แฟชั่นและความงาม

จะเลือกใช้เวชสำอางหรือเครื่องสำอางดี?

Published 26 ก.ค. 2018

By ธิดารัตน์ ลิขิตชีวัน

Cosmecuetical-FABS-Rabbit-Today-Banner

โอ้ยปวดหัวค่ะ..จะเลือกใช้เวชสำอางหรือเครื่องสำอางดี 

เจ้าแม่หอยมาประจำการ เรื่องสุขภาพผิวและความงาม บอกเลยไม่มีกั้ก เทหมดหน้าตัก ไม่หวงค่ะ! 

เป็นผู้หญิงแท้หรือไม่ แท้จริงนั้นช่างแสนลำบาก จะดูแลผิวให้เด้งดึ๋งดั๋งทั้งทีก็มีผลิตภัณฑ์มากมายหลากหลายในตลาดผุดขึ้นเป็นดอกเห็ด ทั้งของไทยของนอกจนเลือกใช้กันไม่ถูกเลยทีเดียว บ้างก็เรียก ‘เครื่องสำอาง’ บ้างก็เรียก ‘เวชสำอาง’ จนสาวๆ สับสนงงงวย ว่าทำไมเรียกไม่เหมือนกัน?!! จะเลือกใช้อย่างไรดี มีคนสอบถามเข้ามามากมายว่าเครื่องสำอางและเวชสำอางต่างกันอย่างไร

วันนี้เจ้าแม่หอยมีคำตอบมาให้ความกระจ่างกับสาวๆ ค่ะ

เวชสำอาง’ มาจากภาษาอังกฤษคำว่า Cosmecuetical ซึ่งเป็นการสมาสกันระหว่าง Cosmetic + Phamacuetical หรืออธิบายง่ายๆ คือ ผลิตภัณฑ์บำรุงผิว กึ่งๆ การรักษา แต่ไม่ใช่ยานั่นเองค่ะ

ส่วน ‘เครื่องสำอาง’ วันนี้เจ้าแม่หอยจะขอพูดถึงเฉพาะในส่วนของสกินแคร์ ซึ่งลักษณะทั่วไปหรือเนื้อสัมผัสอาจคล้ายคลึงกับเวชสำอางเวลาทา แต่ข้อแตกต่างมีดังนี้ค่ะ

1. ส่วนผสมที่ออกฤทธิ์

ใน ‘เครื่องสำอาง’ อาจมีส่วนผสมที่ออกฤทธิ์ เช่น ให้ความชุ่มชื้น ให้ความกระจ่างใส แต่อาจไม่มีผลวิจัย หรือผลรับรองทางวิทยาศาสตร์ทางการแพทย์ที่ถูกต้อง และการออกฤทธิ์กับผิวอาจไม่สมบูรณ์แบบหรือเห็นผลชัดเจน เพราะการตลาดของเครื่องสำอางจะแมสกว่าเวชสำอาง

ดังนั้น เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคส่วนมาก เครื่องสำอางจึงมีส่วนผสมพื้นฐาน มีลักษณะที่มีกลิ่นหอม ลื่นผิว แต่ผลลัพธ์อาจไม่ดีเท่าที่ควร

ส่วนใน ‘เวชสำอาง’ จะมีส่วนผสมที่ออกฤทธิ์ที่ต้องมีการทดสอบทางวิทยาศาสตร์ หรือทางการแพทย์ว่ามีความเข้มข้นของส่วนผสมที่มีระดับเพียงพอที่จะออกฤทธิ์กับผิวว่าเห็นผลจริง และเปลี่ยนแปลงโครงสร้างในชั้นผิวได้ แต่ไม่เท่ายา ดังนั้น เวชสำอางจึงมีความเข้มข้นของส่วนผสมที่ออกฤทธิ์มากกว่าเครื่องสำอาง และอาจผสมส่วนผสมที่ออกฤทธิ์หลายตัวเพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของผิวอย่างชัดเจน

2. ผลลัพธ์ที่ได้

  ‘เครื่องสำอาง’ ทั่วไปหากเลือกใช้ที่มี อย. ถูกต้อง นั้นค่อนข้างปลอดภัยกับสภาพผิว ยกเว้นสาวๆ อาจแพ้สารบางตัว เช่น แอลกอฮอล์ น้ำหอม และอื่นๆ ก็อาจเกิดการระคายเคืองได้ เครื่องสำอางไม่มีส่วนผสมที่สามารถเปลี่ยนแปลงโครงสร้างของผิว และไม่สามารถผ่านผิวหนังกำพร้าซึมเข้าสู่ผิวหนังชั้นแท้ได้ จึงไม่สามารถเปลี่ยนแปลงผิวอย่างชัดเจน และต่อเนื่อง ทำให้เห็นผลแค่ชั่วคราว เช่น หากเป็นมอยเจอร์ไรเซอร์ ก็สามารถให้ความชุ่มชื้นแค่ผิวหนังชั้นนอก ไม่สามารถซึมสู่ผิวชั้นในได้ และหากหยุดใช้ ผิวก็กลับมาย่ำแย่อีกเหมือนเดิม

ต่างจาก ‘เวชสำอาง’ ที่มีส่วนผสมในการออกฤทธิ์เข้มข้น และยังสามารถผ่านเข้าสู่ผิวหนังชั้นแท้ สามารถเปลี่ยนแปลงโครงสร้างของผิวได้ จึงทำให้เห็นผลลัพธ์ไว อย่างชัดเจน และได้ผลระยะยาว ตามประเภทส่วนผสมที่ให้ออกฤทธิ์ เช่น สิวลดลง ผิวชุ่มชื่นไม่แห้งกร้าน  ริ้วรอยลดลง หน้ากระจ่างใส และฝ้ากระจางลง เป็นต้น

3. ราคา

เนื่องจากเครื่องสำอางไม่มีส่วนผสมในการออกฤทธิ์ที่เข้มข้น และส่วนผสมส่วนใหญ่เป็นส่วนผสมพื้นฐาน จึงมีราคาถูกกว่าและหาซื้อง่ายกว่าเวชสำอาง ซึ่งจะมีราคาสูงกว่า แต่หากถามถึงความคุ้มค่าของราคา เนื่องจากผลลัพธ์ที่ได้จากเวชสำอางนั้นเห็นผลชัดเจน และระยะยาวต่างจากเครื่องสำอางมากอยู่นะคะลูกสาว

หากเปรียบเทียบก็เหมือนทานผลไม้ 2 ชนิดที่มีวิตามิน C ดีกับผิวเหมือนกัน แต่ผลไม้อีกชนิดมีวิตามิน C มาก และให้ผลดีกับผิวมากกว่านั่นเอง และเวชสำอางส่วนใหญ่ผ่านการทดสอบทางการแพทย์จึงมักจะปลอดภัยและก่อเกิดการแพ้หรือการระคายเคืองน้อยกว่าเครื่องสำอาง

สาวๆ อาจเกิดคำถามว่า ถ้าอย่างนั้นควรเลือกใช้เวชสำอางใช่หรือไม่ คำตอบคือ หากไม่มีปัญหาในเรื่องของราคาให้ระคายกระเป๋าสตางค์...คำตอบก็น่าจะ ‘ใช่’ และด้วยเหตุนี้ ในปัจจุบันจึงมีหลายเครื่องสำอางในท้องตลาด พยายามเคลมว่าเป็นเวชสำอาง ในการขายสินค้า

ดังนั้น หากจะเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ใด ควรศึกษาผลิตภัณฑ์นั้นๆ ให้ดีก่อนใช้ และสิ่งสำคัญคือสาวๆ ต้องเลือกให้เหมาะกับสภาพผิวค่ะ เพราะทั้งเวชสำอางและเครื่องสำอาง หากเลือกใช้ไม่เหมาะกับสภาพผิว ก็อาจทำให้เกิดการระคายเคือง และเกิดปัญหาผิวได้นะจ๊ะ



Advertising