ธุรกิจและการเงิน

คิดกลับทิศ

Published 22 ม.ค. 2019

By ประเสริฐ เอี่ยมรุ่งโรจน์ (แกะดำทำธุรกิจ)

Opposite-Thinking-biz-buzz-Rabbit-Today-banner

ผมเรียนจบปริญญาตรีด้วยการนับถอยหลังในปีสุดท้าย 365...364....363... 10..9..8..7 เหตุเกิดจากการที่ผมเรียนสาขาวิศวกรรมไฟฟ้า ซึ่งยากมาก ที่เรียนสาขานี้ไม่ใช่เสน่หานะครับ ตอนอยู่ปีหนึ่งผมได้ F วิชา Drawing ดังนั้นโอกาสจะเรียนสาขาอื่นเป็นไปไม่ได้เลย เพราะทุกสาขาต้องเรียนวิชา Drawing ต่อ

มาถึงตรงนี้ ผมขอวิจารณ์ระบบการศึกษาของบ้านเราว่า ทำไมต้องบังคับให้นักเรียนเรียนวิชาเหมือนกันหมด ทั้งๆ ที่นักเรียนแต่ละคนมีรหัสพันธุกรรมชีวิตที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง ผลของระบบการศึกษาแบบนี้ทำให้ผู้คนต้องเดินในซอยแคบๆเป็นระบบการศึกษาที่บังคับให้นก ปลา และกระรอก ต้องเรียนว่ายน้ำเหมือนกันหมด 

ผมเรียนจบมาด้วยความงงว่าจบมาได้อย่างไร จบด้วยเกรดหวาดเสียว ผมหางานได้ยากมาก น่าจะได้งานเป็นคนสุดท้ายของรุ่น ด้วยความที่เกรดไม่สวยงาม ผมได้งานแรกและงานสองเป็นงานที่ผมไม่มีความสุขเลย ทำไปก็เพียงเพื่อหาเลี้ยงชีพให้มีเงินเดือนประทังตัว 

อยู่วันหนึ่งผมถามตัวเอง ด้วยคำถามง่ายๆ ว่า แล้วผมอยากจะมีชีวิตอย่างที่เป็นอยู่แบบนี้หรือ ถามต่อว่าผมต้องการมีคุณภาพชีวิตที่ดีกว่านี้หรือไม่ คำตอบคือผม ไม่ต้องการเป็น Loser 

ตอนที่ตั้งคำถามนี้ อายุเกือบจะเข้าเลข 3 คำถามต่อไปคือทำอย่างไรที่จะหลุดจากการติดหล่มชีวิต ความรู้ทาง วิศวกรรมก็ไม่เอาถ่าน คิดอยู่หลายปีได้คำตอบมาสั้นๆ ว่า ผมต้องคิดไม่เหมือนคนอื่น ต้องพัฒนากระบวนการคิดที่มีลายเซ็นตัวเอง ประเด็นคือความรู้สู้ไม่ได้ แต่ขอชนะด้วยวิธีคิด

จากนั้นผมสังเกตว่าสังคมไทยมีพฤติกรรมหนึ่ง ที่อาจจะเป็นโอกาสของผมคือสังคมไทย ชอบ ‘ทำตามๆ กันเพียงเพราะเขาบอกว่า...’ พฤติกรรมนี้เกิดขึ้นทั้งวงการธุรกิจและการใช้ชีวิตส่วนตัว ผมวิเคราะห์ว่า พฤติกรรมนี้น่าจะเป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้อง ลัทธิเอาอย่างคือเกมที่ปลาตัวเล็กเสียเปรียบ เพราะมีทรัพยากรน้อยนิด ถ้าคนที่ไม่เก่งทางความรู้อย่างผมอยากแจ้ง เกิดต้องคิดสวนทาง คิดกลับทิศกับประเพณีปฏิบัติกล้าท้าทายสิ่งที่ทำตามๆ กัน ด้วยการตั้งคำถามว่ามันมีวิธีทำงานหรือใช้ชีวิตที่สร้างผลลัพธ์ที่ดีกว่าหรือไม่ 

จากนั้นผมใช้เวลาค้นหา ก็พบว่ามันมีคำตอบที่เป็น New Solution ที่เปลี่ยนแปลงชีวิตได้จริง แล้วผมก็ลงมือทำ ปรากฏว่ามันใช้งานได้อย่างเหลือเชื่อ 

ผมยกตัวอย่างง่ายๆ ตัวอย่างหนึ่งคือ ถ้าคุณขับรถเข้าไปในที่จอดรถ ที่ทางเข้าเลี้ยวได้ทั้งซ้ายและขวา คุณสังเกตว่ารถที่อยู่หน้าคุณทุกคันเลี้ยวไปทางขวา คำถามคือคุณจะตัดสินใจอย่างไร ผมไม่ลังเลที่จะไปทางซ้าย ถึงแม้จะมีที่จอดรถทางซ้ายมีเพียงที่เดียวก็ดีกว่าการใช้พฤติกรรมหมู่ และผมใช้การหาที่จอดรถอย่างนี้มาหลายสิบปี ทำให้ผมหาที่จอดรถได้ง่ายมาก และได้ก่อนคนที่เลี้ยวขวาเกือบทุกครั้ง

จากหลักคิดนี้ ผมขยายผลมาใช้ในการทำงาน พัฒนาวิธีคิดสวนทาง คิดกลับทิศ พลิกมุมคิด ทำแบบเอาเป็นเอาตายคือ Practice to Perfection ฝึกฝนเข้าสู่เส้นทางแห่งความเป็นเลิศ แล้วหยิบวิธีคิดนี้มาใช้ในการบริหารธุรกิจเมื่อผมเปิดบริษัทแรกของตัวเอง โดยทำสิ่งที่เรียกว่า Test & Try ใช้แล้ววัดผล

เมื่อเห็นว่าดีจริง จากนั้นกล้าทำมากขึ้นและมากขึ้น จนเห็นว่านี่ไม่ใช่แค่ ‘วิธีคิด’ แต่มันเป็นหลักการอันทรงพลัง ที่ผมรวบรวมเป็นธรรมนูญในการบริหารธุรกิจ แล้วมาใช้ในทุกบริบทของการบริหารธุรกิจ ตั้งแต่การตลาด เรื่อง Strategic Development การสร้างแบรนด์การบริหารการลงทุน งานบริหารบุคคล งาน Operation การสร้างนวัตกรรมธุรกิจเรื่อง Disruption กับ Business Transformation

สิ่งที่ผมอยากให้ความเห็นมีสั้นๆ คือคนเราพัฒนาตัวเองได้ ถ้าผมซึ่งเรียนหนังสือเกือบไม่รอด ทำได้ ทุกคนก็ทำได้ครับ ผมเรียกวิชานี้ว่า Self-learning Process มันคือสุดยอดของวิทยายุทธที่ผมใช้เวลา 20 กว่าปีพัฒนาอย่างไม่มีวันหยุดเสาร์อาทิตย์ 

ชีวิตคนเรามีทางเลือกอยู่ 2 ทางเลือก “Dare to be different or be best in what you're doing.” 

ผมเลือกทางเดินแรกครับ เพราะไม่ได้เป็นคนเก่ง ผมไม่ได้บอกว่าให้ผู้อ่านมาคิดเหมือนผม มันเป็นสิ่งที่ไม่สมควรอย่างยิ่ง เพราะมันคือการลอกเลียนแบบ ผมอยากให้คนไทยทุกคนค้นหาแก่นของตัวเองให้เจอ จากนั้นพัฒนาวิธีคิดของตัวเองที่มีเอกลักษณ์ นี่คือการสร้างศักยภาพใหม่ของชีวิต

ลองคิดง่ายๆ อย่างนี้ครับว่า คนเราจะกลับมาเกิดเป็นมนุษย์อีกครั้งหนึ่งมันใช้เวลาเท่าไร ผมไม่มีคำตอบ แต่คิดว่าคงเป็นเวลาที่นานพอควร ดังนั้นถ้าชาตินี้พวกเราโชคดีมีโอกาสใช้ชีวิตในฐานะมนุษย์ เราต้องใช้เวลาตกตะกอนทางความคิด หาแก่นแกนของตัวเองว่าเนื้อแท้ของเราเป็นอย่างไร แล้วสร้างลายเซ็นทางความคิดของตัวเองที่มีความเป็นหนึ่งเดียว

และถ้าผมจะอธิบายด้วยหลักวิทยาศาสตร์ คนเราในโลกนี้มีประมาณ 7,000 ล้านคน ผมกล้ารับประกันว่าตัวตนไม่มีทางเหมือนกันเลย ลองคิดอย่างนี้ครับ คนแต่ละคนชอบฟังเพลงไม่เหมือนกัน ชอบดูหนังประเภทที่แตกต่างกัน ชอบทานอาหารคนละชนิด ชอบที่เที่ยวที่มีความเฉพาะตัว ชอบอ่านหนังสือประเภทที่แตกต่างกัน ถ้าเรา List ความชอบในหมวดหมู่ต่างๆ แล้วสร้างมาเป็น Combination จะบอกได้เลยครับว่าเป็นพันล้าน Combination

และนี่คือสิ่งที่ผมอยากพิสูจน์ให้เห็นตามหลักวิทยาศาสตร์ว่า คนแต่ละคนมีความเป็นเอกลักษณ์ ถ้าเรื่องนี้มีข้อเท็จจริงจริง สิ่งที่คนเราควรจะทำคือ ‘หาตัวตนของตัวเองให้เจอ’ 

เมื่อเราเจอรหัสพันธุกรรมชีวิตแล้ว ชีวิตก็เหมือนกับติดพลัง Turbo พบกับความมหัศจรรย์ของศักยภาพตัวผู้อ่าน ซึ่งเปรียบเสมือนรถ Formula One ที่วิ่งในสนามแข่งที่ไร้คู่แข่ง 

เล่าเรื่องยาวเป็นเรื่องสั้นของบทความนี้คือ มนุษย์ต้องเป็นตัวของตัวเอง มีวิธีคิดที่เกิดจากแก่นของความเป็นเรา คุณจะประสบความสำเร็จหรือไม่ ผมไม่มีคำตอบ แต่รับประกันว่าไม่มีคำว่า ‘อับจน’


AUTHOR :

ประเสริฐ เอี่ยมรุ่งโรจน์ (แกะดำทำธุรกิจ)
ประเสริฐ เอี่ยมรุ่งโรจน์ (แกะดำทำธุรกิจ)
เขาเป็นนักยุทธศาสตร์ทางธุรกิจที่ ‘คิดสวนทาง’ หลงใหลเรื่องนวัตกรรมกับเรื่อง disruption เขาใช้วิธีคิดนี้เป็นเครื่องมือสร้าง business transformation ให้องค์กรธุรกิจ ทำให้เกิดโมเดลพลิกองค์กรเป็น disruptor ที่เปล่งแสงแล้วเติบโตแบบก้าวกระโดด เขาเป็นเจ้าของเพจแกะดำทำธุรกิจ ติดตามบทความพลิกมุมคิดของเขาได้ในคอลัมน์ธุรกิจและการเงิน

Advertising