Crown-jewels-coronation-Rabbit-Today-banner

‘เครื่องเบญจราชกกุธภัณฑ์’ นับเป็นอีกหนึ่งสัญลักษณ์สำคัญในพระราชพิธีบรมราชาภิเษก เนื่องจากเป็นเครื่องใช้ประดับพระเกียรติยศและพระบารมีของพระมหากษัตริย์ โดยองค์พระมหากษัตริย์แห่งราชวงศ์จักรีจะทรงเครื่องเบญจราชกกุธภัณฑ์เพียงครั้งเดียวในวันพระราชพิธีบรมราชาภิเษกเท่านั้น เพื่อสื่อถึงการครองราชบังลังก์ตามโบราณราชประเพณี 

ข้อมูลจากราชบัณฑิตยสภาระบุว่า เครื่องเบญจราชกกุธภัณฑ์ได้รับอิทธิพลมาจากลัทธิพราหมณ์ ตามคติความเชื่อพระมหากษัตริย์คือสมมติเทพ ซึ่งประเพณีถวายเครื่องราชกกุธภัณฑ์ปรากฏในจารึกวัดศรีชุมตั้งแต่สมัยสุโขทัย โดยมีเนื้อหาระบุว่า เมื่อพ่อขุนผาเมืองทำพิธีอภิเษกพ่อขุนบางกลางหาวขึ้นเป็นกษัตริย์ปกครองเมืองสุโขทัยนั้น ได้มอบ ‘ขรรค์ชัยศรี’ ให้เพื่อใช้เป็นสิ่งประดับพระบารมีด้วย

พระมหาราชครูเป็นผู้ทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายเครื่องเบญจราชกกุธภัณฑ์แด่พระมหากษัตริย์ แต่เดิมประกอบด้วยของ 5 สิ่ง ได้แก่ พระมหาพิชัยมงกุฎ พระแสงขรรค์ชัยศรี ธารพระกร วาลวีชนี (พัดกับแส้) และฉลองพระบาทเชิงงอน กระทั่งสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 4) ทรงมีรับสั่งให้นำพระมหาเศวตฉัตรมาใช้ร่วมด้วย  

ปัจจุบันเครื่องเบญจราชกกุธภัณฑ์ เก็บรักษาไว้ ณ ท้องพระโรงของพระที่นั่งจักรพรรดิ์พิมาน ในพระบรมมหาราชวัง โดยในแต่ละปีจะมีการนำเครื่องเบญจราชกกุธภัณฑ์มาประกอบพิธีสมโภช 

พระมหาเศวตฉัตร

ถือเป็นพระเกียรติสูงสุดของพระมหากษัตริย์ มีขนาดใหญ่กว่าเครื่องเบญจราชกกุธภัณฑ์ชิ้นอื่นๆ มีลักษณะเป็นฉัตร 9 ชั้น หุ้มด้วยผ้าขาว มีระบาย 3 ชั้น เรียกอีกชื่อว่า ‘พระนพปฎลมหาเศวตฉัตร’ โดยหลังจากพระมหากษัตริย์ทรงรับน้ำอภิเษกแล้ว จะมีการนำพระมหาเศวตฉัตรขึ้นถวาย ณ พระที่นั่งอัฐทิศอุทุมพร 

พระมหาพิชัยมงกุฎ 

เครื่องเบญจราชกกุธภัณฑ์,พระราชพิธีบรมราชาภิเษก ๒๕๖๒,Rabbit Today

สร้างขึ้นในสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก (รัชกาลที่ 1) ทำด้วยทองคำจำหลักลงยาบริสุทธิ์ ยอดมงกุฎประดับเพชร 40 กะรัต ซึ่งรัชกาลที่ 4 โปรดเกล้าฯ ให้นำมาจากเมืองกัลกัตตา ประเทศอินเดีย เพื่อประดับบนยอดพระมหาพิชัยมงกุฎ เรียกว่า ‘พระมหาวิเชียรมณี’ นับเป็นเพชรที่ล้ำค่าที่สุดของแผ่นดิน รวมความสูงของพระมหาพิชัยมงกุฎ 66 เซ็นติเมตร หนัก 7,300 กรัม เปรียบพระมหาพิชัยมงกุฎเสมือนหน้าที่ของพระมหากษัตริย์ที่ต้องแบกรับความทุกข์ร้อนของไพร่ฟ้า ประชาชน

พระแสงขรรค์ชัยศรี 

เครื่องเบญจราชกกุธภัณฑ์,พระราชพิธีบรมราชาภิเษก ๒๕๖๒,Rabbit Today

เจ้าพระยาอภัยภูเบศร์ (แบน) เจ้าเมืองเสียมราฐเป็นผู้ทูลเกล้าฯ ถวายรัชกาลที่ 1 ด้ามและฝักหุ้มทองคำจำหลักประดับมณี ความยาวตลอดทั้งองค์ 101 เซนติเมตร หนัก 1,900 กรัม ถือเป็นพระแสงราชศัสตราประจำองค์พระมหากษัตริย์ เปรียบเสมือนพระสติปัญญาและพระอัจฉริยภาพในการปกครองบ้านเมือง

ธารพระกร

เครื่องเบญจราชกกุธภัณฑ์,พระราชพิธีบรมราชาภิเษก ๒๕๖๒,Rabbit Today

ทำด้วยไม้ชัยพฤกษ์หุ้มทองคำ หัวและส้นเป็นเหล็ก คร่ำลายทอง มีความหมายถึงการครองราชย์โดยธรรม ในสมัย รัชกาลที่ 4 ทรงมีรับสั่งให้สร้างธารพระกรขึ้นใหม่ ทำด้วยทองคำเช่นเดิม แต่ส่วนยอดทำเป็นรูปเทวดาเรียกว่า ‘ธารพระกรเทวรูป’ ต่อมาในสมัยสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 6) ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้นำธารพระกรชัยพฤกษ์แบบเดิมกลับมาใช้แทนธารพระกรเทวรูป

วาลวีชนี (พัดกับแส้)

เครื่องเบญจราชกกุธภัณฑ์,พระราชพิธีบรมราชาภิเษก ๒๕๖๒,Rabbit Today

วาลวีชนี มาจากคำภาษาบาลี แปลว่า ‘เครื่องโบก’ หรือพัด ทำด้วยใบตาลปิดทอง ด้ามและเครื่องหุ้มด้วยทองคำจำหลักลายลงยาราชาวดี ส่วนพระแส้ทำด้วยขนจามรี (ในสมัยรัชกาลที่ 4 ทรงเปลี่ยนจากขนจามรีเป็นขนช้างเผือก) ใช้คู่กับพัดวาลวีชนี หมายถึงพระราชกรณียกิจต่างๆ ของพระมหากษัตริย์ที่ทรงทำนุบำรุงสุข รวมทั้งปัดเป่าทุกข์ให้แก่ปวงประชา 

ฉลองพระบาทเชิงงอน

เครื่องเบญจราชกกุธภัณฑ์,พระราชพิธีบรมราชาภิเษก ๒๕๖๒,Rabbit Today

ทำด้วยทองคำจำหลักลายลงยาราชาวดี ประดับมณี น้ำหนักรวม 650 กรัม เปรียบเสมือนแผ่นดินอันเป็นที่รองรับเขาพระสุเมรุตามคติความเชื่อแบบพราหมณ์ ทั้งนี้ในทศรถชาดกมีเรื่องเล่าว่า พระพรต ซึ่งเป็นพระอนุชาของพระรามออกเดินทางตามหาพระรามในป่า เพื่อขอร้องให้กลับมาครองราชย์ แต่พระรามปฏิเสธ จึงพระราชทาน ‘ฉลองพระบาทเชิงงอน’ ให้เป็นสัญลักษณ์แทนพระองค์ 

แหล่งข้อมูล: ประมวลองค์ความรู้ พระราชพิธีบรมราชาภิเษก กระทรวงวัฒนธรรม จัดพิมพ์เนื่องในมหามงคลการพระราชพิธีบรมราชาภิเษก พุทธศักราช 2562, ข้อมูลจากเว็บไซต์ สำนักงานราชบัณฑิตยสภา www.royin.go.th