ธุรกิจและการเงิน

แชร์ลูกโซ่...เพื่อคนโง่หรือคนฉลาด

Published 7 ม.ค. 2019

By คุณปิยมิตร ยอดเมือง

Ponzi-schemes-biz-buzz-Rabbit-Today-banner

ผมมีความเชื่ออยู่อย่างหนึ่งว่า อะไรที่มันผิดธรรมชาติ ไม่สอดคล้องกับความเป็นจริงของชีวิต มันย่อมไม่ใช่ของจริง เมื่อไม่จริง มันก็จะเกิดขึ้นแบบชั่วครู่ชั่วยาม ชั่วครั้งชั่วคราว แล้วจากไปในเวลาอันรวดเร็ว

ลองคิดดูครับ...อะไรที่ได้มา ‘ง่ายเกินไป มากเกินไป และเร็วจนเกินไป’ มันสอดคล้องกับความจริงของชีวิตหรือเปล่า

ชีวิตคนเราต้องแก่งแย่งแข่งขันกันตั้งแต่ขั้นตอนปฏิสนธิแล้ว เกิดมาก็ต้องต่อสู้ดิ้นรนเพื่อความอยู่รอด เพื่อให้ตัวเองมีที่ยืนในสังคม...ด้วยเหตุนี้ การที่จะได้อะไรมาแบบง่ายๆ จนเกินไป จึงเป็นเรื่องที่ผิดธรรมชาติ

และในสังคมที่ต่างคนต่างเอาประโยชน์ของตนเป็นที่ตั้ง ไม่มีใครยอมใครง่ายๆ จนนักปราชญ์ต้องหาทางออกที่จะทำให้คนเราไม่ต้องรบราฆ่าฟันจนตายกันไปข้างหนึ่ง ด้วยการคิดคำศัพท์ ‘วิน-วิน’ (Win-Win) ขึ้นมา ซึ่งแปลความได้ว่า ‘ไม่มีใครยอมแพ้’ นั่นเอง...ด้วยเหตุนี้ การได้อะไรมาแบบมากจนเกินไป หรือเร็วจนเกินไป จึงเป็นเรื่องที่ผิดธรรมชาติเช่นกัน

ในโลกของการลงทุน คุณอาจได้รับการชักชวนให้ไปลงทุนในอะไรสักอย่าง ซึ่งเขาจะขายฝันว่า คุณจะได้รับผลตอบแทนเป็น 100% ในเวลาไม่กี่วัน เป็น 1,000% ในเวลาแค่ไม่กี่เดือน นั่นคือ ได้ง่าย ได้มาก และได้เร็ว เข้าสูตรที่ผมว่าเป๊ะ และมันก็คือเรื่องที่ผิดธรรมชาติ...ธุรกิจหรือการลงทุนที่จะเกิดแบบนี้ได้จึงต้องเป็นธุรกิจนอกรีต ไม่ถูกต้องตามทำนองคลองธรรม และไม่ถูกกฎหมาย

พวกค้ามนุษย์ ค้ายาเสพติด ค้าของผิดกฎหมายต่างๆ เป็นตัวอย่างของการได้ง่าย ได้มาก และได้เร็ว

และยังมีธุรกิจอีกประเภทหนึ่งที่ก้ำกึ่งว่าจะถูกหรือผิดกฎหมายก็คือ ‘แชร์ลูกโซ่’ ซึ่งเป็นการชักชวนให้คนมาลงทุนในอะไรสักอย่างที่ให้ผลตอบแทนสูง ง่าย และเร็ว แต่จริงๆ แล้วผลตอบแทนที่ได้หาใช่มาจากการลงทุนไม่ แต่มาจากการที่คุณไปชักชวนคนอื่นมาลงทุนในสิ่งนั้นด้วย ยิ่งชวนมากยิ่งได้มาก และคนที่เราชวนก็ต้องไปชักชวนคนอื่นๆ ต่อไปอีก ไม่มีที่สิ้นสุด

หลายสิบปีมาแล้วที่ธุรกิจแชร์ลูกโซ่เกิดขึ้น ดับไป เกิดใหม่ในรูปแบบอื่น จากนั้นก็ดับไป เกิดใหม่ เวียนว่ายตายเกิดอยู่อย่างนี้ และผมเชื่อว่ามันไม่มีทางจะหมดไปจากโลก เพราะรูปแบบการแสวงหาความมั่งคั่งบนความโลภของผู้คนด้วยแชร์ลูกโซ่ มันทำได้ง่ายเพียงแค่พลิกฝ่ามือ

วิธีการก็คือ ทำเสมือนว่าผู้ลงทุนได้รับผลตอบแทนที่สูงในระยะเวลาอันสั้น เช่น ลงทุน 10,000 บาท แค่เพียง 2 สัปดาห์ เขาบอกว่าได้กำไรแล้ว 5,000 บาท คืนเข้าบัญชีได้เลย  เท่ากับว่าได้กำไรถึง 50% ของเงินที่ลงทุนไป...คนที่ลงทุนก็ตาลุกสิครับ หัวใจเต้นแรง วาดฝันไปไกลว่า ถ้ายิ่งใส่เงินลงทุนเยอะก็ยิ่งได้ผลตอบแทนเยอะ คราวนี้ไม่ได้ใส่หมื่นเดียวแล้วครับ ขายบ้านขายรถก็ยอม กู้หนี้ยืมสินก็ยอม เพื่อเอามาลงทุนเป็นหลักแสน หลักล้าน 

สมมติครั้งต่อมาลงทุนอีก 100,000 บาท ดังนั้น เงินเราจะอยู่ที่เขารวม 105,000 บาท อีก 1 อาทิตย์ เขาคืนให้อีก 30,000 บาท คนที่ลงทุนก็ดีใจแทบดีดดิ้น อะไรจะได้ผลตอบแทนงดงามปานนี้ โดยลืมคิดไปว่าเงินที่เขาเอามาคืนก็เงินเราเองทั้งนั้น เพราะเงินลงทุนของเรายังอยู่ที่เขา 105,000 บาท คืนมา 30,000 บาท ก็ยังอยู่ที่เขาอีก 75,000 บาท 

โอกาสที่เราจะได้เงิน 75,000 บาทนี้คืนและได้กำไรก็มีครับ ไม่ใช่ไม่มี แต่เราต้องไปชักชวนคนอื่นมาลงทุนด้วย เจ้ามือเขาก็จะนำเงินลงทุนของคนที่เราไปชวนมานั่นแหละครับมาคืนให้เรา ต่อๆ กันไปเช่นนี้ ยิ่งมีคนลงทุนเยอะๆ เจ้ามือก็ยิ่งมีเงินมากมายมหาศาล เป็นพันล้านหมื่นล้าน จะเล่นแร่แปรธาตุอะไรก็ได้ 

จุดตายของเจ้ามือจะเกิดขึ้นก็ต่อเมื่อคนลงทุนทุกคนพร้อมใจกันถอนเงินลงทุนของตัวเองคืน หรือไม่ก็หาคนลงทุนใหม่ไม่ได้ แต่เจ้ามือเอาเงินไปใช้หมดแล้ว 

เนื่องจากเรื่องของแชร์ลูกโซ่ไม่ใช่เรื่องใหม่ เมื่อได้รู้กลไกเบื้องหลังของมันแบบนี้แล้ว ลองไปตั้งคำถามกับตัวเองดูนะครับว่า แชร์ลูกโซ่...เพื่อคนโง่หรือคนฉลาด



Advertising