Five-Rivers-of-the-Buddhists-coronation-Rabbit-Today-banner

การเตรียมน้ำอภิเษกและน้ำสรงพระมุรธาภิเษก ต้องมีพิธีพลีกรรมตักน้ำจากแหล่งสำคัญๆ เพื่อนำมาเป็นน้ำสรงพระมุรธาภิเษก และเพื่อทำน้ำอภิเษกก่อนที่จะนำไปประกอบในพระราชพิธีบรมราชาภิเษก

ตามตำราโบราณของพราหมณ์ จะต้องเป็นน้ำจาก ‘ปัญจมหานที’ คือ แม่น้ำใหญ่ทั้ง 5 สายในชมพูทวีป หรือในประเทศอินเดีย ได้แก่

  1. แม่น้ำคงคา (ชื่อตามพระนามพระแม่คงคา พระชายาของพระศิวะในศาสนาฮินดู)
  2. แม่น้ำมหิ
  3. แม่น้ำยมุนา 
  4. แม่น้ำอจริวดี 
  5. แม่น้ำสรภู 

เบญจสุทธคงคา และปัญจมหานที,พระราชพิธีบรมราชาภิเษก ๒๕๖๒,Rabbit Today

ในศาสนาพราหมณ์-ฮินดู เชื่อว่าแม่น้ำทั้ง 5 สายนี้ ไหลมาจากเขาไกรลาส ซึ่งเป็นที่สถิตของพระอิศวรหรือพระศิวะ จึงถือว่าเป็นน้ำศักดิ์สิทธิ์และมีสิริมงคล นำมาใช้ในการพระราชพิธีต่างๆ เช่น น้ำสรงพระมุรธาภิเษก น้ำอภิเษก และน้ำพระพุทธมนต์

ในสมัยสุโขทัย-อยุธยา ไม่ปรากฏหลักฐานว่ามีการนำน้ำปัญจมหานทีมาใช้ในการพระราชพิธีบรมราชาภิเษก แต่ปรากฏหลักฐานว่า น้ำสรง พระมรุธาภิเษกในสมัยอยุธยาใช้น้ำจากสระเกษ สระแก้ว สระคงคา สระยมนา แขวงเมืองสุพรรณบุรี นอกจากนี้ในสมัยรัตนโกสินทร์ ในรัชกาลที่ 1-รัชกาลที่ 4 ยังใช้น้ำในแม่น้ำสำคัญของประเทศเพิ่มเติมอีก 5 สาย เรียกว่า ‘เบญจสุทธคงคา’ โดย ‘อนุโลมเสมือน’ ปัญจมหานทีในชมพูทวีป ตามโบราณราชประเพณีของไทย แม่น้ำ 5 สายดังกล่าวได้แก่ 

  1. แม่น้ำบางปะกง ตักน้ำที่บึงพระอาจารย์ แขวงเมืองนครนายก
  2. แม่น้ำป่าสัก ตักน้ำที่ตำบลท่าราบ แขวงเมืองสระบุรี
  3. แม่น้ำเจ้าพระยา ตักน้ำที่ตำบลบางแก้ว แขวงเมืองอ่างทอง
  4. แม่น้ำราชบุรี ตักน้ำที่ตำบลดาวดึงส์ แขวงเมืองสมุทรสงคราม
  5. แม่น้ำเพชรบุรี ตักน้ำที่ตำบลท่าไชย แขวงเมืองเพชรบุรี

เมื่อตักแล้วจะต้ังพิธีเสก ณ เจดียสถานสำคัญแห่งแขวงนั้นๆ แล้วจึงจัดส่งเข้ามาทาพิธีที่กรุงเทพมหานคร

เบญจสุทธคงคา และปัญจมหานที,พระราชพิธีบรมราชาภิเษก ๒๕๖๒,Rabbit Today

ในรัชกาลที่ 4 โปรดเกล้าฯ ให้นำพิธีทางพระพุทธศาสนามาเพิ่มเติมด้วย โดยให้พระสงฆ์ซึ่งเป็นพระครูพระปริตรไทย 4 รูป สวดทำน้ำพระพุทธมนต์ในพิธีสรงพระมุรธาภิเษก จึงมีน้ำพระพุทธมนต์เพิ่มขึ้นอีกอย่างหนึ่ง 

ต่อมาในพระราชพิธีบรมราชาภิเษกพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว น้ำสรงพระมุรธาภิเษกในการพระราชพิธีบรมราชาภิเษกครั้งแรก เมื่อ พ.ศ.2411 ได้ใช้น้ำเบญจสุทธคงคาและน้ำจากสระ 4 สระ แขวงเมืองสุพรรณบุรี เช่น เดียวกับรัชกาลก่อนๆ จนกระทั่ง พ.ศ.2415 ได้เสด็จพระราชดำเนินไปประเทศอินเดีย ทรงนำน้ำจากปัญจมหานทีตามตำราพราหมณ์กลับมาด้วย ดังนั้น น้ำสรงพระมรุธาภิเษกในการพระราชพิธีบรมราชาภิเษก ครั้งที่ 2 พ.ศ. 2416 จึงมีน้ำปัญจมหานที เจือลงในน้ำเบญจสุทธคงคา และน้ำจากสระ 4 สระ แขวงเมืองสุพรรณบุรีด้วย 

รัชสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ในการพระราชพิธีบรมราชาภิเษก เฉลิมพระราชมณเฑียร เมื่อ พ.ศ. 2453 ใช้น้ำเช่นเดียวกับครั้งสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ครั้งที่ 2 ครั้นทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตั้งการพระราชพิธีบรมราชาภิเษกสมโภช เมื่อ พ.ศ. 2454 โปรดให้พลีกรรมตักน้ำจากแม่น้ำและแหล่งน้ำต่างๆ ที่ถือว่าสำคัญและเป็นสิริมงคลมาตั้งพิธีเสกทำพระพุทธมนต์ ณ พระมหาเจดียสถาน ที่เป็นหลักของมหานครโบราณ 7 แห่ง และมณฑลต่างๆ 10 มณฑล

แหล่งข้อมูล: ประมวลองค์ความรู้ พระราชพิธีบรมราชาภิเษก กระทรวงวัฒนธรรม จัดพิมพ์เนื่องในมหามงคลการพระราชพิธีบรมราชาภิเษก พุทธศักราช 2562, พระราชพิธีบรมราชาภิเษก กระทรวงวัฒนธรรม จัดพิมพ์ พุทธศักราช 2560 พิมพ์ครั้งที่ 1