ธุรกิจและการเงิน

อยากเล่นหุ้นต้องทำอย่างไร

Published 26 ก.ค. 2018

By คุณปิยมิตร ยอดเมือง

play-stock-market-Biz-Buzz-Rabbit-Today-Banner

เวลาที่ผมเขียนเรื่องเกี่ยวกับการลงทุนในหุ้นผ่านโซเชียลมีเดีย มักมีทั้งคนรู้จักและไม่รู้จักสอบถามเข้ามาอยู่ตลอดเวลาว่า ‘อยากจะเล่นหุ้นบ้าง ต้องทำอย่างไร’

เมื่อดูจากจำนวนนักลงทุนที่เปิดบัญชีเพื่อจะซื้อขายหุ้นในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ปัจจุบันที่มีประมาณ 2.3 ล้านบัญชี และมีการซื้อขายในรอบ 6 เดือน (ซึ่งสะท้อนว่าบัญชีมีความเคลื่อนไหวอยู่) ประมาณ 670,000 บัญชี ถือว่ายังมีจำนวนน้อยมากเมื่อเทียบกับผู้ที่มีศักยภาพในการลงทุนหุ้นได้ 

อย่างไรก็ตาม หากดูย้อนหลังไป 5 ปี จะเห็นว่าจำนวนนักลงทุนในตลาดหุ้นเติบโตอย่างก้าวกระโดด จาก 8 แสนบัญชี มาเป็น 2.3 ล้านบัญชี เพิ่มขึ้นถึง 1.5 ล้านบัญชี และยังคงเพิ่มขึ้นทุกวัน

นี่จึงเป็นเหตุผลว่า การเขียนเรื่อง ‘อยากเล่นหุ้นต้องทำอย่างไร’ ยังเป็นเรื่องที่อยู่ในยุคสมัยตลอดเวลา ไม่มีการตกยุค เพราะคนที่สนใจลงทุนหุ้นมีเพิ่มขึ้นตลอดเวลา

ผมให้แนวทางสำหรับคนที่อยากลงทุนหุ้น (เล่นหุ้น) อย่างนี้ครับ

หนึ่ง ต้องมีความรู้เบื้องต้น ว่าหุ้นคืออะไร การซื้อหุ้นจะได้รับผลตอบแทนอย่างไร

อยากเล่นหุ้นต้องทำอย่างไร,Biz Buzz,Rabbit Today

คำตอบสำหรับประเด็นนี้อย่างง่ายๆ ก็คือ การเข้าถือหุ้นสามัญของบริษัทใด ก็คือการร่วมเป็นเจ้าของบริษัทนั้น โดยปกติแล้วสิ่งที่เจ้าของบริษัทคาดหวังว่าจะได้รับก็คือ ‘เงินปันผล’ และการที่บริษัทนั้นนำหุ้นเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ นอกจากจะเพื่อการระดมทุนแล้ว ก็เพื่อให้การซื้อขายเปลี่ยนมือทำได้ง่าย เพราะบางครั้งเราอาจจะต้องการขายหุ้นที่ถืออยู่ออก เพื่อเปลี่ยนเป็นเงินสด หรือเปลี่ยนไปถือหุ้นบริษัทอื่น ก็สามารถทำได้ง่ายๆ โดยสิ่งที่จะเกิดขึ้นจากการขายหุ้นก็คือ ‘กำไร’ หรือ ‘ขาดทุน’ จากราคาที่เราซื้อไว้ หากได้กำไรก็ถือเป็นผลตอบแทนอีกส่วนหนึ่งนอกเหนือจากเงินปันผล

อย่างไรก็ตาม บริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ จำนวนมากที่ไม่จ่ายเงินปันผล อาจเป็นเพราะผลการดำเนินงานขาดทุนหรือต้องการเก็บเงินไว้ลงทุนขยายกิจการ ดังนั้น นักลงทุนส่วนใหญ่จึงหวังว่าจะได้กำไรจากราคาหุ้นมากกว่าเงินปันผล

เมื่อรู้จัก ‘หุ้น’ แล้ว ก็มาดูเรื่องต่อไป

สอง การซื้อขายหุ้นต้องผ่านโบรกเกอร์ ไม่สามารถซื้อขายโดยตรงกับตลาดหลักทรัพย์ฯ ได้ ดังนั้น ผู้ที่จะลงทุนในหุ้นจะต้องเปิดบัญชีกับโบรกเกอร์ (บริษัทหลักทรัพย์) เสียก่อน ซึ่งปัจจุบันมีอยู่ 39 บริษัท โดยมี 33 บริษัทที่ให้บริการซื้อขายผ่านอินเตอร์เน็ต 

อยากเล่นหุ้นต้องทำอย่างไร,Biz Buzz,Rabbit Today

ในอดีตเวลาจะเปิดบัญชีซื้อขายหุ้น ต้องติดต่อกับโบรกเกอร์โดยตรง แต่เดี๋ยวนี้สามารถติดต่อผ่านธนาคารพาณิชย์ได้ เพราะธนาคารเกือบทุกแห่งมีบริษัทหลักทรัพย์ที่เป็นโบรกเกอร์ซื้อขายหุ้นเป็นบริษัทในเครือ นอกจากนี้ หลายโบรกเกอร์มีช่องทางให้เปิดบัญชีทางออนไลน์ได้เลย สะดวกสบายกว่าอดีตมากครับ

เอกสารที่ต้องใช้ประกอบการเปิดบัญชี หลักๆ ก็คือ สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน สำเนาทะเบียนบ้าน สำเนาใบแจ้งรายการบัญชีผ่านธนาคาร หรือสำเนาสมุดคู่ฝากบัญชีออมทรัพย์ย้อนหลัง 6 เดือน โดยผู้ที่จะเปิดบัญชีหุ้นได้ต้องมีอายุ 18 ปีบริบูรณ์ขึ้นไปนะครับ ถ้าอายุต่ำกว่า 18 ปี ต้องได้รับการยินยอมจากผู้ปกครองก่อน

บัญชีซื้อ-ขายหุ้นนั้นมีหลายประเภทครับ สำหรับมือใหม่ควรเปิดแบบบัญชีเงินฝาก (Cash Balance) กล่าวคือ มีเงินในบัญชีเท่าไร ก็ซื้อหุ้นได้เท่านั้น ไม่มีอำนาจซื้อเกินกว่านั้น จึงจำกัดความเสี่ยงไว้เพียงเท่านั้น แต่หากเปิดบัญชีแบบบัญชีเงินสด (Cash Account) จะมีอำนาจซื้อมากกว่าเงินในบัญชี เพราะโบรกเกอร์จะให้วงเงินมากกว่าเงินในบัญชีถึง 5 เท่า หรือมากกว่านั้นอีกหากมีเครดิตดี 

อย่างไรก็ดี เมื่อนักลงทุนสั่งซื้อหุ้นแล้ว จะต้องจ่ายเงินตามจำนวนที่ซื้อภายใน 2 วันทำการหลังการซื้อขาย ส่วนกรณีสั่งขาย ก็จะได้รับเงินในอีก 2 วันทำการหลังการขาย ส่วนบัญชีอีกประเภทหนึ่งสามารถกู้เงินโบรกเกอร์มาลงทุนได้ด้วย ซึ่งผมไม่แนะนำสำหรับมือใหม่

เมื่อมีบัญชีซื้อขายหุ้นแล้ว คราวนี้ก็เริ่มลงทุนหุ้นได้ โดยควรจะมีเป้าหมายที่ชัดเจนว่าจะซื้อหุ้นเพื่อลงทุนระยะสั้น กลาง หรือยาว เพราะระยะเวลาถือหุ้นที่ต่างกัน จะมีผลต่อการเลือกหุ้นด้วย

อยากเล่นหุ้นต้องทำอย่างไร,Biz Buzz,Rabbit Today

อย่างไรก็ตาม หากใครยังจับจังหวะการซื้อ-ขายไม่ถูก ไม่แน่ใจว่าควรซื้อช่วงไหนดี สามารถใช้วิธีการซื้อเฉลี่ยแบบ DCA (dollar-cost averaging) โดยกำหนดไว้เลยว่าจะซื้อทุกวันที่เท่าไรของเดือน  แนวคิดแบบ DCA นี้ จะทำให้เราซื้อหุ้นได้จำนวนมากขึ้นเมื่อราคาลดลง แต่ก็ซื้อหุ้นได้จำนวนน้อยลงเมื่อราคาสูงขึ้น เป็นการเฉลี่ยต้นทุนของพอร์ต

ความรู้เบื้องต้นสำหรับคนที่สนใจลงทุนในหุ้นก็มีประมาณนี้ครับ ส่วนคนที่ลงทุนหุ้นอยู่แล้ว อยากได้ความรู้แบบ Advance ต้องรออ่านในตอนต่อๆ ไปนะครับ



Advertising