ธุรกิจและการเงิน

เศรษฐกิจไทยปีหน้า

Published 25 ต.ค. 2018

By ธันยวัชร์ ไชยตระกูลชัย

Thailands-economy-2019-biz-buzz-Rabbit-Today-banner

ปีหน้าเป็นปีที่คนไทยหวังเป็นอย่างมากว่าเศรษฐกิจไทยจะดีขึ้น

บางคนอาจสงสัยว่าเศรษฐกิจไทยตอนนี้ยังไม่ดีหรือ เพราะ GDP เกือบ 5% ถ้าบอกว่าไม่ดี ต้อง 10% หรืออย่างไรจะเรียกว่าดี

ก็ต้องบอกว่าเศรษฐกิจไทยเคยเติบโตด้วยตัวเลข 2 หลักมาแล้ว ในสมัยพลเอกชาติชาย ชุณหะวัณ เป็นนายกรัฐมนตรีนั่นไง

แต่นั่นเป็นเรื่องอดีตที่ยากจะหวนคืน 

อย่างไรก็ตาม ตัวเลข 4.6% นี่ก็ต้องถือว่าดีมากแล้ว สมัยก่อนเห็นเลขนี้ใครๆ ก็ต้องบอกว่าเศรษฐกิจดี

ทว่าแปลก หันไปทางไหน ใครๆ ก็บอกว่า GDP ไม่ได้สะท้อนการเติบโตทางเศรษฐกิจเหมือนในอดีตอีกต่อไปแล้ว

นั่นคือเศรษฐกิจโตตามตัวเลขก็จริง แต่มันกระจุกอยู่ในบางกลุ่มเท่านั้น แต่ส่วนใหญ่ไม่ได้รับผลพวงจากการเติบโตของ GDP เฉกเช่นอดีตอีกต่อไป

เรื่องการโตแบบกระจุก จนกระจายนี้ ก็พูดกันมามากแล้ว แต่นั่นอยู่ในสมการที่เศรษฐกิจเติบโต 

อันที่จริงการที่ตัวเลขการส่งออกดีขึ้นในระยะหลังนั้น ก็เป็นผลมาจากเศรษฐกิจโลกที่เติบโตขึ้นมาก

นิตยสาร The Economist รายงานว่าในปี 2017 อัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจของ Big Advanced Economy (ยกเว้นอังกฤษที่ออกจากอียู) ล้วนเติบโตทั้งหมด ซึ่งรวมถึงเหล่าประเทศ Emerging ด้วย

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ สนใจเศรษฐกิจภายในประเทศ ออกนโยบายลดภาษี เน้นให้บริษัทลงทุนในประเทศเพื่อก่อให้เกิดการจ้างงาน และลงทุนด้านสาธารณูปโภคพื้นฐาน

ตลาดหุ้นขึ้นมากมาย อัตราการว่างงานน้อยเป็นประวัติการณ์

ทว่าปีนี้ เศรษฐกิจโลกผันผวน ก็เพราะประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศสงครามการค้ากับจีน ส่งผลให้เกิดความปั่นป่วนวุ่นวาย เพราะสินค้าที่ส่งออกจากประเทศจีนนั้น ส่วนใหญ่ก็มาจากบริษัทในประเทศร่ำรวยสั่งผลิตหรือประกอบทั้งนั้น เพราะทำในประเทศต้นทุนสูง ไม่สามารถแข่งขันได้  ยกตัวอย่างเช่น ไอโฟน ก็ใช้ชิ้นส่วนมาจากหลากหลายประเทศ ทั้งจากสหรัฐอเมริกา เกาหลี ญี่ปุ่น จากนั้นก็ถูกส่งไปประกอบที่จีน แล้วส่งกลับมาสหรัฐอเมริกาอีกครั้ง

ไอโฟนก็ต้องถูกขึ้นภาษีด้วย เพราะถือว่ามาจากประเทศจีน ทั้งๆ ที่เป็นผลิตภัณฑ์จากบริษัทสหรัฐอเมริกาเอง

ประธานาธิบดีทรัมป์บอกว่าแก้ปัญหานี้ง่ายนิดเดียว ก็ให้แอปเปิ้ลผลิตในสหรัฐอเมริกาเสียก็สิ้นเรื่อง

ดังนั้น สงครามการค้าครั้งใหญ่ที่จุดชนวนโดยประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ครั้งนี้จะส่งผลกระทบต่อ Global Supply Chain อย่างแน่นอน

ดร.ศุภวุฒิ สายเชื้อ กูรูเศรษฐกิจกล่าวว่า (ในประชาชาติธุรกิจ) 

เศรษฐกิจโลกช่วง 50 ปีที่ผ่านมาสร้างเป็น Global Supply Chain คือจะผลิตชิ้นส่วนที่ไหนก็ได้ในโลก ประกอบที่ไหนก็ได้ ค้าขายที่ไหนก็ได้ในโลก 

แต่สิ่งที่ทรัมป์กำลังทำคือ ทำลายซัพพลายเชนของจีน ไม่ให้นักลงทุนไปลงทุนในจีน ซึ่งก็จะกระทบกับจีนและประเทศตลาดเกิดใหม่

กรณีสหรัฐฯ บรรลุข้อตกลงกับแคนาดา-เม็กซิโก (USMCA) แทนนาฟต้า ก็มีการเพิ่มเงื่อนไขเรื่องโลคอลคอนเทนต์จาก 63% เป็น 75% ซึ่งเท่ากับเป็นการกีดกันซัพพลายเชนอื่น ซึ่งการพยายามเปลี่ยนหรือปิดกั้นซัพพลายเชนมันดิสรัปต์เศรษฐกิจ ทำให้การลงทุนชะงัก เพราะไม่รู้จะไปลงทุนที่ไหนดี ทำให้จีดีพีไม่โต การจ้างงานไม่เกิด 

ประเด็นเรื่องเศรษฐกิจสหรัฐฯ และสงครามการค้าทำให้เศรษฐกิจโลกปีหน้าดูแย่และยาก และแน่นอน กระทบการส่งออกไทยจากปีนี้โต 9% แต่ปีหน้าหลายสำนักคาดการณ์โต 4% กว่า ลดลงจากปีนี้กว่าครึ่ง ซึ่งทำให้เศรษฐกิจโตแผ่วลง

ฟังแล้วระเหี่ยใจไหมเล่าครับ



Advertising