ท่องเที่ยว

ความยั่งยืนที่ กิลิ ลังกันฟูชิ มัลดีฟส์

Published 5 พ.ย. 2019

By Rabbit Today

ความยั่งยืนที่ กิลิ ลังกันฟูชิ มัลดีฟส์

กิลิ ลังกันฟูชิ คือผู้บุกเบิกการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนในมัลดีฟส์ ซึ่งเป็นประเทศที่กำลังเผชิญกับปัญหาความเสื่อมโทรมของสภาพแวดล้อมและการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ ความยั่งยืนจึงถือเป็นหัวใจสำคัญของ กิลิ ลังกันฟูชิ โดยเน้นการอนุรักษ์สภาพแวดล้อมตามธรรมชาติ การปกป้องระบบนิเวศทางทะเลที่เปราะบาง เพื่อหลงเหลือไว้เพียงความประทับใจในธรรมชาติอันงดงาม รีสอร์ตพยายามลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมให้น้อยที่สุดผ่านการริเริ่มดำเนินโครงการเพื่อความยั่งยืนและดำเนินงานตามแผนการเชิงปฏิบัติ เพื่อลดการใช้พลังงานและทรัพยากรน้ำ รวมถึงบริหารจัดการขยะอย่างมีประสิทธิภาพ กิลิ ลังกันฟูชิ ยังทำงานอย่างใกล้ชิดกับ เอิร์ธเช็ค (EarthCheck) องค์กรระดับโลกด้านการรับรองมาตรฐานและให้คำปรึกษาเพื่อการเดินทางและการท่องเที่ยวที่ยั่งยืน จนผ่านการรับรองระดับ Silver Certificate ในปี ค.ศ. 2017

กิลิ ลังกันฟูชิ

ระบบนิเวศทางทะเลและการอนุรักษ์

กิลิ ลังกันฟูชิ ได้ว่าจ้างนักชีววิทยาทางทะเลผู้ทุ่มเท 2 ท่าน ซึ่งทำงานในศูนย์นิเวศทางทะเล (Marine Biology Shack) ของเกาะในชื่อ Gili Veshi โดย Gili Veshi ซึ่งมีความหมายในภาษาภาษามัลดีฟส์ว่า “สิ่งแวดล้อมของกิลิ” ถือเป็นศูนย์วิจัยทางทะเลระดับปฐมภูมิของเกาะและเป็นศูนย์รวมด้านความยั่งยืนและการอนุรักษ์ทั้งหมด

โครงการแนวปะการังใต้ทะเล (The Coral Lines Project)

โครงการแนวปะการังใต้ทะเล (The Coral Lines Project) ของ กิลิ ลังกันฟูชิ มีเป้าหมายในการปกป้องและเสริมสร้างความอุดมสมบูรณ์ของแนวปะการังใต้น้ำย่านที่พัก (House Reef) เพื่อรักษาความหลากหลายทางชีวภาพและบรรเทาปรากฏการณ์ปะการังฟอกขาว โครงการนี้ริเริ่มขึ้นในปี ค.ศ. 2014 โดยปัจจุบันสามารถเพาะเลี้ยงแนวปะการังได้แล้วกว่า 160 แนว โดยแนวปะการังแต่ละแนวประกอบด้วยกิ่งปะการัง 50 กิ่งซึ่งถูกตรึงไว้กับเชือกยาว 5 เมตรโดยแขวนไว้บนโครงลึก 5 เมตรใต้ผิวน้ำทะเล การเจริญเติบโตของปะการังแต่ละกิ่งได้ถูกตรวจตราอย่างใกล้ชิดมาตลอดระยะเวลา 3 ปี ก่อนที่จะถูกนำไปปลูกยังแนวปะการังใต้น้ำย่านที่พัก ข้อมูลการเจริญเติบโตของปะการังทั้งหมดได้ถูกบันทึกไว้ในฐานข้อมูลหลักและเผยแพร่บนสื่อออนไลน์ผ่านทาง line.lankanfushi.com ซึ่งศูนย์เพาะเลี้ยงปะการังของ กิลิ ลังกันฟูชิ ได้ประสบความสำเร็จอย่างสูงจวบจนปัจจุบัน ทีมงานของ Gili Veshi ยังทำงานอย่างใกล้ชิดร่วมกับนักชีววิทยาทางทะเลทั่วมัลดีฟส์ เพื่อให้คำปรึกษาเรื่องการอนุรักษ์และช่วยสนับสนุนงานเพาะเลี้ยงปะการังในแหล่งอื่น ๆ ของเกาะหลังเกิดปรากฏการณ์ปะการังฟอกขาว 

โครงการแนวปะการังใต้ทะเล (The Coral Lines Project)

หญ้าทะเล ซึ่งเป็นที่ทราบกันดีว่าเป็นสมือนปอดของท้องทะเล ถือเป็นส่วนสำคัญอย่างยิ่งของระบบนิเวศในท้องถิ่น เพราะเป็นแหล่งอนุบาลปลา สัตว์น้ำเปลือกแข็ง และปลิงทะเล รวมถึงอาหารของประชากรเต่าทะเล ตลอดจนทำหน้าที่เป็นแหล่งดูดซับคาร์บอนในชั้นบรรยากาศโลก กิลิ ลังกันฟูชิ มุ่งมั่นปกป้องและเสริมสร้างความอุดมสมบูรณ์ของแนวหญ้าทะเลของเกาะ และมีการตรวจสอบการกลับมางอกใหม่อีกครั้งของหญ้าทะเลรอบ ๆ รีสอร์ตอย่างสม่ำเสมอ

โครงการแนวปะการังใต้ทะเล (The Coral Lines Project)

ปลาดาวมงกุฎหนามที่กำลังแพร่กระจายถือเป็นสัตว์ที่กินปะการังเป็นอาหารในปริมาณมหาศาล โดยมันกินปะการังเป็นพื้นที่ราว 10 ตารางเมตรในแต่ละปี และอาจสร้างหายนะอันใหญ่หลวงต่อการเจริญเติบโตของปะการังใหม่ ทีมงานของ Gili Veshi จึงตรวจตราประชากรปลาดาวอย่างใกล้ชิดและคอยขจัดปลาดาวที่มารุกรานแนวปะการัง โดยในเดือนตุลาคม 2017 กิลิ ลังกันฟูชิ ได้ต้อนรับนักวิจัยที่มาเยือนเพื่อตรวจสอบกระบวนการควบคุมและขจัดปลาดาวมงกุฎหนาม

กิลิ ลังกันฟูชิ ยังทำงานร่วมกับองค์การนอกภาครัฐที่ไม่แสวงผลกำไร (NGO) ระดับสากลหลายแห่งอย่างใกล้ชิด เพื่อสนับสนุนกิจกรรมด้านการอนุรักษ์ในมัลดีฟส์ขององค์การเหล่านั้น ทีมงานชีววิทยาทางทะเลยังให้ความช่วยเหลือแก่ Mantra Trust ด้วยการถ่ายรูปและระบุตำแหน่งของปลากระเบนราหูจากการดำน้ำลึก และแบ่งปันข้อมูลกับโครงการ Maldivian Mantra Ray Project (MMRP) เพื่อการติดตามประชากรและสุขภาพของปลากระเบนตามแนวปะการังในมัลดีฟส์ และทีมงานยังทำงานร่วมกับ Olive Ridley Project เพื่อช่วยชีวิตเต่าทะเลที่ได้รับบาดเจ็บจากการเข้าไปติดในตาข่ายของขยะเครื่องมือประมงที่ตกค้างอยู่ในท้องทะล

การออกแบบรีสอร์ต

พื้นที่ทุกส่วนของ กิลิ ลังกันฟูชิ ได้รับการออกแบบบนพื้นฐานของสำนึกความยั่งยืน อาคารทุกหลังก่อสร้างด้วยไม้สัก ไม้ปาล์ม ไม้ไผ่ และใบปาล์มที่เสาะหาจากแหล่งผลิตบนแนวคิดที่ยั่งยืน ส่วนวิลล่าบนผิวน้ำและสะพานที่ยื่นออกสู่ทะเลถูกรองรับด้วยเสาเทเลกราฟรีไซเคิลที่นำกลับมาใช้ใหม่

การออกแบบรีสอร์ต กิลิ ลังกันฟูชิ

การออกแบบรีสอร์ต กิลิ ลังกันฟูชิ

วิลล่าได้รับการออกแบบเพื่อเปิดรับลมทะเลตามธรรมชาติด้วยระบบแลกเปลี่ยนความร้อนแบบย้อนทิศทาง และมีชายคาขนาดใหญ่ เพื่อเพิ่มร่มเงาและลดการใช้เครื่องปรับอากาศให้น้อยที่สุด

สวนผักอินทรีย์

สวนผักอินทรีย์ของเกาะถือว่ามีขนาดใหญ่เป็นอันดับต้น ๆ ในมัลดีฟส์และมอบผลผลิตผักและสมุนไพรสดที่เพียงพอสำหรับครัวของรีสอร์ต สวนแห่งนี้มีการขยายพื้นที่อย่างกว้างขวางตลอดช่วง 5 ปีที่ผ่านมา และได้เปลี่ยนมาใช้เทคนิคการทำสวนแบบอินทรีย์ดั้งเดิมและใช้ปุ๋ยหมักที่ทำจากขยะเศษอาหารบนเกาะ

สวนผักอินทรีย์ กิลิ ลังกันฟูชิ

การบริหารจัดการขยะ

กิลิ ลังกันฟูชิ บังคับใช้นโยบายปลอดพลาสติกบนเกาะอย่างเคร่งครัด แต่ยังคงประสบปัญหาขยะพลาสติกที่ลอยมาตามคลื่นซึ่งมาจากเกาะอื่น ๆ โดยในเดือนสิงหาคม 2017 รีสอร์ตจึงใช้มาตรการรีไซเคิลพลาสติก ผ่านการร่วมมือเป็นพันธมิตรกับ Parley Maldives ในการระงับการใช้พลาสติกชนิดใช้ครั้งเดียว และป้องกันไม่ให้มันตกลงสู่มหาสมุทร

กิลิ ลังกันฟูชิ

ศูนย์นิเวศวิทยา (Eco Centre) ที่่ทำงานแบบครบวงจรของเกาะ ดำเนินการรีไซเคิลแก้ว พลาสติก อลูมิเนียม และขยะเศษอาหาร สำหรับแก้วจะถูกบดละเอียดและบริจาคให้เป็นส่วนผสมของคอนกรีต อลูมิเนียมจะถูกบีบอัดให้เป็นชิ้นโลหะเล็ก ๆ พลาสติกจะถูกคัดแยกประเภทและบริจาคให้แก่ Parley Maldives และขยะเศสอาหารจะถูกแปรรูปเป็นปุ๋ย

สวนผักอินทรีย์ กิลิ ลังกันฟูชิ

หลังจากการวิจัยและการตรวจสอบขยะเศษอาหารทั่วรีสอร์ตอย่างครอบคลุม ในปี ค.ศ. 2016 กิลิ ลังกันฟูชิ จึงจัดซื้อ The Rocket เครื่องหมักปุ๋ยระบบชีวภาพกลไกซึ่งเป็นเครื่องแรกและเครื่องเดียวของมัลดีฟส์ ด้วยช่องบรรจุปุ๋ยขนาดใหญ่ของเครื่องนี้ ทำให้ กิลิ ลังกันฟูชิ สามารถแปรรูปและผลิตปุ๋ยหมักจากขยะอินทรีย์ที่มาจากครัวได้ทั้ง 100% และนำสารอาหารอันมีคุณค่ากลับคืนสู่ดินในสวนผัก ระบบนี้ยังได้รับการสนับสนุนจากระบบหมักปุ๋ยแบบถังจากขยะของเกาะ รวมถึงแผนงานการผลิตปุ๋ยโดยใช้หนอน (Vermiculture) แนวใหม่อันน่าตื่นใจ ซึ่งเป็นวิธีการที่มีประสิทธิภาพมากในการผลิตปุ๋ยบนเกาะห่างไกล

การจัดซื้อ

รีสอร์ตดำเนินการจัดซื้อรายการสิ่งของทั้งหมดที่ใช้ภายในรีสอร์ตจากท้องถิ่น โดยผ่านธุรกิจท้องถิ่นหรือชุมชนในพื้นที่ ให้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ ผลิตภัณฑ์สปาทั้งหมดได้มาจากผู้จำหน่ายสินค้าระบบอินทรีย์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม อาทิ Voya และ Sodashi รวมถึงผลิตภัณฑ์ Meera ซึ่งผลิตขึ้นบนเกาะด้วยสารสกัดจากพืชและท้องทะเล

ทีม Marine Biologists ที่กิลิ ลังกันฟูชิ

การจับปลาทั้งหมดใช้วิธีการจับปลาแบบยั่งยืนและสรรหาวัตถุดิบจากชาวประมงท้องถิ่นรอบเกาะ ทีมงานชีววิทยาทางทะเลและทีมงานครัวทำงานร่วมกันเพื่อสร้างความมั่นใจว่า ชาวประมงจะจับปลาเฉพาะชนิดที่มีประชากรจำนวนมากและมีสุขภาพแข็งแรงเท่านั้นเพื่อสร้างความยั่งยืน

การศึกษา

ทีมงานทุกคนที่ กิลิ ลังกันฟูชิ ต้องผ่านการฝึกอบรมด้านการดำรงชีวิตอย่างยั่งยืน (Sustainablw Living Training) เพื่อให้พวกเขาได้ศึกษาถึงประเด็นความสำคัญด้านสิ่งแวดล้อมในปัจจุบัน ซึ่งรวมถึงการรีไซเคิลและการลดปริมาณน้ำเสีย อาหาร และพลังงาน พนักงานยังได้รับการส่งเสริมให้ลดการสร้างน้ำเสีย และเข้าร่วมในพันธกิจการประหยัดน้ำทั่วทั้งรีสอร์ต

Bodu Beru Band

การเชื่อมโยงสู่ชุมชน

กิลิ ลังกันฟูชิ นำเสนอบริการเที่ยวชมช่วงกลางวันและแพ็คเกจการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนสำหรับโรงเรียนต่าง ๆ โดยทีมงานของ Gili Veshi ทำงานกับคณะครูอาจารย์อย่างใกล้ชิดเพื่อการสร้างสรรค์รูปแบบประสบการณ์ที่สอดคล้องกับหลักสูตร เด็กนักเรียนจึงมีโอกาสเรียนรู้เกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมผ่านการท่องเที่ยวเพื่อสิ่งแวดล้อม (Eco Tour) และสำรวจโลกธรรมชาติผ่านกล้องโทรทัศน์ภายใน Gili Veshi Lab ทีมงานยังทำงานอย่างใกล้ชิดกับชุมชนชาวเกาะต่าง ๆ ในประเทศ รวมถึงการบริจาคแก่กิจกรรมทำความสะอาดของเกาะและสถานเลี้ยงเด็กกำพร้าในท้องถิ่น

หากต้องการข้อมูลเพิ่มเติม กรุณาเยี่ยมชมเว็บไซต์ gili-lankanfushi.com



Advertising