ธุรกิจและการเงิน

หวังขุดทองแดนมังกร ต้องรู้จัก Weibo เฟซบุ๊กเวอร์ชั่นจีน

Published 23 ธ.ค. 2018

By Rabbit Today

Weibo-biz-buzz-Rabbit-Today-banner

ถ้าจะเรียกว่าเป็นปีแห่งวิบากกรรมของ เฟซบุ๊ก ก็คงไม่ผิด เพราะตั้งแต่ต้นปีที่ตัว มาร์ก ซักเคอร์เบิร์ก ผู้ก่อตั้งและซีอีโอ เฟซบุ๊ก ต้องเข้าชี้แจงและรับการซักฟอกจากวุฒิสภาสหรัฐฯ จากกรณีข้อมูลผู้ใช้เฟซบุ๊กรั่วไหลไปสู่บริษัทให้คำปรึกษาทางการเมืองอย่าง เคมบริดจ์ อะนาลีติกา (Cambridge Analytica) ซึ่งเป็นบริษัทวิเคราะห์ข้อมูลที่ร่วมทำงานในแคมเปญการหาเสียงเลือกตั้งของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ในปี 2559 

ยิ่งไปกว่านั้น The New York Times ยังออกมาช่วยตอกย้ำพฤติกรรมการปล่อยรั่วข้อมูลของ เฟซบุ๊ก ซ้ำอีกระลอก หลังจากอนุญาตให้บริษัทกว่า 150 บริษัท เข้าถึงข้อมูลส่วนตัวของผู้ใช้งาน โดยในนั้นมีบริษัทระดับโลก เช่น Amazon Apple Microsoft Netflix และ Spotify ให้อ่านข้อความส่วนตัวของผู้ใช้งานและเข้าถึงสิทธิชื่อเพื่อนของผู้ใช้ทั้งหมดโดยไม่ต้องได้รับความยินยอม

ทุกวันนี้ เฟซบุ๊ก ยังคงเป็นโซเชียลเน็ตเวิร์คหมายเลข 1 ของโลก ด้วยจำนวนผู้ใช้ทั่วโลกมากกว่า 2 พันล้านคน แต่ถ้าลองนึกภาพในมุมผู้ใช้ที่ต้องกังวลความปลอดภัยในข้อมูลส่วนตัว แบบนี้ความเชื่อมั่นของคนใช้จะลดลงแค่ไหน 

แล้วยิ่งถ้ามีใครลุกขึ้นมาสร้างทางเลือกที่คล้ายคลึงกัน แถมยังมีประโยชน์กว่าล่ะ?

ตอนนี้ทุกคนในโลกรู้ดีว่า สิ่งใดที่โลกตะวันตกรังสรรค์ไว้ พี่จีนสามารถทำตามได้หมด และหนึ่งในนั้นก็คือการพัฒนาโซเชี่ยลมีเดียเป็นของตัวเอง

‘Weibo’ หรือเรียกว่า ‘เวยป๋อ’ ถูกจัดว่าเป็นโซเชียลมีเดียอันดับหนึ่งของจีนในตอนนี้ มีรูปแบบการใช้งานผสมผสานกันระหว่าง ทวิตเตอร์ กับ เฟซบุ๊ก

Weibo เกิดขึ้นได้อย่างไร? 

หากยังจำกันได้ราวๆ กลางปี 2009 หลังเหตุการณ์จราจลในเมืองอุยกูร์ ซึ่งเป็นต้นเหตุของการแบนโซเชี่ยลมีเดียต่างประเทศในจีนทั้งหมด

ทำให้บริษัท Sina ซึ่งเป็นบริษัท Portal Web แบบ Sanook หรือ Kapook ในบ้านเรา เกิดปิ๊งไอเดีย และหันมาพัฒนาโซเชียลมีเดียของตัวเอง และเรื่องราวของ Weibo ก็เกิดขึ้นหลังจากนั้นไม่นาน โดยช่วงแรกการใช้งานจะเป็นการจำกัดตัวอักษรคล้ายทวิตเตอร์

ความน่าสนใจของ Weibo ไปกระแทกตา แจ็ค หม่าแห่ง Alibaba เข้าในช่วงปี 2013 และเข้าซื้อหุ้นของ Sina Weibo เป็นมูลค่ากว่า 18,000 ล้านบาท พร้อมๆ กับกระตุ้นธุรกิจด้วยการเจาะไปที่กลุ่มดารา จนทำให้ Weibo มีอิทธิพลทางโซเชี่ยลมีเดียจีนอย่างมาก

แน่นอนว่า ในส่วนรายได้ของ Weibo ก็ใช้แนวคิดเดียวกันกับเฟซบุ๊ก คือ อัตราค่าโฆษณา ซึ่งสามารถทำการกำหนดกลุ่มเป้าหมายและเก็บสถิติยอดผู้ใช้งานเปรียบเทียบกับโซเชี่ยลมีเดียอื่นๆ ได้

Weibo จดทะเบียนอยู่ในตลาดหุ้น NASDAQ ประเทศสหรัฐอเมริกา โดยปี 2016 มีรายได้กว่า 2 หมื่นล้านบาท และตอนนี้ตัวบริษัทมีมูลค่าอยู่ที่ประมาณ 8 แสนล้านบาท พร้อมๆ กับตัวเลขผู้ใช้งานประมาณ 350 ล้านคนในปี 2017 

แม้สิ่งหนึ่งที่ดูเหมือนจะเป็นข้อเสียของ Weibo คือผู้ใช้ส่วนใหญ่ เป็นคนในประเทศจีน ทำให้โอกาสเติบโตได้เทียบเท่าเฟซบุ๊กได้ยาก 

แต่ตัวเลขของ Weibo ยังเติบโตขึ้นได้อีก เพราะจีนเองก็เป็นประเทศที่ใหญ่ ในปี 2017 จีนมีประชากรทั้งสิ้นกว่า 1,300 ล้านคน ซึ่งมีโอกาสที่จะเพิ่มจำนวนผู้ใช้จาก 350 ล้านคน ย่อมเป็นไปได้

ขณะเดียวกัน ในยุคที่การค้าขายกับจีนเปิดกว้างขึ้น ใครอยากเข้าไปค้าขายในจีน อยากชนะใจจีน ก็ต้องรู้จักว่าคนจีนใช้ชีวิตอยู่ตรงไหน ใช้เครื่องมืออะไรทำมาหากิน

และโซเชี่ยลอย่าง Weibo ก็คือคำตอบหนึ่งของนักขุดทองในจีน ที่ต้องทำความรู้จักไว้…



Advertising