ธุรกิจและการเงิน

แยกให้ออก!! แชร์ลูกโซ่ VS ธุรกิจเครือข่าย

Published 31 ต.ค. 2019

By โชติ เวสสวานิชกูล

แชร์ลูกโซ่ VS ธุรกิจเครือข่าย

ถึงจะมีกรณีตัวอย่างออกมาเยอะแยะว่าวงการ ‘แชร์ลูกโซ่’ หรือเรียกแบบเท่ๆ ว่า ‘มันนี่เกม’ สามารถสูบเงินสายโลภที่รู้ไม่ทันไปมากมาย แต่คนไทยเราก็ยังนิยมตกเป็นเหยื่อให้กับกลุ่มธุรกิจแนวนี้แบบไม่หยุดหย่อน

ตามจับได้บ้าง ไม่ได้บ้าง ออกมานั่งกรีดหน้าประชดเจ้ามือแชร์ เพื่อหวังให้เห็นใจ โฮะๆๆ เจ็บตัวฟรีจ้า

แต่ที่น่าเห็นใจหน่อย คือ พอมีข่าวสารพันแชร์ชักดาบออกมา คนที่ทำธุรกิจแนวเครือข่ายจริงๆ แบบถูกกฎหมาย คงต้องแอบเซ็งไม่น้อย เพราะสังคมส่วนใหญ่จะไปเหมารวมว่าเป็นการหลอกลวงที่มีความเหมือนบนความต่าง

ในอดีตถึงปัจจุบัน มีแชร์ลูกโซ่ที่สร้างความเสียหายเป็นจำนวนมาก

  • 2525-2528 แชร์แม่ชม้อย ธุรกิจที่อ้างคือน้ำมัน สิ่งล่อใจ คือ ดอกเบี้ย 6.5% ต่อเดือน ยอดผู้เสียหาย 4,043 ล้านบาท
  • 2528-2529 แชร์ชาร์เตอร์ ธุรกิจอ้างอิงคือสินค้าโภคภัณฑ์และเงินต่างประเทศ สิ่งล่อใจ คือ ดอกเบี้ย 9% ยอดผู้เสียหาย 5,500 ล้านบาท
  • 2557-2558 แชร์ลูกโซ่ยูฟัน ธุรกิจที่อ้างอิง คือ ซื้อสกุลเงินดิจิทัล UTOKEN เริ่มต้นที่ 17,500 บาท สิ่งล่อใจ คือ หาสมาชิกเพิ่มได้ 7-12% จากยอดแลกสกุลเงิน ยอดผู้เสียหาย 350 ล้านบาท
  • 2560 แชร์โชกุน ธุรกิจที่อ้างอิง คือ สมัครสมาชิกขายตรงหาสมาชิกเพิ่ม สิ่งล่อใจ คือ เที่ยวต่างประเทศฟรีหรือราคาถูกมาก ยอดผู้เสียหาย 20 ล้านบาท
  • 2562 แชร์แม่มณี ธุรกิจที่อ้างอิง คือ ฝากเงินออม สิ่งล่อใจ คือ ดอกเบี้ย 93% ต่อเดือน ยอดผู้เสียหายเบื้องต้น 400 ล้านบาท

แล้วเราจะแยกแยะ ธุรกิจเครือข่ายกับแชร์ลูกโซ่ยังไง?

จากการที่ได้พบเห็นกลุ่มคนที่อยากรวยลัดนั้น ส่วนใหญ่จะแยกไม่ออกระหว่างธุรกิจเครือข่ายกับธุรกิจแชร์ลูกโซ่ ซึ่งมันเป็น ‘มันนี่เกม’ ที่บางคนอาจจะแยกไม่ออกระหว่างนาฬิกาโรเล็กซ์แท้กับของปลอม

ฉะนั้นหากมองดูตามหลักการที่จะช่วยให้แยกทั้ง 2 สิ่งออกจากกันได้ จึงต้องดูจาก ‘แผนธุรกิจ’ เช่น ระบบการคิดยอดขายของ ‘อัพไลน์’ หรือ คนที่สมัครเข้ามาในธุรกิจก่อนเรา และ ‘ดาวน์ไลน์’ หรือ คนที่สมัครเข้ามาในธุรกิจของเรา ที่ทำให้เกิดส่วนแบ่งรายได้ที่ชัดเจน ถ้าเราซึ่งเป็นอัพไลน์ หาดาวน์ไลน์มาได้เยอะๆ จะได้เท่าไร และมีการจ่ายเงินตามช่วงเวลาที่ชัดเจนแค่ไหน อันนี้คือข้อสังเกตแรก

ต่อมาสินค้าของธุรกิจนั้นๆ ควรจะอยู่ในหมวดที่จับต้องได้ ที่นิยมๆ หน่อยก็เป็นพวกซื้อมา ใช้ไป เช่น สินค้าอุปโภค-บริโภค หรือพวกสารพัดยาและครีมบำรุง อะไรแนวๆ นี้ โดยราคาที่ต้องลงทุนก็ไม่กี่พันบาท (ถ้าหลักหมื่นขึ้นไปเดินหนีซะ)

ส่วนแชร์ลูกโซ่ รูปแบบรายได้ตามแผนจะเกิดจากการชวนคนมาสมัครและลงทุน หรือซื้อสินค้าที่เราแทบจะจับต้องไม่ได้เลย แต่มันเป็นสินค้าที่ดูยิ่งใหญ่และน่าเชิญชวน และโฆษณาชวนเชื่อนี่ก็บิวท์กันจนเชื่อสุดๆ เช่น เพชร ทองคำ น้ำมัน ค่าเงิน และอะไรที่ดูเว่อร์วังมากๆ เพื่อให้เรากล้าที่จะนำเงินมาลงทุน 

อย่างไรก็ตาม ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจเครือข่ายและแชร์ลูกโซ่นั้น ก็สามารถ ‘ผิด’ ได้เหมือนกัน หากมีการโกงส่วนแบ่งรายได้

ยกตัวอย่างกรณีถ้าธุรกิจแนวเครือข่าย ที่มีการขายสินค้าที่จับต้องได้ เช่น ยาล้างจาน สบู่ แชมพู ยาสีฟัน หรืออื่นๆ ถ้าเราไปโน้มน้าวใจผู้อื่นให้มาซื้อและบอกถึงผลตอบแทนที่จะได้จากการใช้สินค้านั้นๆ แต่ไม่จ่ายส่วนแบ่งให้ อันนี้คนชวนผิดทันทีนะจ๊ะ ต่อให้คนที่เป็นดาวน์ไลน์เราจะมีสินค้าใช้ก็ตาม 

ส่วนแชร์ลูกโซ่ อันนี้คงไม่ต้องพูดเยอะ เพราะพวกนี้พอโกยเงินเข้าเครือข่ายของตนเองได้สักพัก บริษัทก็จะปิดกิจการไปแบบไร้เงา ปล่อยให้เรามานั่งร้องประจานถึงความโลภของตัวเองแบบอายๆ แต่ก็ต้องจำทน ซึ่งตัวเจ้าของแชร์ลูกโซ่และขบวนการที่เกี่ยวข้อง ยังไงก็คงต้องถูกล่าตัว

โดยสรุปเลยนะ

วิธีแยกแยะง่ายๆ ก็คือ เงินที่เราจ่ายไป ได้อะไรมา แล้วสิ่งที่ได้มา หากบริษัทปิดไป เรายังใช้ประโยชน์ได้ไหม ถ้าใช้ได้แปลว่า บริษัทนั้นเป็นธุรกิจเครือข่ายทั่วไป ไม่ใช่แชร์ลูกโซ่ แต่ถ้าบริษัทปิดไปแล้ว สิ่งที่เราลงทุนไปจับต้องไม่ได้ ไม่มีสินค้าเป็นตัวเป็นตน หรือซื้อมาแล้วไม่สามารถไปใช้ประโยชน์อะไรได้อีก เช่น สกุลเงินดิจิทัล อันนี้แชร์ลูกโซ่ชัวร์ๆ

แล้วทุกวันนี้เราจะสังเกตว่าอะไรที่เป็นแชร์ลูกโซ่ได้บ้างล่ะ?

  • ชวนไปลงทุนที่ให้ผลตอบแทนสูง ตอบแทนได้เร็ว สันนิษฐานไว้ก่อนว่าใช่ เพราะผลตอบแทนสูงๆ มักมาจากความพยายามในการทำงานและการเข้าไปแหล่เงินที่ถูกจุด เช่น ไม่ใช่แค่ลงเงินแบบไม่ต้องคิด
  • สร้างความน่าเชื่อถือ ด้วยการแอบอ้างคนดังหรือดารา สันนิษฐานไว้ก่อนว่าใช่ เพราะดาราดังๆ ส่วนใหญ่ไม่เอาตัวเองมาแลก
  • ถ่ายรูปเงินสด รถหรู บ้านหรู โชว์ในโซเชียล สันนิษฐานไว้ก่อนว่าใช่ ทรัพย์สินที่โชว์ตามเน็ตพวกนี้เมกได้ทั้งนั้น

เข้าใจอยู่ว่ายุคนี้เงินมันขาดมือ บางคนตกงาน บางคนมีภาระเยอะ แนวคิดเชิงวัดดวง ก็เลยทำให้เกิดการหลงเชื่อเหล่ามิจฉาชีพได้ง่ายๆ โดยคิดในแง่บวกสวยๆ ว่าความซวยคงไม่บังเกิดกับตน

แต่จงเชื่อไว้เถอะว่า โลกแห่งการลงทุนและการสร้างความมั่งคั่งอย่างแท้จริง ไม่เคยมีทางลัด หรือวิธีง่ายๆ ให้ลอง ถ้าอยากได้มีรายได้ที่ดีและกำไรดีๆ จงลงมือ ลงแรง ตะแคงสมองส่วนสร้างสรรค์มาพลิกแพลงกับทุกสิ่งที่อยากโฟกัสล้วนๆ เฟ้ย

อ้างอิง: สมาพันธ์ต่อต้านแชร์ลูกโซ่แห่งประเทศไทย / ลงทุนแมน



Advertising