พระราชพิธีบรมราชาภิเษก ๒๕๖๒

วัดประจำรัชกาลที่ 3: วัดราชโอรสาราม ราชวรวิหาร พระอารามหลวงชั้นเอก ชนิดราชวรวิหาร

Published 17 มี.ค. 2019

By Rabbit Today

Royal-Temples-3-coronation-Rabbit-Today-banner-1

วัดราชโอรสาราม เป็นพระอารามหลวงชั้นเอก ชนิดราชวรวิหาร และถือเป็นวัดประจำรัชกาลที่ 3 แห่งพระบรมราชจักรีวงศ์ เป็นวัดโบราณมีมาก่อนสร้างกรุงรัตนโกสินทร์ เดิมเรียกว่า ‘วัดจอมทอง’

เหตุการณ์ทางประวัติศาสตร์ที่สำคัญอันเกี่ยวข้องกับวัดแห่งนี้คือ เมื่อ พ.ศ.2363 หลังมีข่าวว่าพม่าตระเตรียมกำลังจะยกเข้ามาตีประเทศสยามนั้น พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย โปรดให้สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ กรมหมื่นเจษฎาบดินทร์ (พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 3) ทรงเป็นแม่ทัพคุมพลไปขัดตาทัพพม่าที่ด่านเจดีย์ 3 องค์ ซึ่งพระองค์ได้ประทับแรมและทำพิธีโขลนทวารที่วัดแห่งนี้ (คือพิธีกรรมที่เป็นสิริมงคล เพื่อการยกทัพออกจากเมืองไปทำศึกสงคราม ที่จะสร้างขวัญและกำลังใจในการรบเอาชนะข้าศึกศัตรู และเมื่อได้ชัยชนะกลับมาจะช่วยขจัดอุปัทวันตราย ขับเสนียดจัญไร วิญญาณข้าศึกไม่ให้ติดตามตัวทหาร เครื่องศัสตราวุธ และช้างม้าเข้ามาในเมือง และเพื่อเป็นสิริมงคลแก่ทหารที่กลับมา) ที่วัดแห่งนี้

อีกทั้งได้ทรงอธิษฐานให้ไปราชการทัพกลับมาโดยสวัสดิภาพ เมื่อเสด็จกลับมาจึงทรงปฏิสังขรณ์วัดจอมทองขึ้นถวายเป็นพระอารามหลวง และพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานนามว่า ‘วัดราชโอรส’ 

วัดประจำรัชกาลที่ 3: วัดราชโอรสาราม ราชวรวิหาร พระอารามหลวงชั้นเอก ชนิดราชวรวิหาร,พระราชพิธีบรมราชาภิเษก ๒๕๖๒,Rabbit Today

และเนื่องจากในรัชกาลของพระองค์ มีการติดต่อค้าขายกับประเทศจีนสม่ำเสมอ จึงโปรดศิลปะแบบจีนเป็นพิเศษ เมื่อครั้งสถาปนาวัดแห่งนี้ จึงโปรดให้นำศิลปกรรมแบบจีนมาผสมผสานกับศิลปกรรมแบบไทย อาทิ พระอุโบสถ มีหลังคาเป็นแบบจีนแต่มุงกระเบื้องสีแบบไทย ไม่มีช่อฟ้าใบระกา หน้าบันประดับกระเบื้องเคลือบสีต่างๆ สวยงาม ตามขอบหลังคาประดับกระเบื้องสี และถ้วยชามโดยรอบ เป็นต้น มีความประณีตงดงามยิ่ง จน จอห์น ครอเฟิด (John Crawford) ทูตอังกฤษที่เดินทางเข้ามาในสยามสมัยรัชกาลที่ 2 ยังเขียนชมเชยไว้ว่างดงามนัก  

วัดราชโอรสาราม มีพระพุทธอนันตคุณอดุลญาณบพิตร ประดิษฐานเป็นพระประธานในพระอุโบสถ เป็นพระพุทธรูปปางสมาธิ หน้าตักกว้างประมาณ 3.10 เมตร สูงประมาณ 4.50 เมตร มีความงดงามยิ่งกว่าพระพุทธรูปองค์ใดในสมัยเดียวกัน 

พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 โปรดให้อัญเชิญพระบรมราชสรีรางคารของพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว ประดิษฐานไว้ที่ฐานพระพุทธรูป พร้อมกับถวายพระปรมาภิไธยประจำรัชกาล และศิลาจารึกดวงพระชันษา

อีกทั้งพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ประดิษฐานนพปฎลมหาเศวตฉัตร หรือฉัตร 9 ชั้น เมื่อปี พ.ศ. 2504 

แหล่งข้อมูล: ประวัติศาสตร์กรุงรัตนโกสินทร์ รัชกาลที่ 1 - รัชกาลที่ 3 พ.ศ.2535 - พ.ศ.2394 เล่ม 1 คณะกรรมการจัดงานสมโภชนกรุงรัตนโกสินทร์ 200 ปี พุทธศักราช 2525 และสารานุกรมประวัติศาสตร์ไทย เล่ม 2 อักษร ข-จ ฉบับราชบัณฑิตยสถาน