ท่องเที่ยว

ปักหมุดจุดเช็คอิน ฟินไปกับ 5 พิกัดล่าทะเลหมอก

Published 24 ต.ค. 2019

By ธีรภัทร์ เตชะเอื้อย

ฟินไปกับ 5 พิกัดล่าทะเลหมอก

ทุกครั้งที่ฤดูกาลผันเปลี่ยนย่างเข้าสู่หน้าหนาว หลายคนคงมีอารมณ์เปลี่ยวเดียวดาย เพราะคิดถึงแต่ (ภู) ‘เขา’ คล้ายเป็นธรรมเนียมที่ปฏิบัติสืบต่อมาอย่างไม่มีเหตุผล นี่จึงเป็นจุดเริ่มต้นฤดูกาลท่องเที่ยวของใครหลายคนเช่นกัน ก็ใช่น่ะสิ! หน้าหนาวเนี่ยช่างเหมาะเจาะที่สุดสำหรับขึ้นเขาสัมผัสลมหนาว ชมทะเลหมอก และสูดอากาศบริสุทธิ์ให้เต็มกะบังลมไปเลย

เอ…แล้วถ้าอยากขึ้นเขา ลงเนิน เดินภูไปสัมผัสลมหนาวท้าทะเลหมอกแบบแนบแน่น ใกล้ชิดติดหมอก ควรจะไปที่ไหนดีเนี่ย แนะนำหน่อยสิแกรร… ได้เล๊ยย! งั้นจงตั้งใจฟังดีๆ ละ ต่อจากนี้ไปคือจุดเช็คอินปักหมุดหยุดคิดถึง ‘เขา’ เพื่อเอาทะเลหมอกมาสู่อ้อมกอด เก็บไว้ให้ชื่นใจก่อนจะหมดลมหนาว

ดอยเสมอดาว จ.น่าน

ดอยเสมอดาว จ.น่าน

ถ้าจะขึ้นเขาไปเอาลมหนาวอย่างเดียวคงจะธรรมดาไปหน่อย ใช่มะ! งั้นต้องที่นี่เลย ‘ดอยเสมอดาว’ ที่เดียวจบ ครบ คุ้ม! แบบว่า 3 อิน 1 อะไรประมาณนั้น เพราะนอกจากจะได้สัมผัสกับอากาศที่หนาวจับใจแล้ว ยังได้ใกล้ชิดกับทะเลหมอกในยามเช้าแบบ VIP ฝุดๆ เท่านั้นยังไม่พอ เมื่อธรรมชาติปรับเข้าสู่โหมดกลางคืน ท้องฟ้าจะกลายเป็นทะเลดาวฉายแสงเป็นประกายไกลสุดลูกหูลูกตาราวกับว่าสามารถ ‘หยิบดาวมาให้เธอ’ อย่างไงอย่างนั้น

ดอยเสมอดาวตั้งอยู่ในอุทยานแห่งชาติศรีน่าน อ.นาน้อย จ.น่าน มีความสูงเหนือระดับน้ำทะเล 888 เมตร นักท่องเที่ยวสามารถพักค้างแรมได้โดยนำเต็นท์ไปกางด้วยตัวเอง หรือติดต่อเช่าเต็นท์กับทางอุทยานฯ ได้เลย ใครใคร่นอนตรงไหนก็เลือกได้ตามสบาย (ต้องอยู่ในขอบเขตที่เจ้าหน้าที่กำหนดนะจ๊ะ) การเดินทางขึ้นไปบนอุทยานฯ ก็สะดวกสบาย เพราะสามารถนำรถขึ้นไปได้เลย ไม่จำเป็นต้องเดินให้เมื่อยแข้งนะแกรร ดีไปอีกก…

ภูชมลาว จ.เลย

ภูชมลาว จ.เลย

ภูชมลาวเป็นอีกหนึ่งสถานที่ที่เหมาะสำหรับนักล่าทะเลหมอก เพราะฉายาของที่นี่คือ ‘ทะเลหมอกสองแผ่นดิน’ ฟากหนึ่งมองเห็น เมืองแก่นท้าว แขวงไชยบุรี สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ส่วนอีกฟากหนึ่งมองเห็น บ้านนากระเซ็ง พระธาตุสัจจะ อ.ท่าลี่ ฝั่งไทยนั่นเอง เมื่อทะเลหมอกค่อยๆ จางหายไป พื้นที่สองแผ่นดินที่กล่าวมาจะค่อยๆ ปรากฏให้เห็นภูมิประเทศที่สวยงามเหมาะเป็นที่จดจำว่าครั้งหนึ่งได้เดินทางมายืน

‘ภูชมลาว’ หรือที่ชาวบ้านเรียกว่า ‘ภูฮวก’ ตั้งอยู่ในเขตบ้านนากระเซง ต.อาฮี อ.ท่าลี่ จ.เลย มีความสูงเหนือระดับน้ำทะเล 440 เมตร ไฮไลท์ของที่นี่คือความหนาแน่นของทะเลหมอกนวนผ่องที่มองได้ไกลสุดลูกกะตา และอีกสิ่งหนึ่งที่พลาดไม่ได้ คือต้องกินอาหารพื้นบ้านที่ชาวบ้านในละแวกนั้นนำขึ้นมาขาย ประกอบไปด้วย ข้าวจี่ร้อนๆ หอมมัน ของปิ้งย่าง ฯลฯ กินไปชมทะเลหมอกไปฟินนน ควันออกปากเลยทีเดียว (ร้อนไง ลืมเป่า!!)

ภูชี้ฟ้า จ.เชียงราย

ภูชี้ฟ้า จ.เชียงราย

‘ภูชี้ฟ้า’ ชื่อนี้ถ้าไม่พูดถึงถือว่าโคตะระพลาดเอามากๆ สำหรับพิกัดตามล่าทะเลหมอก ภูชี้ฟ้าอยู่ในเขตของ อ.เทิง จ.เชียงราย จังหวัดที่อยู่เหนือสุดของประเทศไทย และไม่ว่าฤดูกาลใดจังหวัดนี้ก็ยังคงเป็นจุดหมายปลายทางของนักท่องเที่ยวอยู่เสมอ ภูชี้ฟ้ามีความสูงเหนือระดับน้ำทะเลกว่า 1,200 เมตร ถูกจัดตั้งให้เป็นวนอุทยานโดยกรมป่าไม้

ความวิจิตรงดงามของที่นี่ถูกยกให้เป็นหนึ่งในจุดชมทะเลหมอกไปพร้อมๆ กับชมพระอาทิตย์ขึ้นในยามเช้าที่ค่อยๆ ดันตัวโผล่ผ่านทะเลหมอกที่ปกคลุมหุบเขาน้อยใหญ่ไกลไปถึงดินแดนเขตลาว และเมื่อไหร่ที่ทะเลหมอกคล้อยจางหายไป วิวทิวทัศน์ด้านล่างจะค่อยๆ ปรากฏให้เห็นสายน้ำโขงที่เคี้ยวคดพาดตัวยาวตามภูมิประเทศไทย-ลาว บอกได้เลยว่าอลังการงานสร้างสวยสดงดงามไม่แพ้พระเอกอย่างทะเลหมอกเลยทีเดียว

เนินช้างศึก จ.กาญจนบุรี

เนินช้างศึก จ.กาญจนบุรี

จังหวัดกาญจนบุรีดินแดนที่มีตำนานด้านยุทธศาสตร์ทางการศึกบันทึกไว้ให้ศึกษามากมาย อีกทั้งยังเป็นแหล่งชุมนุมของภูเขาน้อยใหญ่นับไม่ถ้วนกระจุกตัวทำหน้าที่หล่อเลี้ยงให้ธรรมชาติอุดมสมบูรณ์อยู่ตลอดเวลา และถ้ามาเยือนเมืองกาญฯ ทั้งที มีหรือจะพลาดจุดยุทธศาสตร์ตามล่าทะเลหมอกอย่าง ‘เนินช้างศึก’

เนินช้างศึกตั้งอยู่ใน ต.ปิล็อก อ.ทองผาภูมิ จ.กาญจนบุรี มีความสูงเหนือระดับน้ำทะเล 1,053 เมตร จุดชมวิวสามารถชมทะเลหมอกได้กว้างไกล 360 องศา เนินช้างศึกตั้งอยู่ก่อนถึงหมู่บ้านปิล็อก 900 เมตร ดั้งนั้นเมื่อไหร่ที่ทะเลหมอกจางหายจะสามารถมองเห็นหมู่บ้านปิล็อกได้ทั่วทั้งพื้นที่ หากเต็มอิ่มกับธรรมชาติและทะเลหมอกบนเนินช้างศึกเป็นที่เรียบร้อยแล้ว อย่าพลาดที่จะแวะไปเดินเล่นชิลล์ๆ ที่หมู่บ้านปิล็อกละ รับรองว่าจะได้เต็มอิ่มกับอาหารการกินพื้นถิ่นและอารยธรรมของคนในหมู่บ้านแน่นอน

วัดถ้ำเสือ จ.กระบี่

วัดถ้ำเสือ จ.กระบี่

ทะเลหมอกในประเทศไทยไม่ได้มีให้เห็นแค่ทางตอนบนของประเทศเท่านั้น เพราะภาคใต้ที่อุดมสมบูรณ์ไปด้วยอากาศชื้นเย็นตลอดปีก็ยังมีแหล่งซุกตัวของทะเลหมอกอยู่เพียบ เช่นเดียวกันกับ ‘วัดถ้ำเสือ’ ที่มีจุดชมวิวตั้งอยู่บนยอดเขาแก้ว มีความสูงเหนือระดับน้ำทะเล 600 เมตร ซึ้งต้องบอกว่าทางเดินขึ้นนั้นสะดวกสบายสุดซู๊ดด (หรอ!) เพียงแค่ต้องพึ่งขา 2 ข้างในการไต่บันไดกว่า 1,237 ขั้นเท่านั้นเองงง เดินนับก้าวไปเพลินๆ ขายังไม่ทันเป็นตะคริวก็ถึงแล้วละ

ต้องบอกว่าวิวข้างบนนั้นสวยงามแต้ๆ ไม่แพ้ภาคเหนือเลยเชียว ทิวทัศน์ของเมืองกระบี่จะสามารถมองเห็นได้ 360 องศา เอาเป็นว่าขึ้นมาเห็นวิวแล้วหายเหนือเป็นปลิดทิ้งเลยละ จุดชมวิวข้างบนยังเป็นที่ประดิษฐานของรอยพระพุทธบาทจำลอง พระธาตุเจดีย์ และพระพุทธรูปองค์ใหญ่ นอกจากจะได้อิ่มใจกับวิวทะเลหมอกที่สัมผัสได้ด้วยตาแล้วยังได้อิ่มบุญกับการสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์อีกด้วย วัดถ้ำเสือตั้งอยู่ใน ต.กระบี่น้อย อ.เมืองกระบี่ ห่างจากตัวเมืองกระบี่เพียง 9 กิโลเมตร

หากใครเป็นอีกคนหนึ่งที่ตกหลุมรักความงามของธรรมชาติ ทุ่งหญ้า ป่าเขาลำเนาไพร ช่วงเวลานาทีหนาวที่กำลังจะมาถึงนี้จะเป็นอีกหนึ่งฤดูกาลการท่องเที่ยวที่ควรค่ากับการออกไปพักผ่อนเติมพลังงานให้แก่ร่างกายเป็นที่สุด ใครถูกใจที่ไหนแล้วล่ะก็อย่าลืมวางแผนปักหมุดแล้วชวนครอบครัว คนรัก หรือเดอะแก๊งเพื่อนสนิทออกไปฟินกันให้สุดไปเลย



Advertising