ท่องเที่ยว

ท่องทะเลอ่าวไทยใกล้กรุง...ดูวาฬบรูด้าสมุทรสาคร

Published 17 ต.ค. 2019

By รุ่งโรจน์ จุกมงคล

ดูวาฬบรูด้าที่สมุทรสาคร

ต้องบอกก่อนเลย เอ่ยถึงดูวาฬ ยักษ์ใหญ่แห่งท้องทะเลแบบนี้ ไม่ได้ชวนเดินทางไปไกลถึงต่างประเทศ ในอ่าวไทยตอนในของเราก็มีวาฬให้ดูแล้ว แถมจุดลงเรือออกไปยังอยู่ใกล้ชายขอบปริมณฑล แค่จังหวัดสมุทรสาครนี่เอง เรื่องนี้เป็นความภาคภูมิใจประเทศไทยไม่เพียงมีวาฬอาศัยอยู่เท่านั้น แต่ยังสามารถพบได้ง่ายนอกชายฝั่งใกล้เมืองหลวงอีกด้วย 

ที่จริงการพบวาฬในเมืองไทยไม่ใช่เรื่องใหม่ เพียงแต่ยังไม่แพร่หลาย แล้วก็ตามมาด้วยกิจกรรมนั่งเรือดูวาฬ กิจกรรมท่องเที่ยวรูปแบบใหม่ที่เพิ่งเริ่มขึ้นไม่กี่ปีนี้เอง โดยนักท่องเที่ยวที่อยากเห็นวาฬต้องเดินทางไปลงเรือที่อำเภอบ้านแหลม จังหวัดเพชรบุรีเท่านั้น

ดูวาฬบรูด้าที่สมุทรสาคร

ตอนนี้มีข่าวดีสำหรับทางเลือกใหม่ของนักท่องเที่ยวที่สามารถไปลงเรือดูวาฬกับ JK seaside Tour ได้สะดวกที่หมู่บ้านประมงพันท้ายนรสิงห์ อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรสาคร พื้นที่รอยต่อกับเขตบางขุนเทียน หรือทะเลกรุงเทพฯ แค่นี้เอง

ดูวาฬบรูด้าที่สมุทรสาคร

เดินทางไปทางถนนพระราม 2 แล้วแยกเข้าถนนเทียนทะเล จากนั้นไปต่อตามถนนบางขุนเทียน-มหาชัย พอเข้าเขตจังหวัดสมุทรสาครให้เลี้ยวข้ามคลองไปจนสุดทางที่หมู่บ้านประมงพันท้ายนรสิงห์ตรงปากคลองไหลออกสู่อ่าวไทยก็ถึงจุดลงเรือที่ร้านอาหารเจ๋ง ครัวชายทะเล มีเรือวารีประทานทรัพย์จอดรอเพื่อพานักท่องเที่ยวออกดูวาฬทุกวันหยุดสุดสัปดาห์

เรือวารีประทานทรัพย์เป็นเรือลำใหญ่สำหรับบริการนำดูวาฬโดยเฉพาะ บรรทุกผู้โดยสารได้มากกว่า 50 คน ตัวเรือแบ่งเป็นสองชั้น ชั้นล่างเป็นห้องแอร์สำหรับพักผ่อน ทำกิจกรรม ชั้นบนเปิดโล่งให้นั่งรับลมชมทิวทัศน์และดูวาฬ พื้นที่ด้านหน้าทำเป็นบันไดแบบอัฒจันทร์สำหรับนั่งดูวาฬได้อย่างชัดเจน บนเรือมีเสื้อชูชีพเตรียมไว้อย่างครบครัน

ดูวาฬบรูด้าที่สมุทรสาคร

แปดโมงเช้าได้เวลาออกเรือไปตามหาวาฬ วิทยากรประจำเรือเริ่มบรรยายให้ความรู้ในห้องแอร์ชั่นล่าง แนะนำให้ทุกคนรู้จักวาฬที่อยากเห็นเป็นการอุ่นเครื่องก่อนไปเจอตัวจริง รวมทั้งพฤติกรรมและวิธีดูวาฬที่ถูกต้อง

ดูวาฬบรูด้าที่สมุทรสาคร

วาฬที่เรากำลังออกไปดูคือวาฬบรูด้า (Bryde’s Whale) จัดอยู่ในกลุ่มวาฬบาลีน (Baleen Whale) หรือวาฬกรองกิน วาฬกลุ่มนี้มีซี่คล้ายหวีเป็นแผ่นกรองอยู่ในปากแทนฟัน สำหรับกรองปลาเล็กๆ จากน้ำทะเลกินเป็นอาหาร วาฬบรูด้านับว่าเป็นวาฬตัวใหญ่เป็นลำดับ 4 ของโลก จากขนาดมหึมายาว 10-15 เมตร หนักถึง 12-20 ตัน รูปร่างค่อนข้างเพรียว ลำตัวด้านบนสีเทาดำอมน้ำเงิน ผิวหนังเรียบ ส่วนหัวมีแนวสันนูน 3 สันเป็นจุดเด่น และมีรูหายใจ 2 ช่องลักษณะเดียวกับรูจมูกคน ดวงตาเล็กมากเมื่อเทียบกับลำตัว ส่วนด้านล่างของปากลงมาจนถึงท้องเป็นสีขาวอมชมพู 

ข้อมูลจากการสำรวจประชากรวาฬบรูด้าของกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งพบว่า มีวาฬบรูด้าอาศัยอยู่ในอ่าวไทยมากกว่า 60 ตัว วาฬเหล่านี้มีชื่อตั้งให้เสร็จสรรพ โดยดูจากลักษณะเด่นของแต่ละตัวที่ต่างกัน ทั้งรูปลักษณ์ ครีบหลัง รอยแผลและลายคราบบนลำตัว ฯลฯ

โลมาอิรวดี และโลมาหัวบาตรหลังเรียบ

เรือใช้เวลาพอสมควรเพื่อแล่นผ่านบริเวณแนวน้ำตื้นชายฝั่ง ออกไปสู่เขตน้ำลึก ระหว่างอยู่ในเขตชายฝั่ง เรามีโอกาสพบโลมาถึง 2 ชนิด คือ โลมาอิรวดี (Irrawaddy Dolphin) และโลมาหัวบาตรหลังเรียบ (Finless Porpoise) ว่ายน้ำหากินเป็นฝูงเล็กๆ บางครั้งก็กระโดดโต้คลื่นให้ดูอย่างสนุกสนาน ช่วยให้มองเห็นหัวกลมมนที่เป็นจุดเด่นของโลมา 2 ชนิดนี้ได้อย่างชัดเจน

พอแล่นออกไปถึงเขตน้ำลึก ลูกเรือ 2 คนก็ขึ้นไปยืนประจำตำแหน่งบนหลังคาชั้น 2 เพื่อมองหาวาฬ คอยสังเกตละอองน้ำที่ฟุ้งขึ้นมาในเวลาวาฬขึ้นมาหายใจ แล้วพ่นลมหายใจออกมากระทบผิวน้ำจะดันขึ้นเป็นละอองน้ำฟุ้งกระจาย หรืออาจเจอวาฬที่กำลังอ้าปากหากินอยู่พอดี

ดูวาฬบรูด้าที่สมุทรสาคร

แล้วเราก็ได้ยินลูกเรือบนหลังคาตะโกนเสียงดังบอก เจอวาฬอ้าปากอยู่ข้างหน้า ทุกคนรีบมองผ่านหัวเรือตรงออกไปในทะเล เห็นแท่งแหลมๆ สีดำโผล่ขึ้นมาจากผิวน้ำ สิ่งนั่นค่อยขยับหมุนตัว จนมองเห็นอีกด้านหนึ่งที่มีลักษณะโป่งออกมา คราวนี้สีชมพูโดดเด่นช่วยให้สังเกตเห็นพฤติกรรมอ้าปากกินอาหารของวาฬได้ชัดเจนแม้จากระยะไกล ก่อนที่มันจะม้วนตัวหายลงไปในน้ำ พร้อมกับเสียงไชโยและอาการดีใจของคนบนเรือเมื่อเห็นวาฬบรูด้าครั้งแรก

ดูวาฬบรูด้าที่สมุทรสาคร

จากนั้นผู้โดยสารทุกคนก็เข้าประจำที่นั่งบนอัฒจันทร์ด้านหน้า ขณะที่ไต้ก๋งหรือคนขับเรือรีบเบนหัวเรือพุ่งตรงไปยังบริเวณที่วาฬจมหายไป ก่อนจะไปจอดห่างตำแหน่งนั่นพอสมควร เพื่อรอให้วาฬโผล่ขึ้นมาอีกครั้ง เพียงไม่นานวาฬตัวเดิมก็โผล่ขึ้นมาอ้าปากไล่ต้อนปลาเพื่อกินเป็นอาหารอีกครั้ง มองเห็นปลาตัวเล็กๆ จำนวนมากทั้งที่อยู่ในปากและกระโดดหนีออกมา เป็นภาพแปลกตาเมื่อยักษ์ใหญ่อย่างวาฬกลับกินอาหารขนาดเล็กแบบนี้

คราวนี้เราสังเกตเห็นวาฬขนาดเล็กอีกตัวที่ว่ายอยู่ใกล้กัน แสดงว่าคู่นี้เป็นวาฬแม่ลูก และหลังจากวาฬตัวใหญ่โผล่ขึ้นมาหากินอีกครั้ง คนเรือก็สังเกตจุดเด่นจากลายดอกดวงบนตัวชัดเจนขึ้น จนสรุปบอกเราว่า นี่คือ แม่ข้าวเหนียวและลูกตัวใหม่

ดูวาฬบรูด้าที่สมุทรสาคร

วันนี้ท้องทะเลอุดมสมบูรณ์ไปด้วยฝูงปลาเล็กๆ ให้แม่ข้าวเหนียวพาลูกอ้าปากไล่ต้อนกินอย่างคึกคัก พลอยให้ผู้ชมเฝ้าดูเพลิดเพลินไปด้วย บางครั้งก็วางใจว่ายโฉบไปมาเข้ามาใกล้เรือ วาฬน้อยไร้ชื่อ ว่ายเข้ามาใกล้เรือบ่อยๆ จนแม่ต้องว่ายมาตามคล้ายจะปรามให้รู้จักระวังภัยบ้าง พลอยให้เรามีโอกาสเห็นขนาดมโหฬารของแม่วาฬบรูด้าอย่างใกล้ชิด

ดูวาฬบรูด้าที่สมุทรสาคร

ขณะวาฬอ้าปากกินอาหาร ยิ่งเป็นภาพตื่นตา เมื่อมีฝูงนกนางนวลแกลบคอยบินโฉบจับกินปลาที่กระโดดหนีออกมาจากปากกว้างใหญ่ แม้เมื่อวาฬจมอยู่ใต้น้ำ ฝูงนกยังบินวนเวียนเหนือวาฬที่พวกมันมองเห็นจากบนฟ้า พลอยช่วยให้เราทราบตำแหน่งของวาฬ และทันทีที่วาฬโผล่ขึ้นมาอ้าปากไล่กินปลาฝูงนกนางนวลแกลบรีบบินโฉบกรูลงไปขอปันปลาเป็นอาหารอีกครั้ง เป็นภาพความเกื้อกูลของสัตว์ในธรรมชาติที่เรามีโอกาสเห็นได้เฉพาะฤดูหนาว ในช่วงที่ฝูงนกนางนวลแกลบบินย้ายถิ่นเข้ามาในเมืองไทย

ดูวาฬบรูด้าที่สมุทรสาคร

ดูวาฬแม่ลูกหากินได้สักพักจนอิ่มใจ ไต้ก๋งก็แล่นถอยเรือออกมา เพื่อให้วาฬแม่ลูกใช้ชีวิตหากินกลางท้องทะเลต่อไป ส่วนผู้โดยสารก็ได้เวลาอาหารกลางวันบุฟเฟต์ซีฟู้ดบนเรือ ลอยลำกินอย่างอร่อยทั้งรสอาหารและบรรยากาศสุดพิเศษกลางทะเล ท่ามกลางรอยยิ้มและเสียงพูดคุยถึงความประทับใจต่อยักษ์ใหญ่แห่งอ่าวไทยตอนใน ก่อนจะเบนหัวเรือกลับถึงฝั่งเมื่อเข้าห้วงเวลาบ่ายคล้อย…

ดูวาฬบรูด้าที่สมุทรสาคร

การเตรียมตัวออกไปชมวาฬ

กิจกรรมนั่งเรือชมวาฬใช้เวลาเดินทางกลางทะเลนาน ควรต้องเตรียมตัวให้พร้อมสำหรับอยู่บนเรือหลายชั่วโมง (บนเรือมีห้องน้ำบริการ) 

  • เสื้อผ้า เสื้อคลุมแขนยาว กางเกงขายาว สำหรับกันแดด กันลม
  • หมวกกันแดด
  • แว่นตากันแดด
  • รองเท้า ที่พื้นไม่ลื่น  สวมกระชับ สะดวกตอนขึ้นลงหรือเดินไปมาบนเรือ
  • ครีมกันแดด
  • ยาแก้เมาเรือ ควรกินยาป้องกันไว้ก่อน เพราะถ้าเมาเรือคงดูวาฬไม่สนุกแน่
  • กล้องส่องทางไกล

ติดต่อสำรองที่นั่งเรือดูวาฬสมุทรสาคร

JK Seaside Tour

30/2 ม.8 หมู่บ้านประมงพันท้ายนรสิงห์ ตำบลพันท้ายนรสิงห์ อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรสาคร 74000

โทร 09-8795-4563

ภาพ : เรือวารีประทานทรัพย์



Advertising