ธุรกิจและการเงิน

คนรวยกับคนจน คนแบบไหนเป็นได้ง่ายกว่ากัน

Published 20 ส.ค. 2018

By ดร.ธนาวัฒน์ สิริวัฒน์ธนกุล

rich-man-or-poor-man-biz-buzz-Rabbit-Today-banner

ช่วงนี้ข่าวคราวของพ่อพิมพ์แม่พิมพ์แห่งชาติ ครูผู้เป็นเรือจ้างกำลังสำคัญของประเทศไทย ขึ้นหน้าหนึ่งอยู่หลายข่าวด้วยกัน

ไม่ว่าจะเป็นปฏิญญามหาสารคาม ที่ครูจำนวนหนึ่งเรียกร้องให้เพื่อนครูด้วยกันมาเบี้ยวหนี้ตั้งแต่ 1 สิงหาคม 2561 จนถูกกระแสสังคมวิจารณ์กันอึงมี่ถึงความไม่เหมาะสม ความน่าอายที่เป็นหนี้แล้วจะลุกขึ้นมาบอกว่าไม่จ่าย

โชคดีที่มีข่าวของครูดีๆ อีกด้านหนึ่ง ซึ่งผมเชื่อว่าเป็นครูส่วนใหญ่ของประเทศนี้ ที่อยากให้ลูกศิษย์ได้ดี ยอมค้ำประกันเงินกู้ กยศ. ให้ลูกศิษย์ถึง 60 ราย จนถูกยึดบ้านและที่ดินที่เหลือเป็นมรดกชิ้นสุดท้ายไว้เป็นที่พักพิงยามแก่เฒ่าหลังเกษียณ เพียงเพราะลูกศิษย์ไม่ยอมจ่ายหนี้

ถ้าเราลองมาดูเงินเดือนของข้าราชการครูจะพบว่า ครูผู้ช่วยจะมีเงินเดือนเริ่มต้น 15,050 บาท และเมื่อรับราชการครูไปเรื่อยๆ เงินเดือนจะเพิ่มขึ้นเป็น 76,800 บาท เมื่อได้รับการเลื่อนขั้นเป็นครู คศ.5 ซึ่งเป็นวิทยฐานะครูเชี่ยวชาญพิเศษ

คนรวยกับคนจน คนแบบไหนเป็นได้ง่ายกว่ากัน,ธุรกิจและการเงิน,Rabbit Today

เชื่อไหมครับว่า เงินเดือนหมื่นต้นๆ อาจทำให้คุณสามารถเป็นคนรวยเศรษฐีเงินล้าน ในขณะที่ เงินเดือนเกือบแสน ก็อาจทำให้คุณสามารถเป็นคนจน มีหนี้สินล้นพ้นตัวได้เช่นกัน เพราะการทำงานได้รับเงินเดือนก็เปรียบได้กับการหาบน้ำมาเติมลงตุ่ม ในขณะที่การใช้จ่ายก็เปรียบเสมือนกับรูรั่วของตุ่มที่จะทำให้น้ำที่เติมลดระดับลงไป ถ้าเราเติมน้ำใส่ตุ่มมากกว่าน้ำที่รั่วไหลออกไป น้ำในตุ่มก็จะเพิ่มขึ้น กลายเป็นคนรวยได้ในที่สุด แต่ถ้าเราปล่อยให้น้ำรั่วไหลจากตุ่มมากว่าน้ำที่เติมใส่ตุ่มเข้ามา น้ำในตุ่มก็จะลดลง ทำให้เรากลายเป็นคนจนได้ แม้ว่าเราจะเติมน้ำในตุ่มจนเต็มแรงก็ตาม

รู้ไหมครับว่า สำนักงานสถิติแห่งชาติได้ทำการสำรวจภาวะเศรษฐกิจและสังคมของครัวเรือน พ.ศ. 2558 ทั่วราชอาณาจักร พบว่าคนไทยโดยเฉลี่ยทั่วราชอาณาจักรมีค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็นและอาจเป็นค่าใช้จ่ายที่ทำให้เกิดค่าใช้จ่ายที่จำเป็นต่างๆ ตามมาอีกมากมาย

เช่น ค่าใช้จ่ายเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ทั้งที่ดื่มที่บ้านและดื่มนอกบ้าน เฉลี่ยเดือนละ 140 บาทต่อครัวเรือน ค่าใช้จ่ายบุหรี่ ซิการ์ ยาเส้น หมาก พลู ยานัตถุ์ อีกเฉลี่ยเดือนละ 91 บาทต่อครัวเรือน ค่าใช้จ่ายไม่จำเป็นเหล่านี้อาจทำให้เราต้องจ่ายค่าใช้จ่ายที่จำเป็น เช่น ค่ารักษาพยาบาลที่ตามมาอีกเป็นพันเป็นหมื่นเท่าทีเดียว นอกจากนั้นเรายังมีค่าใช้จ่ายเป็นค่าซื้อสลากกินแบ่ง/ หวยของรัฐ/ และการพนันอื่นๆ กันอีกเฉลี่ยเดือนละ 193 บาทต่อครัวเรือน

คนรวยกับคนจน คนแบบไหนเป็นได้ง่ายกว่ากัน,ธุรกิจและการเงิน,Rabbit Today

นั่นหมายความว่าแต่ละเดือนเรามีค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็นรวมๆ กันถึงเดือนละ 424 บาท/ ครัวเรือน หรือประมาณ 5,088 บาท/ ครัวเรือน ค่าใช้จ่ายเหล่านี้ต่อให้เรานำไปลงทุนแล้วเกิดความเสี่ยงจนทำให้เงินลงทุนทั้งหมดหายไปก็ไม่ส่งผลกระทบเชิงลบใดๆ ต่อการดำเนินชีวิตประจำวัน แต่อย่างน้อยการลดค่าใช้จ่ายเหล่านี้ของครัวเรือนก็ยังเป็นประโยชน์ต่อสุขภาพกายและสุขภาพใจในอนาคตของคนไทย

ถ้าหากเราเพียงแค่นำเงินมาลงทุนปีละ 5,088 บาทด้วยตัวเอง โดยไม่จำเป็นต้องมีความรู้ความเชี่ยวชาญทางการเงินการลงทุนใดๆ ไม่จำเป็นต้องมีความรู้ทางเศรษฐศาสตร์เพื่อกำหนดจังหวะเวลาในการลงทุนให้ได้รับอัตราผลตอบแทนที่สูงสุด ไม่จำเป็นต้องมีความรู้ทางการเงินการลงทุนเพื่อคัดเลือกหลักทรัพย์รายตัวให้ได้รับอัตราผลตอบแทนเพิ่มขึ้น

เพียงแค่ลงทุนในหลักทรัพย์ทุกๆ ตัวในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (หรือลงทุนในกองทุนรวมหุ้นที่มีนโยบายเลียนแบบดัชนีตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย) และลงทุนอย่างสม่ำเสมอทุกๆ ปี ปีละเท่าๆ กัน 5,088 บาท (หรือทยอยลงทุนเดือน เดือนละเท่าๆ กัน 424 บาท) เงินที่เราออมผ่านการลงทุนอย่างสม่ำเสมอดังกล่าวนี้อาจทำให้เรามีเงินเป็นล้านหรือสิบล้านแบบที่คุณอาจไม่เคยคาดคิดมาก่อนเลยทีเดียว

ถ้าหากการลงทุนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยสามารถสร้างอัตราผลตอบแทนให้กับนักลงทุนได้ในอนาคตเท่ากับ 10.22% ต่อปี ซึ่งเป็นอัตราผลตอบแทนเฉลี่ยจากการลงทุนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยระหว่างปี พ.ศ. 2547-2560 การนำเงินออมมาลงทุนอย่างสม่ำเสมอปีละ 5,088 บาท เมื่อเวลาผ่านไป 10 ปี จะทำให้เงินออมเมื่อต่อยอดด้วยผลตอบแทนจากการลงทุนเพิ่มขึ้นเป็นเงินจำนวน 81,950 บาท หรือเกือบแสนบาท

คนรวยกับคนจน คนแบบไหนเป็นได้ง่ายกว่ากัน,ธุรกิจและการเงิน,Rabbit Today

แต่ถ้าหากเราลงทุนต่ออีกรวมเป็นเวลา 20 ปี เงินออมเมื่อต่อยอดด้วยผลตอบแทนจากการลงทุนจะเพิ่มขึ้นเป็นเงินจำนวน 298,797 บาท หรือเกือบ 3 แสนบาท แต่คุณอาจจะประหลาดใจถ้ารู้ว่าการลงทุนอย่างสม่ำเสมอเป็นเวลา 32 ปี ด้วยรูรั่วของเงินที่เราไม่สมควรนำไปใช้จ่ายกับการพนัน สุรา ยาสูบอาจทำให้คนไทยแต่ละครัวเรือนสามารถต่อยอดความมั่งคั่งกันได้ถึง 1,070,760 บาท

และถ้าหากคนไทยสามารถเลิกใช้จ่ายอบายมุขดังกล่าวได้ตลอดระยะเวลาที่ทำงานประมาณ 38 ปี แล้วนำเงินไปลงทุนอย่างสม่ำเสมอผ่านตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยความมั่งคั่งที่ต่อยอดได้อาจเพิ่มขึ้นเป็น 1,959,270 บาท หรือเกือบ 2 ล้านบาทเลยทีเดียว

จำนิทานอีสปที่เราเคยถูกสอนกันในวัยเด็กได้ไหมครับว่า เต่าตัวน้อยเพียงแค่ไม่ละความพยายาม ค่อยๆ เดินต้วมเตี้ยมก็สามารถไปถึงหลักชัยได้โดยชนะกระทั่งกระต่ายที่มีความรวดเร็วกว่าตั้งมากมาย สถานะทางการเงินในวันนี้ก็อาจไม่ใช่ปัจจัยที่จะบอกว่าใครจะรวยหรือจนในอนาคต

หากแต่การรู้จักหาเงิน รู้จักใช้เงิน และรู้จักขยายดอกผลของเงินที่หามาได้ต่างหากที่จะบอกว่าใครจะเป็นคนรวยหรือคนจนในอนาคต



Advertising