coronation-in-the-past-coronation-Rabbit-Today-banner

สองความทรงจำในอดีตที่ยังคงแจ่มชัดในหัวใจของคุณปู่จากกรุงเทพมหานคร และคุณยายจากลำปาง ผู้มีชีวิตอยู่มาหลายแผ่นดิน อาจสะท้อนภาพประวัติศาสตร์ของพระราชพิธีบรมราชาภิเษก และสถาบันพระมหากษัตริย์ที่เคารพรักเทิดทูน เพื่อให้คนรุ่นหลังได้นึกภาพตามไปพร้อมรอยยิ้ม

คุณปู่วราห์ โรจนวิภาต อายุ 84 ปี

พระราชาในดวงใจราษฎร์,พระราชพิธีบรมราชาภิเษก ๒๕๖๒,Rabbit Today

บรรยากาศของงานพระราชพิธีบรมราชาภิเษก รัชกาลที่ 9 ก่อนวันงานกับหลังวันงานไม่แตกต่างกันเท่าไร เพราะแต่ก่อนสื่อยังมีไม่มาก และตอนนั้นผมยังอายุประมาณ 13-14 ปี คงฟังข่าวจากวิทยุ หรือหนังสือพิมพ์เท่านั้น งานพระราชพิธีทำกันในพระบรมมหาราชวัง คงมีแต่เจ้านายข้าราชการผู้ใหญ่เท่านั้นที่เห็นพระราชพิธี เสร็จงานแล้วก็คงโจษจัน แสดงความยินดีกับพระราชพิธีที่ผ่านมา

ความรู้สึกต่อพระเจ้าแผ่นดินองค์ใหม่ในครั้งนั้นเป็นเรื่องที่ยินดีกันทั่วไป ไม่มีใครต่อต้าน คนรุ่นนั้นยังภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์อย่างเหนียวแน่น กษัตริย์องค์ใหม่ก็ยังหนุ่มแน่น เป็นที่รักของประชาชนส่วนมาก การคาดหวังในพระองค์ในช่วงเวลานั้นเพียงขอให้บ้านเมืองเรียบร้อย เพราะเพิ่งผ่านเรื่องร้ายๆ ที่รัชกาลที่ 8 เสด็จสวรรคต และสถานการณ์การเมืองก็ยังไม่ค่อยเรียบร้อยนัก

การเสด็จเลียบพระนครในเวลานั้นยังไม่มี แต่ก็เห็นว่าเขาเทียบเรือพระที่นั่งสามลำไว้ที่ท่าราชวรดิศ ส่วนทางบกก็มีในภายหลังจากพระราชพิธีแล้วหลายเดือน ในหลวงแต่งพระองค์ตามโบราณราชประเพณี ประทับนั่งบนพระที่นั่งพุดตาน  มีพนักงานแบกยาตราขบวนจากวังหลวงเข้าถนนราชดำเนินกลาง ถึงอนุสาวรีย์เลี้ยวซ้ายไปสิ้นสุดที่วัดบวรนิเวศ เสด็จลงจากพระราชยานเข้าสู่พระอุโบสถ นมัสการพระพุทธชินสีห์ เสร็จแล้วก็เสด็จพระราชดำเนินกลับ

ความรู้สึกเวลานั้นคือสนุกเพราะไม่เคยเห็นมาก่อน

คุณยายบัวแก้ว วิมานศักดิ์ อายุ 99 ปี

พระราชาในดวงใจราษฎร์,พระราชพิธีบรมราชาภิเษก ๒๕๖๒,Rabbit Today

ยายเป็นคนลำปาง เกิด พ.ศ.2463 ปลายสมัยรัชกาลที่ 6 (เสด็จสวรรคตเมื่อปี พ.ศ.2468)

ช่วงที่รัชกาลที่ 8 เสด็จสวรรคต ก็รู้สึกสงสารท่านมากที่ต้องจากไป ยายจำได้ว่าสมัยนั้นบ้านเมืองต่างจังหวัดค่อนข้างเข้มงวด ขโมยขโจรเลยไม่ค่อยมี

ชีวิตยายเคยผ่านสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 มาด้วย ที่เสียใจมากๆ คือตอนระเบิดลงที่สถานีรถไฟลำปาง เสียงหวอดังเพราะมีเครื่องบินมาทิ้งระเบิด ตอนนั้นทุกคนวิ่งหนีกันชุลมุน แล้วรีบนอนราบลงกับพื้น แต่หลานยายเงยหน้าขึ้นมานิดหนึ่งเพราะกลัวเสื้อเปื้อน เลยโดนสะเก็ดระเบิดเสียชีวิต ช่วงสงครามโลกมีแต่ความกลัวและมีคนตายเยอะ 

พอถึงช่วงรัชกาลที่ 9 เสด็จขึ้นครองราชย์ ยายดีใจนะ ยายฟังข่าวจากวิทยุตลอด บ้านเมืองอยู่สุขสบาย ที่ประทับใจมากๆ คือตอนนั้นสามียายทำงานที่โรงงานน้ำตาล อ.เกาะคา จ.ลำปาง ซึ่งพระยาพหลพลฯ เขาก่อตั้งขึ้นเป็นโรงงานน้ำตาลแห่งแรกของประเทศไทย และจำได้ว่าเมื่อปี พ.ศ.2501 ในหลวงรัชกาลที่ 9 และพระราชินีเสด็จพระราชดำเนินมาทรงเยี่ยมราษฎรที่โรงงานน้ำตาล ยายไปรอรับเสด็จแต่หัววัน มีพลับพลาที่ประทับจัดไว้ให้พระองค์ท่านทั้งสองสวยงามมาก ตอนนั้นแดดร้อนมาก คนเบียดกันแน่นสนามโรงเรียน พอท่านเสด็จมาถึง ทุกคนก็โบกธงเล็กๆ ที่ถือในมือแล้วก็พูดว่า “ทรงพระเจริญๆ” ตอนนั้นในใจมีความสุขและหายเหนื่อยหายร้อน

พอมาถึงรัชกาลที่ 10 ยายดูโทรทัศน์แล้วเห็นว่าท่านโปรดให้อาสาสมัครมาช่วยลอกคลองที่กรุงเทพฯ ทำให้คลองสะอาด มีงานบุญท่านก็ทรงไปร่วมฟังพระสวด และในสมัยท่านมีงานแต่งชุดไทยด้วย (งานอุ่นไอรัก คลายความหนาว สายน้ำแห่งรัตนโกสินทร์) แต่เสียดายที่ยายไม่ได้ไปเพราะอยู่ไกล (ยิ้ม) 

ความผูกพันของสถาบันพระมหากษัตริย์กับวิถีชีวิตคนไทย ยังคงอยู่คู่บ้านเมืองเสมอมา และเป็นบทบันทึกทางประวัติศาสตร์ที่คนไทยแต่ละรุ่นและยุคสมัย ยังคงจดจารไว้ในหัวใจมิลืมเลือน