ธุรกิจและการเงิน

คนเก่งชอบแก้ไข คนไม่เอาไหนชอบแก้ตัว

Published 18 มี.ค. 2019

By คุณปิยมิตร ยอดเมือง

Problem-Solving-Skills-biz-buzz-Rabbit-Today-banner

เกิดมาเป็นคนล้วนต้องผจญกับปัญหากันทั้งนั้น หรือหากรวมถึงสิ่งมีชีวิตทั้งหมดก็อาจกล่าวได้ว่าไม่มีชีวิตใดที่ไม่มีปัญหา เพียงแต่ว่าปัญหาที่เกิดในพืชและสัตว์นั้น ตัวของสิ่งมีชีวิตนั้นๆ อาจไม่ได้รับรู้หรือไม่ได้สนใจด้วยซ้ำว่ามันคือปัญหา รู้เพียงแค่ว่าต้องดิ้นรนเพื่อให้หลุดพ้นจากสิ่งที่มนุษย์เรียกว่าปัญหานั้นไปให้ได้

ยกตัวอย่างเช่น พืชหลายชนิดมีวิธีเลื้อยหรือเอนเอียงเบี่ยงออกจากร่มเงาที่บดบัง จนได้รับแสงแดดซึ่งเป็นพลังงานสำคัญสำหรับการมีชีวิต เพราะต้องใช้ในการสังเคราะห์แสง โดยในมุมมองของคนเรา ร่มเงานั่นแหละคือตัวปัญหา ซึ่งพืชที่สามารถดิ้นรนจนรับแสงได้ก็จะเติบโตงอกงามต่อไป แต่พืชหลายชนิดที่ทำเช่นนั้นไม่ได้ ก็มีแต่รอวันแห้งเหี่ยวและเฉาตายไปในที่สุด ดังเช่นต้นหญ้าที่อยู่ใต้เงาของไม้ใหญ่โดยไม่มีแสงแดดตกถึง ย่อมไม่สามารถเติบโตได้

สัตว์ที่เปลี่ยนสีของตัวเองให้กลมกลืนกับสภาพแวดล้อมเพื่อไม่ให้เป็นที่สังเกตของศัตรูผู้ไล่ล่า นั่นก็เป็นอีกตัวอย่างหนึ่งของความพยายามแก้ปัญหาของสัตว์

จากตัวอย่างดังกล่าวนั้น สะท้อนให้เห็นว่าโดยธรรมชาติหรือโดยสัญชาตญาณของสิ่งมีชีวิต จะต้องพยายามเอาชนะปัญหาอุปสรรคต่างๆ เพื่ออยู่รอดให้ได้

กลับมาที่คน ผู้ที่เรียกตัวเองว่าสัตว์ประเสริฐ ก็คงไม่ต่างจากพืชและสัตว์ที่มีสัญชาตญาณของการเอาตัวรอด แต่ที่จะต่างกันก็คือคำว่า ‘รอด’ ของมนุษย์นั้น ไม่ใช่เพียงแค่การรอดตาย แต่มีอะไรที่สลับซับซ้อนกว่านั้นมาก

รอดจากการถูกด่าถูกประณาม รอดจากอุบัติเหตุ รอดจากภัยธรรมชาติ รอดจากการถูกไล่ออกจากงาน ฯลฯ เป็นตัวอย่างคำว่ารอดของมนุษย์

การเอาตัวรอดจากสิ่งต่างๆ ข้างต้นนั้น มีตั้งแต่รอดหวุดหวิดไปจนถึงรอดอย่างสวยสดงดงาม และมีทั้งรอดแบบฟลุคๆ และรอดด้วยฝีมือ

ในการทำธุรกิจหรือการทำงาน เราสามารถวัดความเก่งของคนได้จากการแก้ไขปัญหาเพื่อนำพาองค์กรให้รอดนี่แหละครับ

ยิ่งธุรกิจที่ต้องเกี่ยวข้องกับปัจจัยที่เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา เช่น เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยี เกี่ยวข้องกับอัตราแลกเปลี่ยนเงินตรา เกี่ยวข้องกับราคาน้ำมัน หรือเกี่ยวข้องกับราคาสินค้าเกษตรในตลาดโลก อย่างน้ำตาลทรายและยางพารา เป็นต้น ก็ยิ่งต้องแก้ไขปัญหาด้วยความถี่มากกว่าคนอื่น

ใครที่เป็นผู้ถือหุ้นของบริษัทต่างๆ โดยเฉพาะบริษัทมหาชนที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ และเคยเข้าร่วมการประชุมผู้ถือหุ้นประจำปี คงทราบดีครับว่า ผู้บริหารจะต้องเผชิญหน้ากับผู้ถือหุ้น เพื่ออรรถาธิบายความเป็นมาเป็นไปทางธุรกิจในรอบปีที่ผ่านมา และต้องตอบคำถามที่ผู้ถือหุ้นสงสัย ซึ่งการตอบคำถามนี่เองจะทำให้ผู้ถือหุ้นประเมินได้ว่าผู้บริหารบริษัทนั้นมีฝีมือในการแก้ไขปัญหาต่างๆ มาก-น้อยแค่ไหน

ลองดูตัวอย่างนี้นะครับ

ผู้ถือหุ้นถามผู้บริหารของบริษัทผลิตและจำหน่ายน้ำตาลทรายว่า “ทำไมผลการดำเนินงานของบริษัทในปีนี้จึงแย่กว่าปีที่ผ่านมามาก” หากผู้บริหารตอบว่า “เพราะราคาน้ำตาลทรายในตลาดโลกปีนี้ต่ำกว่าปีที่แล้วมาก” แค่นี้แล้วจบ ถึงจะฟังดูเป็นเหตุเป็นผล แต่ก็เหมือนการแก้ตัว

แต่หากตอบเพิ่มอีกหน่อยว่า “อย่างไรก็ตาม คณะผู้บริหารก็ไม่ได้นิ่งนอนใจ พยายามหาทางลดผลกระทบจากราคาน้ำตาลโลกที่ตกต่ำด้วยการเพิ่มประสิทธิภาพในการสร้างรายได้และกำไรในสายธุรกิจที่เกี่ยวเนื่อง เช่น โรงไฟฟ้าที่ใช้ชานอ้อยและชีวมวลเป็นเชื้อเพลิง โรงงานผลิตและจำหน่ายเยื่อกระดาษจากชานอ้อย และนำเยื่อกระดาษนั้นมาขึ้นรูปเป็นภาชนะต่างๆ อย่างถ้วย จาน เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มและยังเป็นผลดีกับสิ่งแวดล้อมด้วย ซึ่งธุรกิจเกี่ยวเนื่องเหล่านี้สามารถสร้างผลกำไรที่ดี” ตอบแบบนี้ฟังดูดีมีสกุลมากกว่ากันเยอะเลยใช่ไหมครับ

นี่แหละครับที่บอกว่า...คนเก่งชอบแก้ไข คนไม่เอาไหนชอบแก้ตัว



Advertising