แฟชั่นและความงาม

ผลประกอบการล่าสุดของเจ้าแห่งสินค้าลักซูรี่ ที่ทำให้เกิดแรงกระเพื่อมต่อธุรกิจแฟชั่น

Published 20 ก.พ. 2019

By WATTAKUL N.

LVMH-fabs-Rabbit-Today-banner

เพราะงานสร้างสรรค์สำหรับ ‘โลกพาณิชยศิลป์’ ซึ่งมีเรื่องแฟชั่นเป็นหนึ่งในนั้น คือการสร้างผลงานออกมาเพื่อวัตถุประสงค์ในด้านธุรกิจ 

กำไรจากการประกอบการเปรียบดั่งฟันเฟืองชิ้นสำคัญที่จะทำให้แบรนด์แฟชั่นอยู่รอดปลอดภัยและก้าวเดินต่อไปข้างหน้าได้อย่างมั่นคง ดังนั้น ในแต่ละปีจะมีการฟาดฟันเพื่อแย่งชิงส่วนแบ่งทางการตลาดให้ได้มากที่สุด สงครามธุรกิจแฟชั่นใน พ.ศ.นี้ จึงยิ่งดุเดือดกว่าเดิม

เมื่อปลายเดือนมกราคมที่ผ่านมา LVMH บริษัทยักษ์ใหญ่ผู้นำในธุรกิจสินค้าหรูหรา เจ้าของแบรนด์แฟชั่น นาฬิกา และแชมเปญชื่อดังอย่าง Louis Vuitton, Christian Dior, Givenchy, Celine, Loewe, Fendi, Tag Heuer ได้ออกมาประกาศผลประกอบการประจำปี 2018 พร้อมกับตัวเลขที่คงทำให้ Bernard Arnault นายใหญ่แห่ง LVMH ผู้ครองตำแหน่งคนรวยเป็นอันดับ 4 ของโลกได้ยิ้มแฉ่ง

ผลประกอบการล่าสุดของเจ้าแห่งสินค้าลักซูรี่ ที่ทำให้เกิดแรงกระเพื่อมต่อธุรกิจแฟชั่น,แฟชั่นและความงาม,Rabbit Today

Bernard Arnault ผู้เป็น CEO ของ LVMH

นั่นเพราะปีที่ผ่านมา LVMH ทำรายได้สูงถึง $53.4 Billion USD หรือตีเป็นเงินไทยคือล้านล้านบาท! ซึ่งรายได้เหล่านี้คิดเป็นผลกำไรที่สูงขึ้น 18% เลยทีเดียว โดย 2 แบรนด์ชั้นนำที่สามารถทำกำไรให้กับบริษัทจนเป็นที่น่าพอใจ คงต้องยกให้แก่ Louis Vuitton และ Christian Dior ที่ผมได้นำเสนอไปก่อนหน้านี้แล้วว่าทั้ง 2 แบรนด์ดังถือเป็นเพชรยอดมงกุฎของ LVMH โดยได้ครีเอทีฟไดเร็กเตอร์คนใหม่มาคุมบังเหียนในส่วนสินค้าสำหรับคุณสุภาพบุรุษ ส่งผลให้กลุ่มสินค้าประเภทแฟชั่นและเครื่องหนังซึ่งถือเป็นหัวใจหลักของบริษัทมีกำไรสูงขึ้นถึง 15% 

สิ่งที่น่าสนใจนอกจากกำไรจากผลประกอบการอันน่าทึ่งแล้ว บริษัทยังออกมาประกาศอีกว่า จะมีการปรับโฉมอีกหนึ่งแบรนด์ดังในครอบครองอย่าง Marc Jacobs หลังจากที่ยกเครื่องแบรนด์ขวัญใจสาวๆ อย่าง Celine ไปก่อนหน้า ซึ่งเราคงต้องยอมรับว่าหลังจากดีไซเนอร์ผู้ก่อตั้ง คุณมาร์ค จาคอบส์ ประกาศยุติหน้าที่ครีเอทีฟไดเร็กเตอร์ของแบรนด์ดัง Louis Vuitton ไปเมื่อเกือบ 6 ปีที่ผ่านมา 

ผลประกอบการล่าสุดของเจ้าแห่งสินค้าลักซูรี่ ที่ทำให้เกิดแรงกระเพื่อมต่อธุรกิจแฟชั่น,แฟชั่นและความงาม,Rabbit Today

แบรนด์ภายใต้การครอบครองของ LVMH

แม้มีเวลาโฟกัสผลงานสำหรับแบรนด์ตัวเองจนคอลเล็กชั่นเสื้อผ้าออกมาน่าสนใจ แต่กระแสความนิยมในแบรนด์ Marc Jacobs ก็ลดน้อยลงไป ส่งผลให้มีการปิดไลน์สนุกๆ Marc by Marc Jacobs ในที่สุด 

ดังนั้น เราต้องมาคอยจับตาดูว่าการรีแบรนด์ครั้งใหญ่คราวนี้จะออกมาในทิศทางใด และที่สำคัญคือจะสร้างกำไรให้ LVMH จนเป็นที่น่าพอใจเช่นในอดีตที่ผ่านมาหรือไม่

ผลประกอบการล่าสุดของเจ้าแห่งสินค้าลักซูรี่ ที่ทำให้เกิดแรงกระเพื่อมต่อธุรกิจแฟชั่น,แฟชั่นและความงาม,Rabbit Today

แต่เหนืออื่นใดนั้นคือ การออกมาประกาศตัวเลขผลประกอบการอันน่าประทับใจเช่นนี้ ย่อมส่งผลโดยตรงต่อบริษัทคู่แข่งรายสำคัญอย่าง Kering เจ้าของแบรนด์ดังที่ร้อนแรงที่สุดในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา อย่าง Gucci, Balenciaga, Saint Laurent, Alexander McQueen  ซึ่งผมเชื่อว่าในช่วงเวลาสำคัญที่โลกกำลังจะก้าวข้ามทศวรรษเก่าสู่ทศวรรษใหม่เช่นนี้ บริษัท Kering คงเตรียมแผนรับมือเอาไว้แล้วเช่นกัน 

เพราะธุรกิจแฟชั่นมีขึ้นมีลงสลับกันไป โดยเฉพาะในยุคที่โลกมีโซเชียลมีเดียสำหรับแชร์เรื่องราวข่าวสารได้อย่างรวดเร็ว แต่ละแบรนด์มีสื่อในมือตนทั้ง Facebook, Instagram และ Twitter การแข่งกันโน้มน้าวใจให้ผู้บริโภคหันมาอุดหนุนสินค้าตนจึงทำได้ง่ายกว่าศตวรรษที่ผ่านมา 

ลูกค้าที่เคยหลงรักแบรนด์ใดแบรนด์หนึ่งอาจเปลี่ยนได้กะทันหันเมื่อพบกับแบรนด์แฟชั่นใหม่ๆ ที่โดนใจ ซึ่งนั่นยิ่งทำให้สงครามแฟชั่นจะทวีความรุนแรงมากยิ่งขึ้นอย่างแน่นอน


AUTHOR :

WATTAKUL N.
WATTAKUL N.
โด่งดังสุดขีดจากงานเขียนคาวๆ เอ๊ย! จากความหลงใหลในเรื่องราวของโลกแฟชั่นตั้งแต่วัยเยาว์ นำมาซึ่งการก่อตั้งบล็อก opoloppoppy.blogspot.com บล็อกแฟชั่นที่นำไปสู่การท่องโลกกว้างเพื่อนำเสนอ เรื่องราวข่าวสารแวดวงแฟชั่นจากทั่วทุกมุมโลกให้คุณผู้อ่านได้อัพเดตก่อนใคร

Advertising