ท่องเที่ยว

ความลับหลังเขา บนเกาะคอร์ฟู ที่กรีซ

Published 29 พ.ค. 2019

By กรกฎ พัลลภรักษา

ความลับหลังเขา บนเกาะคอร์ฟู ที่กรีซ

ปลายทางของเกาะคอร์ฟู นอกจากความพิเศษของเกาะที่มีกลิ่นอายแบบอิตาเลียนและเวนิสแล้ว ยังมีเสน่ห์จากคนธรรมดาๆ ที่ช่วยเติมพลังทำให้เกาะนี้เป็นเกาะสวรรค์ ความละเมียดละไมในศิลปะ ความมีดนตรีในใจ และความเอาใจใส่ในรายละเอียด คอร์ฟูจึงเป็นเกาะพิเศษในมิติที่จับต้องได้

ออกมาจากเมืองเก่าที่เป็นมรดกโลกของคอร์ฟู เราจะเจอทะเลและชีวิตนอกความโบราณ ชีวิตคนจริงๆ ที่มีทั้งนักท่องเที่ยวและคนบนเกาะ สตูดิโอเล็กๆ ที่ทำให้ฉันไม่ค่อยมั่นใจว่าเป็นบาร์หรือเป็นร้านเซรามิก สะดุดตามาก เพราะมีทั้งคนนักเล่นดนตรี และคนปั้นเซรามิก

ทะเลเกาะคอร์ฟู,Rabbit Today

คอสตาส เป็นศิลปินปั้นเซรามิกในสตูดิโอเล็กๆ ที่หันหน้าติดถนน มีฟ้าและน้ำทะเลอยู่ฝั่งตรงข้าม สตูดิโอไม่ได้มีความวิเศษด้วยการตกแต่งอะไรเลย เพราะไม่จำเป็น ด้วยมือของเขาและตัวเขาเองก็มีเอกลักษณ์พอแล้ว คอสตาสเป็นศิลปินปั้นถ้วยรางวัลจากในยุโรป ปั้นงานฮัมเพลงและมีงานเซรามิกของเพื่อนศิลปินคนอื่นมาตั้งเป็นส่วนหนึ่งของสตูดิโอ หน้าร้านของเขามีเด็กหนุ่มที่มาเรียนดนตรีจากมหาวิทยาลัยการดนตรีที่มีชื่อเสียงของเกาะนี้ มานั่งเล่น ซ้อม และคุยกันเหมือนกำลังจะเปิดคอนเสิร์ตเล็กๆ เวลาที่แต่ละคนว่าง พวกเขามักจะออกหาแรงบันดาลใจในการใช้ชีวิต และมีความสุขกับการใช้ชีวิต

เซรามิก เกาะคอร์ฟู,Rabbit Today

เซรามิก เกาะคอร์ฟู,Rabbit Today

ที่ร้านเซรามิกร้านนี้ เก้าอี้หน้าร้านไม่ค่อยว่าง เพราะไม่ว่าจะมีเพื่อนๆ มานั่ง หรือไม่ก็มีนักดนตรีมานั่งเล่นเพลง เรียกลูกค้าได้...ความจริงฉันว่า จะมีลูกค้าหรือไม่ ไม่ใช่สาระหลักของที่นี่ เพราะสาระคือความสุขในการมีชีวิต จนคนยุโรปชาติอื่นๆมักจะล้อว่า คนกรีกน่ะ วันๆ ไม่ได้ทำอะไร เอาแต่เล่นดนตรี ร้องเพลง ฉันว่าเขาอิจฉามากกว่า เพราะคนยุโรปชาติอื่นๆ ไม่สามารถปล่อยให้ตัวเองมีความสุขได้แบบนี้

ร้านเซรามิก เกาะคอร์ฟู,Rabbit Today

ลูกค้า นักดนตรีมานั่งเล่นดนตรีที่ร้านเซรามิก เกาะคอร์ฟู,Rabbit Today

เพราะธรรมชาติและความเป็นธรรมชาติของเกาะนั่นแหละ ที่ทำให้บรรยากาศของเกาะหอมหวนชวนให้มาเยือน คนยุโรปจำนวนมากมีจุดหมายปลายทางมาตากอากาศ หนีหนาว และอาบแดดที่เกาะคอร์ฟูจนเกือบมากกว่าคนคอร์ฟูเองเสียอีก! ความจริงอยากจะเจอคนคอร์ฟูและความเป็นคอร์ฟู ที่ไม่ใช่เพียงแค่ทะเลที่คิดจะจอดรถลงว่ายน้ำตรงไหนก็ได้เท่านั้น แต่เป็นคอร์ฟูที่มีความน่าสนใจของวัฒนธรรมการดื่ม การกิน ที่เป็นเอกลักษณ์ และมีหมู่บ้านที่ต้องซอกแซกเข้าไปทำความรู้จัก เราต้องใช้เวลาและไปช้าๆ พร้อมๆ กับพวกเขา

ทะเลเกาะคอร์ฟู,Rabbit Today

อย่างเช่นการสั่งเครื่องดื่มที่มีเฉพาะในเกาะเท่านั้น ที่ชื่อว่า ซีสซีบีร่า หรือ Ginger beer หรือเบียร์ขิง ตามศิลปินที่เล่นดนตรีอยู่ เรียกว่าเบียร์ก็จริง แต่เป็นเบียร์แค่ชื่อ เพราะแท้จริงคือโซดารสขิง ที่จิบแล้วต้องยิ้มขอบคุณในความชื่นใจ ดับความร้อนจากแดดได้สงบนัก บนเกาะนี้มีโรงงานทำซีสซีบีร่าแต่ไม่ได้ส่งไปให้คนดื่มที่เกาะไหน เพราะความซ่าของโซดาและความธรรมชาติของเขานั้น จะดีก็ต่อเมื่อดื่มสดๆ บนเกาะเท่านั้น

ซีสซีบีร่า หรือ Ginger beer หรือเบียร์ขิง เกาะคอร์ฟู,Rabbit Today

เรียกว่าเกาะ ก็คือแผ่นดินที่ล้อมด้วยทะเล แต่บนเกาะคอร์ฟูมีความเขียวกระจายไปทั่วไม่แพ้เขาและป่าที่ไหน หมู่บ้านเล็กๆ ของคอร์ฟูไม่ได้รับการค้นพบจากนักท่องเที่ยวเท่าไร สู้ทีมคนทำหนังและละครจากฝั่งอังกฤษไม่ได้ ไม่ว่าจะเป็นละครทางทีวี และหนังใหญ่อย่างเจมส์ บอนด์ ตอน For Your Eyes Only ที่ถ่ายทำบางตอนของหนังบนเกาะคอร์ฟู ภาพที่ทำให้ทั่วโลกได้เห็นและหลงใหลจากหนังสายลับ 007 คือป่ามะกอก

ต้นมะกอกบนเกาะคอร์ฟู,Rabbit Today

ต้นมะกอกของเกาะคอร์ฟูมีทรวดทรงเหมือนคนร่ายรำยกแขนกางสูงสยายผมไปบนฟ้า ต้นที่สูงที่สุดวัดได้ 25 เมตร ต้นมะกอกของเกาะคอร์ฟูเป็นพันธุ์ที่มีชื่อว่า Lianolia เป็นมะกอกป่าที่ขึ้นกระจายไปทั่วเกาะ คาดว่ามีจำนวนประมาณ 4 ล้านต้น และบางต้นก็มีอายุมากถึง 400 ปี และมีตัวเลขบอกว่าปริมาณของน้ำมันมะกอกจากเกาะคอร์ฟูคิดเป็นร้อยละ 3 ของน้ำมันมะกอกในโลก 

ต้นมะกอกบนเกาะคอร์ฟู,Rabbit Today

คุณภาพของน้ำมันมะกอกจากเกาะคอร์ฟูไม่ได้ดีที่สุดของประเทศกรีซ แต่สำหรับคนคอร์ฟู และสาวกน้ำมันมะกอกเมื่อได้ชิมแล้วจะรู้ว่าเป็นรสชาติพิเศษ...ความจริงต้นมะกอกบนเกาะนี้เพิ่งจะปลูกในสมัยมีผู้ปกครองเป็นชาวเวเนเชียน ที่ว่าจ้างให้คนพื้นเมืองบนเกาะทำสวนป่าปลูกต้นมะกอกแทนที่ต้นไม้ในป่าที่เคยมีอยู่แล้ว และมีเรื่องเล่าว่า ในเวลานั้นเกาะคอร์ฟูสามารถผลิตน้ำมันมะกอกได้มากถึงขนาดที่เอามาใช้เป็นน้ำมันในการจุดตะเกียงไฟทั่วทั้งป้อมปราการป้องกันอาณาจักรริมทะเลเลยทีเดียว 

ต้นมะกอกบนเกาะคอร์ฟู,Rabbit Today

ความท้าทายในการเก็บเกี่ยวมะกอกของคอร์ฟู อยู่ที่ความสูงของต้น ที่ไม่สามารถจะเขย่าหรือตีผลให้ตกลงมาได้ในตาข่ายที่จะขึงใต้กิ่งเพื่อดักลูกได้สะดวก การเก็บมะกอกของคอร์ฟูจึงต้องมีการวางตาข่ายไว้กับพื้นเพื่อจะรวบรวมผลมะกอกที่ร่วงลงมาจากที่สูงแทน ถ้าอยากจะเห็นการเก็บเกี่ยวลูกมะกอก ต้องไปในช่วงเดือนตุลาคมจนถึงพฤษภาคม หรือฤดูใบไม้ผลิ

หมู่บ้าน Kinopiastes เกาะคอร์ฟู,Rabbit Today

แต่ถ้าอยากเข้าใกล้ป่ามะกอกจะไปเมื่อไรก็ได้ ป่ามะกอกแห่งคอร์ฟูจะยืนร่ายรำเสมอ และในหมู่บ้านชื่อ Kinopiastes หมู่บ้านไม่เล็กไม่ใหญ่ ที่มีบ้านเก่าจากศตวรรษที่ 17 ผสมกับบ้านใหม่ที่สร้างกำลังดีกับเนื้อที่ที่มีอยู่ เป็นหมู่บ้านเก่าทาสีบ้านแบบอิตาลีเวนิสสวยๆ ในโทนสีพาสเทล เหลืองอ่อน เขียวอ่อน ชมพูอ่อน เรียงรายสองข้างทางถนนแคบ เช่นกันกับหมู่บ้านโบราณของกรีซ ที่ถ้าเราสังเกตให้ดีจะเห็นว่ามีโครงสร้างความคิดของพื้นที่สาธารณะทุกที่ หมู่บ้านนี้มีโบสถ์ มีร้านบุหรี่ ร้านกาแฟ และร้านอาหารรอบๆ จัตุรัส ทุกการเข้าถึงทุกหมู่บ้านเราจะเจอจัตุรัสลานสาธารณะทำหน้าที่เป็นสถานีข่าว ที่ถามทาง และที่ที่ชาวบ้านมักใช้ในการเตร็ดเตร่ยามเย็น นั่งจิบกาแฟยามเช้า หรือใช้เป็นที่นัดพบกัน

หมู่บ้าน Kinopiastes เกาะคอร์ฟู,Rabbit Today

หมู่บ้านเล็กๆ หลายแห่งดูผิวเผินแล้วไม่ต่างกันกับที่อื่นเลย เพียงแต่ที่หมู่บ้านนี้มีพิพิธภัณฑ์น้ำมันมะกอกที่ซ่อนตัวอยู่ริมขอบถนนของหมู่บ้านอย่างไม่กระโตกกระตากอวดเรื่อง โรงงานสกัดน้ำมันมะกอก Paipetis ในหมู่บ้าน Kinopiastes นี้ เพิ่งเปลี่ยนสถานภาพจากโรงสกัดผลิตน้ำมันมะกอกมาเป็นพิพิธภัณฑ์เมื่อไม่กี่สิบปีนี้เอง 

หมู่บ้าน Kinopiastes เกาะคอร์ฟู,Rabbit Today

ฉันไม่ได้กลิ่นน้ำมันมะกอกหลงเหลือจากโรงกลั่นเหมือนเดินเข้าไปในสตูดิโอสบู่น้ำมันมะกอก แต่นอกจากจะได้เห็นอุปกรณ์โบราณมากมายที่เกี่ยวข้องกับการผลิตน้ำมันมะกอก ตั้งแต่อุปกรณ์การเก็บเกี่ยวผลมะกอก ขวดเก็บน้ำมัน อุปกรณ์บดเม็ดมะกอก โม่น้ำมันแล้ว ยังได้เดินผ่านป่าของหมู่บ้าน ไปกอดต้นมะกอกโบราณที่ขึ้นในป่าธรรมชาติของหมู่บ้านด้วย ใครรักต้นไม้ ใครชอบกอดต้นไม้...แบบฉัน ความรู้สึกที่ได้ทาบมือไปบนลำต้นของผิวต้นไม้ตะปุ่มตะป่ำ ยืนแหงนคอมองกิ่งก้านใบและได้ความร่มเย็นแบบนี้ คือพลังที่เรียกว่ากำไรในชีวิตจริงๆ นะ 

ไม่รู้มาก่อนจริงๆ ว่า จะได้ข้ามเขาเข้าป่ามะกอกของเกาะคอร์ฟู ความลับที่ไม่ได้รับการสะกิดให้เล่าได้มากขนาดนี้



Advertising