King-Rama-IV-VI-Contribution-coronation-Rabbit-Today-banner

ประเทศไทยมีความเป็นปึกแผ่น ยืนหยัด และเจริญรุ่งเรืองเป็นลำดับ ผ่านความยากลำบากนานาประการ จากทั้งภายในและภายนอกประเทศมาได้จนถึงทุกวันนี้ ก็ด้วยพระราชวิริยอุตสาหะ และพระปรีชาสามารถอันสูงส่ง ของพระมหากษัตริยาธิราชเจ้าแห่งพระบรมราชจักรีวงศ์ 

คุณูปการของบูรพมหากษัตริย์ไทย รัชกาลที่ 4-6 อันโดดเด่นในด้านการปกครอง เศรษฐกิจ สังคม ศิลปะ วรรณคดี การคมนาคม การสื่อสาร และพระพุทธศาสนาโดยสังเขปมีดังนี้  

รัชกาลที่ 4

หลังจากลัทธิจักรวรรดินิยมตะวันตกได้แพร่ขยายเข้ามาถึงประเทศไทยในสมัยรัชกาลที่ 3 เมื่อล่วงเข้าสู่รัชสมัยรัชกาลที่ 4 พระองค์จึงทรงเตรียมการป้องกันเพื่อไม่ให้เกิดความยุ่งยากขึ้น จนกระทั่งมีการลงนามในสนธิสัญญาเบาว์ริง ที่มีเซอร์ จอห์น เบาว์ริง อัครราชทูตที่ได้รับการแต่งตั้งโดยตรงจากสมเด็จพระนางเจ้าวิกตอเรียแห่งประเทศอังกฤษ เมื่อวันที่ 18 เม.ย. พ.ศ.2398 

ต่อมาไทยก็ได้ทำสนธิสัญญาแบบเดียวกันนี้กับอเมริกาและฝรั่งเศสเมื่อ พ.ศ.2398 เดนมาร์ก พ.ศ.2401 โปรตุเกส พ.ศ.2402 เนเธอร์แลนด์ พ.ศ.2403 และปรัสเซียในปี พ.ศ.2405 ผลดีนัยหนึ่งในการทำสนธิสัญญากับต่างชาตินั้น ก็เพื่อเป็นการถ่วงดุลอำนาจกันเอง ไม่ให้ชาติใดชาติหนึ่งมีอิทธิพลในไทย และได้รับการยอมรับจากสายตานานาประเทศ 

ผลจากการเซ็นสนธิสัญญาเบาว์ริงในสมัยรัชกาลที่ 4 ทำให้สยามประเทศไม่ต้องตกเป็นอาณานิคมของมหาอำนาจตะวันตก แต่ก็ทำให้สยามประเทศต้องเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของระเบียบโลกใหม่

รัชกาลที่ 5

ภายหลังจากการเซ็นสนธิสัญญาเบาว์ริงในสมัยรัชกาลที่ 4 นั้น ทำให้สยามประเทศก้าวเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของระบบทางการค้าและการเมืองโลก ซึ่งเป็นระบบสากล แต่การเปลี่ยนแปลงภายในสังคมยังไม่เกิดขึ้นในเชิงโครงสร้าง พระราชกรณียกิจสำคัญของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว คือการปฏิรูปประเทศให้ทันสมัยสู่มาตรฐานสากล ไม่ว่าจะเป็นการปฏิรูปการเมืองการปกครอง การจัดการด้านการศาล ด้านการคมนาคม และการสาธารณสุข เป็นต้น 

นอกจากพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ได้เสด็จประพาสยุโรป เพื่อทรงผูกมิตร ทรงศึกษานวัตกรรมใหม่ๆ และทรงทำให้นานาประเทศยอมรับฐานะไทยว่าเป็นประเทศเอกราช มีอำนาจอธิปไตย และมีสิทธิเท่าเทียมกับประเทศอื่นๆ ในสังคมนานาชาติแล้ว

พระองค์ยังโปรดการเสด็จประพาสต้น เพื่อให้ทราบความเป็นอยู่ที่แท้จริงของราษฎรในประเทศ ทั้งยังใส่พระทัยในความเป็นอยู่ของพสกนิกรในเรื่องต่างๆ มาโดยตลอดเช่นกัน ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณในการออกพระราชบัญญัติเลิกไพร่และทาส โดยเฉพาะอย่างยิ่ง พระราชบัญญัติทาส ร.ศ.124 (พ.ศ.2448) ที่ทำให้ ‘ทาส’ ได้ยกระดับเป็นผู้มีอิสรภาพในการดำเนินชีวิต กลายเป็น ‘ราษฎรสยาม’ ซึ่งแสดงถึงความมีอารยะเทียบเคียงได้กับชาติมหาอำนาจในเวทีสากล 

รัชกาลที่ 6

พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว เป็นพระมหากษัตริย์ไทยพระองค์แรก ที่ทรงได้รับการศึกษาโดยตรงจากประเทศอังกฤษ จึงทรงมีบทบาทสำคัญในการนำพาชาติไทยเข้าสู่สังคมวัฒนธรรมสากลมากขึ้น เช่น มีการใช้นามสกุล จัดตั้งกองลูกเสือ และทรงนำประเทศเข้าร่วมสงครามโลกครั้งที่ 1 ถือเป็นการตัดสินพระทัยที่สำคัญของการนำประเทศชาติก้าวสู่ความทัดเทียมกับประเทศตะวันตก

ในด้านการศึกษา พระองค์มีพระราชปรารภว่า การศึกษาของพลเมืองนั้นมีความสำคัญยิ่ง จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สร้างโรงเรียนแทนการสร้างวัดประจำรัชกาล คือสร้างโรงเรียนมหาดเล็กหลวง (โรงเรียนวชิราวุธวิทยาลัยในปัจจุบัน) ในปี พ.ศ.2453 และทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ขยายการศึกษาในโรงเรียนข้าราชการพลเรือนให้กว้างขวางยิ่งขึ้น และพระราชทานนามว่า จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในปี พ.ศ.2459 ถือเป็นมหาวิทยาลัยแห่งแรกของไทย

ด้านสุขภาพอนามัยของราษฎร พระองค์ก็มิทรงทอดทิ้ง ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สร้างโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ ด้วยเงินบริจาคของพระราชโอรสและพระราชธิดาในรัชกาลที่ 5 และเปิดให้บริการแก่ประชาชนเมื่อวันที่ 30 พ.ค. 2457 อีกทั้งทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ตั้งสถานเสาวภาขึ้น เมื่อวันที่ 7 ธ.ค. 2456 

แหล่งข้อมูล: ประวัติศาสตร์กรุงรัตนโกสินทร์ เล่ม 1 รัชกาลที่ 1-รัชกาลที่ 3 พ.ศ.2325-พ.ศ.2394, ประวัติศาสตร์กรุงรัตนโกสินทร์ เล่ม 2 รัชกาลที่ 4-พ.ศ.2475, ประวัติศาสตร์กรุงรัตนโกสินทร์ เล่ม 3 พ.ศ.2475-ปัจจุบัน โดยคณะกรรมการสมโภชกรุงรัตนโกสินทร์ 200 ปี, สมุดภาพเหตุการณ์สำคัญของกรุงรัตนโกสินทร์ จัดพิมพ์เป็นที่ระลึกเนื่องในโอกาสสมโภชกรุงรัตนโกสินทร์ 200 ปี พุทธศักราช 2525, เรื่องของชาติไทย ของพระยาอนุมานราชธน กรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรม พิมพ์เผยแพร่ในงานเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 78 พรรษา 12 สิงหาคม 2553, รายงานผลการวิจัยเรื่อง พระมหากษัตริย์กับการสื่อสารโทรคมนาคม ศาสตราจารย์กิตติคุณ ดร.ปิยนาถ บุนนาค และคณะ เมษายน 2553 

ที่ปรึกษา: ศ.ดร.สุเนตร ชุตินธรานนท์