ธุรกิจและการเงิน

หัวร้อนแต่พองาม…มะกันตัดสิทธิ์ GSP ไทย กระทบส่งออกแค่ 0.01%

Published 28 ต.ค. 2019

By โชติ เวสสวานิชกูล

มะกันตัดสิทธิ์ GSP ไทย

พาดหัวประชดนะเฟ้ย!!

ประเด็นสหรัฐอเมริกาตัดสินใจตัด GSP ไทยเนี่ย ดูจะกลายเป็นเรื่องใหญ่ระดับชาติ ถึงขนาดที่น้าแอ๊ด คาราบาว ยังต้องออกมาไซโคคนไทยกันว่า “เห็นสันดานอเมริกาหรือยังครับพี่น้อง”

การที่สำนักงานผู้แทนการค้าสหรัฐฯ เขาประกาศระงับสิทธิพิเศษภาษีศุลกรกร (GSP) กับประเทศไทย รวมมูลค่า 1,300 ล้านเหรียญสหรัฐฯ (ประมาณ 4 หมื่นล้านบาท) หลักๆ ดูเหมือนจะมุ่งเป้าที่สินค้าอาหารทะเล และมีผลบังคับใช้ 25 เมษายน ปีหน้า (2563) 

ถ้ามองปมประเด็นต้นตอปัญหาแบบเปิดหน้าในการตัด GSP ครั้งนี้ ก็จะมีการอ้างปัญหาสิทธิแรงงานที่ยืดเยื้อมายาวนานในอุตสาหกรรมอาหารทะเลและการเดินเรือมาเป็นหน้าฉาก

แต่ถ้ามองในเชิงประเด็นเปิดบั้นท้าย ก็คงโยงมาจากประเด็นการตอบโต้ทางการไทย ที่สั่งแบน 3 สารพิษที่สหรัฐฯ ทักท้วง ผ่านสถานฑูตสหรัฐฯ ประจำประเทศไทย 

โดยก่อนหน้านั้นทางปลัดกระทรวงเกษตรสหรัฐฯ ได้เรียกร้องให้ไทยชะลอการแบน 3 สารพิษ ทั้งพาราควอต ไกลโฟเซต และคลอร์ไพริฟอส อ้างคณะกรรมการวัตถุอันตรายไม่ได้คำนึงถึงหลักฐานทางวิทยาศาสตร์อย่างครบถ้วน ส่วนเราหาได้แคร์ เพราะสารพิษพวกนี้มันไม่ OK ไง

แต่ไม่ว่าจะสาเหตุใด การตัดสิทธิ GSP ไทยจากมะกัน ก็ถือเป็นการตอบโต้ของสหรัฐฯ โดยชัดเจน 

แล้ว GSP คืออะไร ทำไมเราต้องเดือดร้อนขนาดนั้น?

GSP ย่อจาก Generalized System of Preference หรือ การยกเว้นหรือลดหย่อนอัตราภาษีขาเข้าสินค้าที่ผลิตและส่งออก เขาจะยื่นสิทธิให้กับประเทศที่กำลังพัฒนา เพื่อโอกาสทางการค้าอะนะ   

การตัดสิทธิไทยรอบนี้ มันก็เลยดูกระทบพอควร (ในแง่ของจิตใจ) โดยจำนวนสินค้าไทยที่ถูกตัดอยู่ที่ประมาณ 573 รายการ จาก 1,485 รายการ ที่เราทำการค้ากับมะกันอยู่ คิดเป็นเปอร์เซ็นต์ก็ราวๆ 40% ตัวเลขเสียหายโดยคาดราวๆ 4 หมื่นล้านบาท 

แล้วเราสะเทือนมากแค่ไหน?

ตอนนี้ทางกระทรวงพาณิชย์ ก็ออกมาบอกให้สบายใจไปเปราะหนึ่งว่า…เดิมสหรัฐฯ ให้สิทธิ GSP สินค้าไทยไปมะกันรวม 1,800 ล้านเหรียญสหรัฐฯ แต่ไทยไม่ได้ใช้สิทธิเต็มตามจำนวน ใช้สิทธิแค่ 1,300 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ซึ่งสินค้าดังกล่าวจะต้องเสียภาษีนำเข้าสหรัฐฯ จากเดิมที่ไม่ต้องเสียภาษี ซึ่งภาษีที่เสียตกประมาณ 4-5% หรือ 1,500-1,800 ล้านบาทเท่านั้น

แต่ถามว่ามันจะไม่กระทบเลย ก็คงไม่ใช่ กระทบบ้าง แต่คงเป็นวงแคบๆ เพราะสินค้ากลุ่มที่โดนตัดสิทธิในปีหน้า เห็นมีการคำนวณว่ามีตัวเลขคิดมูลค่า 0.01% ของมูลค่าส่งออกรวมของไทย

ฉะนั้น ไตร่ตรองให้รอบคอบก่อน ไปศึกษา-หาข้อมูลให้รู้แน่ชัดก่อนว่า ที่มะกันมาไม้นี้ เพราะเขาหวังอะไร? 

กะอีแค่เรื่อง 3 สารอันตรายจะเป็นตัวต้นเหตุทั้งหมดไหม ก็ยังพูดยาก แต่มันก็พอจะมีเค้าลางร่วมอยู่กลายๆ

นั่นก็เพราะไทยเราเอง ก็ได้นำเข้าสินค้าจากบ้านเขา เช่น ถั่วเหลืองและข้าวโพดมาตลอด แล้วพอไทยเราแบน 1 ใน 3 สาร เช่น ไกลโฟเซตนั้น ตามกฎ ‘องค์การการค้าโลก (WTO)’ ทำให้อเมริกาไม่สามารถขายสินค้าเกษตรที่ใช้ไกลโฟเซตมาไทยได้ (ว่ากันว่ามะกันพ่นไกลโฟเซตลงพืชโดยตรง เพราะเขาปลูกพืช GMOs ทำให้พืชทนสารตัวนี้ และสารตัวนี้ ก็ไม่พบการตกค้างที่เกินมาตรฐานในผลผลิตด้วย)

ยังไงซะ ถ้าพูดกันตรงๆ ก็เชื่อว่าลุงตู่แกคงรู้เรื่องการแบนนี้มานานแล้วละมั้ง

แต่มันก็ต้องยอมรับว่า ถ้าจะคิดเลยเถิดหน่อย คือ การที่เราไปชิดเชื้อกับพี่จีนและพี่ปูติน ไปจับมือกับหัวเว่ย ศัตรูตัวแค้นของอ้ายบร้าทรัมป์ มันก็มีน้ำหนักให้คิดลากมาเป็นเหตุจูงใจให้เกิดการตัด GSP ได้ทั้งนั้นแหละจร้า 

แต่ๆๆๆ ถ้าคิดกันแบบหนังสายลับหน่อยๆ นักเลงโลกอย่างมะกัน เขาก็คงไม่จำเป็นต้องหาประเด็นหลอกคำโต หรือบิดเบือนกับประเทศนอกสายตาเขาเท่าไรนัก เพียงแต่นี่เป็นเกมที่รัฐบาลไทยต้องมองให้ขาด และต้องรู้ว่าจะต้องทำอะไรต่อไปใน 6 เดือนที่เหลือก่อนจะถูกตัด GSP อย่างจริงจัง

อย่างไรเสีย ภายใต้ประเด็นระหว่างประเทศ ที่เขานำกฎระเบียบมาคุยกันบนโต๊ะ ประชาชนผู้ ‘รักชาติ’ ผิดเวลา ก็อาจจะทำให้วิกฤตมันลามเป็นไฟไล่ทุ่งได้ เช่น ปลุกระดมให้เลิกกิน KFC เลิกใช้เฟซบุ๊ก เลิกใช้ไอโฟน โอ๊ย!! ใจเย็นๆ มันคนละเรื่องเดียวกัน

เพราะหากพูดกันถึงเรื่อง GSP แบบไม่ไปเอาประเด็นดราม่ามาวัด มันก็คือ การที่ประเทศใดประเทศหนึ่งเขาช่วยเหลือในเรื่องภาษีให้ประเทศกำลังพัฒนาอย่างเราๆ ให้ส่งออกได้ง่ายขึ้น แล้ววันนี้พอเขาเลิกช่วยเหลือ แล้วเราก็เลยโกรธเค้า อย่างงี้ก็ได้หรอ ไม่ช่วยกรู…กรูโกรธ

ฉะนั้นการคิดแบบปลุกระดมให้ลามไปถึงไปขั้นคนในประเทศเราและสังคมส่วนใหญ่ ไปแบนสินค้าของบ้านเขาด้วย จะดีจริงเปล่า? ทำแล้วได้อะไร? อย่าลืมว่าประเทศไทย เราเกินดุลเค้ามหาศาล (ส่งออกไปมะกันมากกว่านำเข้า) เขาอยู่ด้วยนะ เกิดเขาแบนเราคืนมั่ง คราวนี้ได้บรรลัยจริงๆ แน่นวล

ดึงสติกันสักนิดนะ เพราะยังไงเสียการตัดสิทธิ GSP มันไม่ได้หมายความว่าเขาจะไม่ใช้สินค้าเราหรือว่าเราจะขายของเขาต่อไม่ได้นะเฟ้ย แค่ตัดสิทธิจากการที่เคยยกเว้นภาษีนำเข้า แล้วเสียตามปกติ ทำให้ความสามารถในการแข่งขันลดลงเท่านั้นเอง

แถมอย่างที่บอกไปว่าสิทธิ GSP มันแค่ 0.01% ของมูลค่าส่งออก แล้วเราจะทำให้มันบานปลาย เพิ่มสถานการณ์ครุกรุ่นแบบหลายเท่าตัว มันก็อันใดอยู่อะเนาะ…

…น้าแอ๊ด อารมณ์ร่วมแกอาจจะเยอะ แต่ขณะที่เรายังตามข่าวบนเฟซบุ๊กบ้านเขา ก็เพลาๆ กันหน่อยนะจ๊ะ



Advertising