ธุรกิจและการเงิน

Transformation องค์กร

Published 30 ต.ค. 2018

By ประเสริฐ เอี่ยมรุ่งโรจน์ (แกะดำทำธุรกิจ)

Organizational-Transformation-biz-buzz-Rabbit-Today-banner

ผู้ประกอบการบ้านเราคิดว่า คำว่า Disruption เป็นเรื่องไกลตัว เป็นเรื่องของโลกตะวันตก ไม่ส่งผลกระทบต่อตัวเขา หรือคิดว่าให้เรื่องนี้มาประชิดตัวแล้วค่อยหาทางรับมือ

นี่เป็นวิธีคิดเดียวกันกับผู้บริหารของ Kodak เมื่อ 20 ปีที่แล้ว ผมมีความเห็นว่า Disruptive Economy คือมหันตภัยที่เมื่อมาประชิดตัวจะเกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในวงการนั้นๆ ที่เคยทำให้ Nokia เป็นเทวดาตกสวรรค์ Disruption คือน้ำที่ไหลแทรกซึมไปได้ทุกวงการ 

วันนี้มีใครที่ยังซื้อ CD เหมือนผม ไม่มีแล้วครับ Music Streaming คือคำตอบสุดท้าย นิตยสารบ้านเราปิดตัวแทบทั้งวงการ ธนาคารไล่ปิดสาขาแล้วลดพนักงานกันจ้าละหวั่น ร้านขายหนังสือรายได้หดตัวอย่างฉับพลัน ธุรกิจ Logistic ที่แข็งแรงมากทำให้ร้านค้าหนึ่งร้านเสมือนหนึ่งมีลูกค้าอยู่ทั่วประเทศ ผู้คนซื้อเสื้อผ้าและรองเท้าโดยไม่ต้องลอง ทั้งหมดเป็นแค่หนังตัวอย่าง ความร้ายแรงของ Disruption มันทำให้สินค้าที่มีอยู่ในตลาดเป็นของล้าสมัย วันนี้ไม่มีใครส่ง SMS แล้ว เครื่อง Fax อุปกรณ์สำนักงานที่ต้องไปตั้งในพิพิธภัณฑ์  

แล้วอะไรคือทางออกที่จะรับมือกับเรื่องนี้ ผมขอยกคำพูดของ Elon Musk เบอร์ 1 ของ Tesla ที่สรุปเรื่อง Disruption ไว้ดีมาก “คนส่วนใหญ่ไม่ชอบการเปลี่ยนแปลง แต่คุณต้องโอบอุ้มให้เป็นแก่นของการทำธุรกิจ ไม่อย่างนั้นหายนะคือสิ่งที่คุณหลีกหนีไม่ได้” 

การรับมือกับ Disruptive Economy หัวใจคือ อย่าย่ามใจว่าวันนี้คุณยังมีรายได้พันล้านบาท ค้าขายยังมีกำไร สิ่งที่ต้องทำคือ Transformation นี่เป็นข้อบังคับที่องค์กรลงทุนตีตั๋วซื้ออนาคตใหม่ มันเป็นความจำเป็นที่องค์กรต้องสร้างการเปลี่ยนแปลงผ่าน ‘นวัตกรรม’ นี่คือเครื่องมือที่ดีที่สุดที่จะรับมือกับความผันผวน 

การทำ Transformation องค์กรต้องทำเรื่องสองเรื่อง เริ่มต้นจาก Organization Turnaround ปรับองค์กรให้มีความแข็งแรง ปรับเปลี่ยนที่พื้นฐานเตรียมความพร้อมและสร้างศักยภาพใหม่เรื่อง ‘คน’ สร้าง Mindset Shift และวัฒนธรรมใหม่ ปรับโครงสร้างองค์กรให้เคลื่อนที่เร็ว เพราะโลกธุรกิจในยุคนี้มีความจำเป็นที่องค์กร 

ต้องมีคำ 3 คำครับ คล่องแคล่ว ฉับไว และยืดหยุ่น เมื่อทำขั้นตอนแรกเแล้ว เท่ากับคุณมีความพร้อมจะทะยานไปข้างหน้า มีพื้นฐานจะทำขั้นตอนที่ 2 คือ Business Disruption ด้วยการสร้าง Value Innovation ในทุกบริบทของธุรกิจ ตั้งแต่ต้นน้ำไปจนถึงปลายน้ำ ตั้งแต่งานหลังบ้านไปจนถึงงานหน้าบ้าน 

ผมขออธิบายเรื่อง Disruption ในความหมายที่ง่ายต่อความเข้าใจ ดังนี้ครับ 

1. พลิกมุมคิด ด้วยการทะลายกรอบความคิดเดิม คิดกลับทิศ คิดในสิ่งที่คู่แข่งไม่กล้าคิด สร้างกรอบความคิดใหม่ที่เปิดโลกทัศน์ทำให้เราเห็นสิ่งที่มองข้าม เห็นสิ่งที่เรียกว่า Missing Link คือตัวเชื่อมต่อธุรกิจของเรากับอนาคต การพลิกมุมคิดจึงเป็นการสร้างโอกาส เปิดประตูธุรกิจสู่โลกใหม่ การจะมองเห็น Missing Link ได้ต้องอาศัยทักษะในค้นหา Inspiring Insight หัวใจคือเราต้องทำความเข้าใจผู้บริโภคในฐานะเขาเป็น ‘มนุษย์’ การมองเห็นคนในฐานะ ‘ผู้บริโภค’ กับ ‘มนุษย์’ มีความแตกต่างกันอย่างฟ้ากับดินเลยครับ สิ่งที่ตามมาคือข้อเสนอทางธุรกิจที่โดนใจผู้คน เพราะมันทำให้คุณภาพชีวิตพวกเขาดี ขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ 

2. อีกเรื่องหนึ่งคือทำความเข้าใจกับตัวเอง ค้นหาว่าอะไรคือ DNA ขององค์กร ถอดรหัสอย่างกระจ่างชัด เท่านั้นไม่พอ เราต้องกล้าท้าทายตัวเอง สร้าง Reason to Exist หรือเหตุแห่งการดำรงอยู่ใหม่ขององค์กร เป็นผลให้องค์กร Redefine ตัวเองว่าเราสร้างเวทีใหม่ในการทำธุรกิจที่เป็น White Space ที่ไม่มีคู่แข่ง 

ผมเล่าเรื่องนี้อาจจะเข้าใจยาก เลยขอยกตัวอย่างสัก 2 ตัวอย่างที่เป็นรูปธรรม ในประเทศสหรัฐอเมริกา มีสายการบิน Low Cost Airline ชื่อ Jetblue ในช่วงแรกของชีวิต Jetblue ก็เหมือนกับสายการบิน Low Cost อื่นๆ คือแข่งขันกันที่ราคา ผู้บริหารของ Jetblue เปลี่ยนแปลงองค์กรโดยเขียน Reason to Exist ใหม่ว่า เหตุในการดำรงอยู่ของพวกเขาคือ ‘Bring Humanity Back to The Sky’ เอาความเป็นมนุษย์กลับเข้ามาสู่การเดินทางทางอากาศ 

ด้วยรัฐธรรมนูญใหม่ ทำให้ Jetblue ผันตัวเองมาอยู่ในธุรกิจของการดูแลทุกข์สุขของผู้โดยสาร มีเมตตากับผู้โดยสาร เป็นผลให้ธุรกิจมีความเติบโตอย่างรวดเร็ว อีกตัวอย่างหนึ่ง บริษัทประกันภัยในประเทศอังกฤษชื่อ Direct Line พวกเขา Redefine ตัวเองว่าไม่ได้อยู่ในธุรกิจของ ‘การชดใช้ค่าเสียหาย’ พวกเขายกระดับตัวเอง เขียนเหตุในการดำรงอยู่ว่าพวกเขาอยู่ในวงการ ‘ป้องกันไม่ให้เกิดความเสียหาย’ 

บริการหนึ่งที่พวกเขาสร้างขึ้นมาเป็นนวัตกรรมคือ Fleet Light ลูกค้าที่ทำประกันกับ Direct Line ถ้าต้องเดินทางกลับบ้านภายใต้ความมืด ลูกค้าเพียงกด Application ของ Direct Line ทางบริษัทจะส่งฝูง Drone ที่มีแสงไฟส่องสว่างนำทางจนกว่าลูกค้าจะขับรถถึงบ้าน 

แก่นของ Transformation คือนำ Inspiring Insight ซึ่งเป็นข้อมูลของลูกค้ามาแต่งงานกับเหตุแห่งการดำรงอยู่ใหม่ขององค์กร เป็นผลให้เกิด Innovative Offering ทำให้องค์กรพลิกและเปล่งแสงอย่างเหลือเชื่อ ผมขอจบบทความนี้ด้วยคำพูดของ Charles Darwin 

ซึ่งเคยพูดไว้ว่า “สิ่งมีชีวิตที่จะอยู่รอดได้ ไม่ใช่สิ่งมีชีวิตที่ฉลาดที่สุด หรือแข็งแรงที่สุด แต่มันคือสิ่งมีชีวิตที่ปรับเปลี่ยนตัวเองได้ดีที่สุด”



Advertising