ท่องเที่ยว

“นูเรมเบิร์ก”เมืองน่าเบียด

Published 31 ก.ค. 2018

By กาญจนา หงษ์ทอง

Nuremberg-Guide-To-Go-Rabbit-Today-Banner

บางทีแคว้นบาวาเรียอาจจะกว้างเกินไป หรือไม่ก็คงเพราะใจของฉันนั่นแหละที่แคบเกิน ถึงได้มองข้ามเมืองนูเรมเบิร์ก (Nuremberg) ครั้งแล้วครั้งเล่า ทั้งที่เยอรมันกับฉันก็คุ้นเคยกันดี

ถ้าจะนั่งนับนิ้ว ก็ต้องบอกว่าฉันพาสองเท้าไปย่ำเยอรมันมาเกือบ 20 เมืองแล้ว แต่ไม่รู้เที่ยวอีท่าไหนถึงได้ข้ามนูเรมเบิร์กไปเที่ยวแล้วเที่ยวเล่า เยอรมันเที่ยวล่าสุด แทบจะปักหมุดเมืองนูเรมเบิร์กเอาไว้เลย 

บางคนอาจจะใช้มิวนิคเป็นต้นทาง ส่วนฉันนั่งโคลงเคลงบนรถไฟมาจากแฟรงก์เฟิร์ต สำหรับคนมีแผนจะไปเที่ยวประเทศเช็กจะเหมาะมากที่ใช้เส้นทางสายนี้ เพราะนอกจากจะนั่งข้ามประเทศไปหาเช็กจากเมืองเดรสเดนได้แล้ว จากนูเรมเบิร์กข้ามไปหาเมืองคาร์โลวี วารีประเทศเช็กก็แสนง่ายดาย

“นูเรมเบิร์ก”เมืองน่าเบียด,Guide To Go,Rabbit Today

ไอ้ที่ไม่ง่ายก็คงเป็นเรื่องหาที่พักเหมือนอย่างเคย นี่ขนาดดูพิกัดจากแผนที่มาอย่างดี แต่การเดินหาที่พักหลายเมืองในยุโรปบางทีก็ไม่ง่ายนัก การเลือกเรือนพักใกล้สถานีรถไฟ เป็นสิ่งที่ง่ายที่สุด หรือให้ง่ายกว่านั้น ระบุให้แคบลงไปว่าใกล้กับศูนย์บริการนักท่องเที่ยวยิ่งง่ายขึ้น

ต่อให้ห้องหับจะบูทีคแค่ไหน หรือแต่งไว้อาร์ทขนาดไหนก็ไม่ควรจะพิรี้พิไรอยู่ในห้อง เพราะนูเรมเบิร์กยักคิ้วหลิ่วตาให้ออกไปหาเจ้าหล่อน

เจ้าหน้าที่ศูนย์บริการนักท่องเที่ยวกางลายแทงออก หล่อนวงสีแดงไว้ให้สำหรับสถานที่ที่อยู่ในหมวดจำเป็นต้องไป พูดจริงๆแล้ว ฉันไม่ค่อยได้ไปตามลายแทงซักเท่าไหร่ เพราะส่วนใหญ่จะไปตามใจสองเท้ามากกว่า

ดูพิกัดจากแผนที่ เห็นกำแพงเมือง(City Wall)โอบเมืองเก่านูเรมเบิร์กเอาไว้อย่างแน่นหนา กำแพงเมืองแห่งนี้สร้างตั้งแต่ช่วงศตวรรษที่ 13 ด้วยความยาวร่วม 5 กิโลเมตรจึงมีประตูเข้าถึง 5 จุด

พักหลังฉันนิยมเที่ยวแบบนักสังเกตการณ์ ไปนั่งดูผู้คนดูเมืองตามหน้าโบสถ์ ในสวนสาธารณะบ้าง บนป้อมปราการบ้าง

ก็คงเหมือนวันนี้ จากศูนย์บริการนักท่องเที่ยว เดินดุ่มบนถนน Konig กินลมชมบรรยากาศไปเรื่อยจนถึงโบสถ์เซนต์ลอเรนซ์ (St.Lawrence Church) ที่ยืนเชิ่ดหน้ายิ้มรับอยู่อย่างสง่างาม นี่คือโบสถ์ที่สร้างตั้งแต่ศตวรรษที่ 13 ดูเหมือนไม่เก่าแต่อายุหลายร้อยปีแล้ว

“นูเรมเบิร์ก”เมืองน่าเบียด,Guide To Go,Rabbit Today

จัตุรัสลอเรนเซอร์ (Lorenzer Platz) เป็นห้องนั่งเล่นของนูเรมเบิร์กที่ใครๆก็มานั่งคุย นั่งคอย นั่งเล่นกันแถวนี้ ร้านขายดอกไม้หน้าโบสถ์เติมแต่งให้จัตุรัสนี้น่าชังขึ้น ผู้คนพากันหอบลูกจูงหมามาเตร็ดเตร่กันให้ว่อนไปหมด

แน่นอนว่ามุมแบบนี้ไม่ได้มีไว้ให้นั่งชิลล์อย่างเดียว แต่มีร้านรวงให้ช้อปปิ้งเต็มไปหมด ไม่เว้นแม้แต่ซอกเล็กซอยน้อย ออกตัวด้วยร้านรวงแบบนี้ หลังจากนี้ก็ยาวแหละ ต่อให้คุณไม่ได้ตั้งใจมาช้อป แต่ของสวยของงามที่หลอกล่ออยู่หลังกระจกก็ทำให้กลายเป็นพวกเดินๆหยุดๆ

เดินย้วยไปเรื่อยจนข้ามแม่น้ำเปกนิทซ์ (Pegnitz river) ที่พาดผ่านเมือง มุมนี้ใครๆไม่มีใครเดินผ่านไปอย่างง่ายดาย ไม่ใช่เพราะวิวสวย หรือสะพานมีประติมากรรมที่น่ามอง แต่มุมที่เปิดโล่งให้เห็นสายน้ำและสถาปัตยกรรมของอาคารบ้านเรือนของนูเรมเบิร์ก ทำให้รื่นตาเป็นพิเศษ เพราะแบบนี้ ตามคอสะพานเลยถูกประดับไว้ด้วยนักเดินทาง

“นูเรมเบิร์ก”เมืองน่าเบียด,Guide To Go,Rabbit Today

ยิ่งเดิน ยิ่งเพลิน ใช้คำนี้น่าจะถูก ลำพังร้านรวงที่หลอกล่อเราด้วยของสวยของเก๋ก็แย่อยู่แล้ว ยังมีคาเฟ่น่านั่งอีกบานเลย

แต่พลันที่สายตาไปปะทะกับตลาดนัดกลางแจ้งที่ Hauptmarkt คาฟ่งคาเฟ่หน้าไหนก็เหนี่ยวฉันไว้ไม่อยู่ ไม่ใช่สีสันของผักผลไม้หรอก แต่ตลาดก็เป็นตลาดอยู่วันยันค่ำ มีเสน่ห์เร้าใจเหนี่ยวให้ฉันเดินเข้าใกล้ได้เสมอ

ไม่ได้มีญาติฝ่ายไหนอยู่กระทรวงพาณิชย์ ที่บ้านไม่มีใครเป็นพ่อค้าแม่ขาย แต่การเดินสำรวจราคาข้าวของในตลาดกลับเป็นความสุขอย่างประหลาด

เชอรี่และสตอเบอรีที่นี่สดปลั่งเหมือนถูกฉีดโบท็อกซ์ ผักผลไม้แต่ละอย่างยิ้มแย้มรับแขก แม่ค้าเชื้อเชิญให้ชิมชีสและแอปเปิ้ลอบแห้งของพวกเขา การตลาดมันเพลินแบบนี้นี่เอง ชมไปชิมไปเรื่อย

ลานกว้างแห่งนี้ปกติถ้าเป็นช่วงเดือนธ.ค.จะคึกคีกเป็นพิเศษ เพราะตลาดขายผักผลไม้จะถูกแปลงโฉมให้เป็นตลาดคริสต์มาส ที่มีทั้งข้าวของมาวางขายและจัตุรัสจะถูกประดับตกแต่งอย่างมีสีสัน ใครอยากมาช้อปอะไรไปจัดปาร์ตี้คริสต์มาสท์ที่บ้าน หาได้จากตลาดแห่งนี้

ตลาดคริสต์มาสของนูเรมเบิร์กจึงมีชื่อเสียงที่สุดในเยอรมัน

ใครมาช่วงนั้นคงจะดีทีเดียว เพราะนอกจากได้เห็นตลาดคริสต์มาสที่มีชีวิตชีวาแล้ว อากาศหนาวเย็นมีหิมะโปรยปรายก็น่าจะเนรมิตนูเรมเบิร์กให้งดงามไปอีกแบบ

ที่ห้อมล้อมตลาดคริสต์มาสเอาไว้คือ โบสถ์  คาเฟ่ และอาคารสำคัญๆของเมือง หนึ่งในนั้นคือ โบสถ์เซนต์เซบัลด์ (St.Sebald Church) ที่สร้างขึ้นหลังจากก่อร่างสร้างเมืองนูเรมเบิร์ก

ศาลาว่าการก็อยู่ละแวกนี้เหมือนกัน มุมนี้แทบจะเป็นมุมบังคับที่คนมานูเรมเบิร์กก็มักมายืนโพสท่ากันตรงนี้ 

ละจากจัตุรัสขึ้นไป เป็นถนนแคบๆ ที่สุดทางคือ ปราสาทนูเรมเบิร์ก (Kaiserburg Castle) หนึ่งในเมนูบังคับที่คนมานูเรมเบิร์กมักจะลากสองขาขึ้นไปให้ถึงบนนั้น

อย่าเพิ่งคิดว่าจะไปถึงที่นั่นอย่างเร็วพลัน เพราะระหว่างทางมีแต่ของน่าดูควักมือให้แวะไปเรื่อย ไม่ว่าจะเป็นบ้านเก่าแก่ของคนมีชื่อเสียงของเมือง โบสถ์ จัตุรัสเล็กๆและพิพิธภัณฑ์ แถมยังมีเหล็กดัดที่เขาบอกว่าเมืองนี้นี่ถือว่าเป็นศิลปะที่โดดเด่นอย่างหนึ่งของเมือง ทั้งลวดลายและลีลางดงามจนต้องหยุดมองเป็นระยะ

ก่อนจะถึงปราสาท ก็จะเป็นเนินเขาสีเขียวที่วัยรุ่นนูเรมเบิร์ก เขานิยมมานั่งผึ่งแดดกัน บ้างก็ล้อมวงนั่งติวหนังสือ บ้างก็พลอดรัดกัน หรือใครจะมาชายตามองใครก็มาเล็งได้จุดนี้ 

“นูเรมเบิร์ก”เมืองน่าเบียด,Guide To Go,Rabbit Today

ความจริงทางขึ้นปราสาทมีหลายทาง ใครจะมาจากมุมไหนของเมืองก็ได้ แต่เส้นทางนี้ถือว่าเป็นเส้นทางหลักที่มาจากจัตุรัสประจำเมือง ถ้านั่งอยู่มุมนี้ก็จะเห็นว่ามีนักท่องเที่ยวทยอยเดินเท้าขึ้นปราสาทกันทั้งวัน

ปราสาทแห่งนี้สร้างตั้งแต่ปี 1495 แต่ตัวหอคอยสร้างขึ้นก่อนปี 1050 ซึ่งถือว่าเป็นสิ่งปลูกสร้างเก่าแก่ที่สุดของ ด้านบนบางส่วนถูกแปลงเป็นพิพิธภัณฑ์ปราสาท (castle museum) ที่เปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าชมทุกวัน

แต่คนขึ้นมาบนนี้ไม่ได้ตั้งใจมาเข้าพิพิธภัณฑ์หรอก ทุกคนขึ้นมาเพราะหวังว่าจะขึ้นมาชมวิวเมืองนูเรมเบิร์กกันทั้งนั้น มุมสูงแบบนี้  มองเห็นสัดส่วนและเครื่องในของนูเรมเบิร์กอย่างหมดเปลือก

ไม่น่าเชื่อว่า นี่คือเมืองที่เมื่อคราวสงครามโลกครั้งที่ 2 เคยถูกระเบิดละเลงเกือบทั้งเมือง  แต่ผลจากการบูรณะจับเมืองมาขัดสีฉวีวรรณ ทำให้เมืองมากประวัติศาสตร์อายุเกือบพันปีอย่างนูเรมเบิร์กกลับมาเป็นเมืองที่สวยงามไร้ตำหนิ 

ถ้าเป็นคน นูเรมเบิร์กก็คงมีดวงหน้าที่งดงาม ทว่า เธอซ่อนอดีตเอาไว้หลายเรื่อง ในยุคจักรวรรดิโรมันแผ่อิทธิพล ที่นี่คือเมืองที่ถูกใช้เป็นศูนย์กลางของชาวโรมันมาก่อน ในยุคเฟื่องฟู เคยเป็นเมืองที่เป็นศูนย์กลางทางการค้าขายมาก่อน แต่เมื่อมาถึงยุคที่พวกนาซีปกครอง ฮิตเลอร์ก็แปลงสภาพ  ใช้นูเรมเบิร์กเป็นศูนย์กลางทางการทหาร และเป็นศูนย์บัญชาการของพวกนาซี

จากเมืองแห่งปราสาทและเทพนิยายอันแสนงดงาม นูเรมเบิร์กก็กลายเมืองแห่งเพลิงสงคราม ถูกถล่มจนพังพินาศจนราบเป็นหน้ากลอง

ใครอยากตามรอยประวัติศาสตร์หน้าต่างๆของนูเรมเบิร์ก ต้องไปที่อาคารรัฐสภาที่เคยใช้เป็นฐานบัญชาการของฮิตเลอร์ แต่ทุกวันนี้กลายเป็นพิพิธภัณฑ์ไปแล้ว ด้านในบอกเล่าเรื่องราวความโหดร้ายของสงคราม ผ่านภาพถ่าย เอกสาร และภาพยนตร์ที่ฉายภาพของเหตุการณ์ในช่วงต่างๆ

พูดถึงพิพิธภัณฑ์ ก็ต้องบอกว่านูเรมเบิร์กยังมีพิพิธภัณฑ์ให้เดินสายเที่ยวอีกเป็นกระตั้ก ไม่ว่าจะเป็น Toy Museum ,Transportation Museum และ New Museum ซึ่งนี่คือแค่ส่วนย่อยเท่านั้น

อาจจะมากมายไปด้วยอดีต  แต่นูเรมเบิร์กในวันนี้กลับสดใส น่าเบียดชะมัดเลยเมืองนี้ 

  • สายการบินไชน่า แอร์ไลน์มีเที่ยวบินไปกลับแฟรงเฟิร์ต สอบถามที่ 02-2509880 หรือคลิกที่เว็บไซต์ www.china-airlines.com
  • จากแฟรงก์เฟิร์ตหรือหัวเมืองใหญ่ในยุโรปอื่นๆ จะนั่งรถไฟมานูเรมเบิร์กก็ได้ คลิกเข้าไปดูรายละเอียดของตารางรถไฟได้ที่รถไฟยุโรป www.raileurope.co.th หรือสอบถาม 02-6607067-9   
  • ทั่วทั้งนูเรมเบิร์กมีที่พักให้เลือกเยอะมาก คลิกไปสำรวจได้ที่เว็บไซต์ www.booking.com แนะว่าให้เสิร์ชหาเรือนพักที่อยู่ใกล้สถานีรถไฟและในเขตเมืองเก่า น่าจะสะดวกและอยู่ใกล้สถานที่ท่องเที่ยวด้วย 


Advertising