ธุรกิจและการเงิน

แนวโน้มตลาดโทรศัพท์มือถือ

Published 16 ธ.ค. 2018

By นพนันท์ อรุณวงศ์ ณ อยุธยา

mobile-phone-trends-biz-buzz-Rabbit-Today-banner

Nokia เคยยึดครองตลาดโลกด้วย Market Share ที่สูงลิ่วตามด้วย Motorola ในยุค 2G แต่เมื่อโลกเข้าสู่ยุค 3G พร้อมด้วยนวัตกรรมใหม่ที่ฉีกแนวการใช้โทรศัพท์มือถือไปอย่างสิ้นเชิงของ iPhone ซึ่งผลิตโดย Apple ที่ไม่เคยมีประวัติการทำธุรกิจโทรศัพท์มือถือมาก่อน ท้ายที่สุด iPhone ก็ทำให้ Nokia กับ Motorola แทบจะสูญพันธุ์

ปัจจุบันโลกอยู่ในยุค 4G และกำลังจะเข้าสู่ 5G เร็วๆ นี้ แต่ผู้นำด้านเครือข่ายที่น่าจะเริ่มให้บริการ 5G รายแรกของโลกกลับไม่ใช่ฝรั่งแต่เป็นจีน เท่านั้นยังไม่พอ ขณะที่ทุกวันนี้โลกยังไม่มีโทรศัพท์มือถือ 5G ใช้แม้แต่เครื่องเดียว แต่จีนก็ประกาศที่จะพัฒนา 6G ไว้ล่วงหน้าเรียบร้อยแล้ว ด้วยความเร็ว Mobile Internet Speed ถึง 1TB ต่อวินาที หรือดาวน์โหลดภาพยนต์ 100 เรื่อง ได้ภายในเวลาน้อยกว่า 1 วินาทีเท่านั้น

น่าสนใจที่ว่า ขณะที่บทวิเคราะห์ต่างๆ มักจะอ้างอิงข้อมูลจากตะวันตกโดยเน้นทางด้านเทคโนโลยี แต่กลายเป็นว่า ตลาดโทรศัพท์มือถือที่ใหญ่ที่สุดในโลกก็คือจีน เครือข่ายที่ล้ำสมัยที่สุดก็คือจีน และโครงสร้างพื้นฐานด้วยจำนวนสถานีฐานที่เพิ่มขึ้นกว่า 350,000 สถานี ก็คือจีนซึ่งมากกว่าสหรัฐฯ ที่มีเพียง 30,000 สถานี ถึงประมาณ 12 เท่า และยังไม่นับงบประมาณของจีนทางด้านโทรคมนาคมที่ทุ่มลงไปอีก 400,000 ล้านดอลลาร์ มากกว่าสหรัฐฯ ถึง 24,000 ล้านดอลลาร์อีกด้วย
ปัจจุบัน ซัมซุงครอง Marketing Share มากที่สุดในโลกอยู่ที่ 30.07%, iPhone 22.34%, Huawei 7.37%, Xiaomi 7.26%, Oppo 4.14% และยี่ห้ออื่นๆ รวมกัน 4.81%

แต่ในช่วงเวลาเดียวกัน ตลาดโทรศัพท์มือถือในจีนกลับเป็นอีกเรื่อง

หลังจากที่ iPhone กับ Samsung เคยครองตลาดจีนเมื่อ 4-5 ปีก่อน แต่กลายเป็นว่า ปัจจุบันผู้นำตลาด คือ Vivo ด้วยจำนวนยอดขายใน Q3/2018 ถึง 21.6 ล้านเครื่อง, Oppo 21.4 ล้านเครื่อง, Huawei 15.7 ล้านเครื่อง, Honor 13.3 ล้านเครื่อง, Xiaomi 13.1 ล้านเครื่อง ขณะที่ iPhone ขายได้แค่ 8.4 ล้านเครื่อง เพราะราคาที่สูงเกินไปของ iPhone X และ Samsung แทบจะหายไปจากสารบบด้วย Market Share น้อยกว่า 1% จากแต่เดิมที่เคยอยู่ที่มากกว่า 20% 

ทั้งนี้ เนื่องจากกรณี Galaxy Note 7 ที่ระเบิดจนต้องเรียกคืนจากตลาด การพัฒนาของโทรศัพท์จีนที่ตอบสนองความต้องการของผู้ใช้ได้มากกว่า และรวมทั้งพิษจากการเมืองระหว่างจีนกับเกาหลีใต้กรณีระบบต่อต้านขีปนาวุธ THAAD ของสหรัฐฯ

น่าสนใจที่ว่า แม้ Xiaomi จะมียอดขายลดลงในจีน แต่นั่นคงเป็นเพราะ Xiaomi 8 ที่ไม่เป็นที่นิยมนัก ขณะที่ในยุโรปนั้น Xiaomi ขึ้นแท่นเป็นอันดับหนึ่งแทนที่ Samsung รวมทั้งอินเดียที่ Xiaomi เปิดโชว์รูมพร้อมกันทีเดียว 400 แห่งทั่วประเทศอีกด้วย นอกจากนี้ สำหรับทางด้านเทคโนโลยีที่ครั้งหนึ่ง Xiaomi เคยถูกปรามาสว่าลอกเลียน iPhone แทบจะทุกกระเบียดนิ้ว แม้กระทั่งรูปแบบการแถลงเปิดตัวผลิตภัณฑ์ แต่หลังจากที่ Xiaomi ทุ่มเทสร้างทีม R&D ที่มีวิศวกรถึง 100,000 คน iPhone X ก็ลอกเลียนเทคโนโลยีจอไร้ขอบไปจาก Xiaomi Mi Max

เนื่องจากแนวโน้มความนิยมด้านเทคโนโลยีในโทรศัพท์มือถือต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น AI, Face ID, Mobile Payment, Location-based, Augmented Reality, การเชื่อมต่อกับ IoT และ Wearable devices, Virtual Reality, Transportation apps ฯลฯ ทั้งหมดนี้ก็ล้วนมีอยู่ในโทรศัพท์จีนในปัจจุบันทั้งสิ้นเช่นกัน

อีกทั้งหากมองที่จำนวนประชากร 1.4 พันล้านคน ที่มีกำลังซื้อสูงและมีผู้ใช้งาน Mobile Internet ประมาณพันล้านคน แถมด้วยอินเดียอีก 1.2 พันล้านคน ที่ครองตลาดโดยโทรศัพท์จีน รวมทั้งโครงสร้างพื้นฐานด้านโทรคมนาคมที่แน่นหนาด้วย 4G ตามด้วย 5G และ 6G ยาวไปถึงในอีก 10 ปีข้างหน้า ซึ่งจะทำให้เกิด Demand ทั้งด้านตลาดและเทคโนโลยีต่อเนื่องอย่างมโหฬาร

ดังนั้น หากยังไม่มีนวัตกรรมเปลี่ยนโลกใดๆ เกิดขึ้นอีกครั้งเหมือน iPhone เมื่อสิบปีก่อน ก็น่าจะเชื่อได้ว่า โทรศัพท์มือถือที่จะครองตลาดมากที่สุดในโลกอีกไม่นานก็คือโทรศัพท์จีน ซึ่งคงหนีไม่พ้น Vivo/Oppo, Huawei/Honor และ Xiaomi นั่นเอง


AUTHOR :

นพนันท์ อรุณวงศ์ ณ อยุธยา
นพนันท์ อรุณวงศ์ ณ อยุธยา
คนไทยผู้พำนักอยู่ในจีนเป็นเวลานานนับสิบปี ในฐานะผู้เชี่ยวชาญต่างชาติแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน ติดตามอ่านเรื่องราวของเขาเป็นประจำทุกวันจันทร์ในคอลัมน์ธุรกิจและการเงิน

Advertising