต หรือต้องลาจากกัน เขาไม่เพียงแต่พูด แต่เอาจริงด้วยการกระทำ 

เขาสร้างแผนตอบแทนพนักงานด้วย Bonus และ Incentive Scheme ที่สูงมาก เพื่อให้พนักงานทุ่มเทสร้างนวัตกรรมใหม่ๆ สอง เขายกเลิกสิทธิพิเศษของผู้บริหารด้วยการเดินทางแบบ Business class และเขาให้แผนก HR เอา Poster ไปติดทั่วบริษัท มีข้อความว่า Think different 

เรื่องทั้งหมดที่เล่ามาคือการเปลี่ยนแปลงของวัฒนธรรมเกิดจากการเปลี่ยนแปลงที่หัวขององค์กร ภายในเวลาไม่กี่ปี Jobs นำ Apple กลับมาสู่ความยิ่งใหญ่อีกครั้งหนึ่ง วัฒนธรรมจึงเป็นปัจจัยสำคัญที่ก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลง หัวใจในการสร้างวัฒนธรรมคือ มีความชัดเจนในการฟูมฟักวัฒนธรรม ผู้นำไม่เพียงแต่พูด ทำให้ดูเป็นตัวอย่างแบบเอาเป็นเอาตาย สุดท้ายคือไม่อดทนกับผู้คนที่เป็นอุปสรรคกับการเดินทาง 

นโยบายเรื่องคนมีสั้นๆ เพียงประการเดียว จ้างคนที่ทัศนคติ พร้อมให้อิสระกับผู้คนอย่างเต็มที่ Leadership & Culture คือสิ่งที่ต้องพกติดกระเป๋าถ้าคุณอยากจะเปลี่ยนแปลงองค์กร



Advertising