ท่องเที่ยว

One Day Trip ปั่นไปละโว้

Published 31 ก.ค. 2018

By Jack Worapan

One-Day-Trip-Rabbit-today-MAIN_920x470

จุดเริ่มความคิดนี้คือ หาทางท่องเที่ยวแนวใหม่ รักษาสิ่งแวดล้อมให้ได้มากที่สุด ลดคาร์บอนฟุตพริ้นต์ให้เยอะที่สุด ใช้เงินกับการเดินทางน้อยที่สุด

จึงมาลงตัวที่รถไฟและจักรยาน ที่ต้องคิดต่อมาคือ ไปไหนดี ด้วยกลิ่นอายออเจ้ากำลังจะจางหายไป ด้วยที่อยุธยาเคยไปแล้ว เมืองลพบุรี วังนารายณ์จึงน่าจะอินเทรนด์ที่สุด

One Day Trip ปั่นไปละโว้,Guide To Go,Rabbit Today

ด้วยระยะทางรถไฟ 130 กิโลเมตร แต่ใช้เวลาเดินทางถึง 3 ชั่วโมงจากสถานีกรุงเทพฯ หัวลำโพง ทำให้ผมประเมินว่าน่าจะจัดทริปเช้าไปเย็นกลับได้ ผมเริ่มวางเส้นทางและหาผู้ร่วมขบวนการได้อีก 3 คน ทีมนี้ขี่กันด้วยความเร็วเฉลี่ย 15 กม./ชม. หยุดฉลองเข้าเส้นชัยทุก 10 กม. ตามซุ้มน้ำปั่น ชา กาแฟเย็นริมทาง

ด้วยความที่ยังไม่เคยไปขี่จักรยานที่นี่ ผมจึงมองหาจุดที่เป็น Local Tourist Attraction และได้เจอกับ อ่างซับเหล็ก อ่างเก็บน้ำธรรมชาติขนาดใหญ่ที่สุดบนที่ลุ่มภาคกลาง

จากหลักฐานบันทึกไว้ว่า สมเด็จพระนารายณ์มหาราชทรงรับสั่งให้ต่อท่อดินเผาเพื่อนำน้ำจากอ่างนี้ไปใช้สอยภายในพระราชวัง ในปัจจุบันรอบๆ อ่างมีร้านอาหารมากมาย จึงตั้งเป้าหมายไปให้ถึงที่นั่นช่วงเที่ยง แล้วค่อยกลับมาเที่ยวในตัวเมือง

ปั่นไปดูลิง ชมวังขุนหลวงและบ้านฝรั่งคอนสะตั๊ง อย่างที่ในละครเขาเรียกกัน เดิมทีเส้นทางการเดินทางจึงออกมาเป็นดังนี้

 6.30 น.  พบกันที่หัวลำโพง จองตั๋วรถเร็ว 111 สายกรุงเทพฯ-เด่นชัย พร้อมนำจักรยานขึ้นตู้สัมภาระก่อนรถไฟออก 7.00 น.
 9.42 น. รถไฟถึงสถานีลพบุรี ขี่จักรยานจากสถานีรถไฟไปทางตะวันออก ระยะทางประมาณ 18 กม. ถึงอ่างซับเหล็ก กินมื้อกลางวันริมอ่างเก็บน้ำ
 13.00 น. ปั่นกลับเข้าเมือง
 15.00 น ปั่นเที่ยวชมพระนารายณ์ราชนิเวศน์บ้านวิชาเยนทร์ พระปรางค์สามยอด ศาลพระกาฬ แวะโบราณสถานต่างๆ ในตัวเมืองลพบุรี
 17.28 น. ขึ้นรถไฟกลับกรุงเทพฯ
 19.25 น. ถึงหัวลำโพง ปิดทริป

แต่เอาเข้าจริงไม่เป็นดังว่า เนื่องจากรถเร็วขบวน 111 ในวันนั้นต้องพ่วงตู้รถปรับอากาศชั้นหนึ่งเพิ่มอีก 2 ตู้ เพราะมีคณะออเจ้า VIP แต่งชุดไทยสวยงามไปเที่ยวอยุธยา ขบวนรถจึงออกล่าช้าไปครึ่งชั่วโมง

หลังเช็คความเรียบร้อยในการจัดวางของจักรยานในตู้สัมภาระก็เดินหาที่นั่ง จนไปถึงตู้เสบียงที่ดูโปร่งและโล่ง เราสั่งข้าวผัดรถไฟ ข้าวกะเพราไก่ไข่ดาว อาหารเสิร์ฟมาบนกล่องโฟม ปูด้วยกระดาษรองป้องกันอาหารร้อนสัมผัสกับผิวโฟมโดยตรง ตามด้วยชามะนาวเย็นในแก้วพลาสติกทรงสูงที่มาพร้อมจานรอง

แอบคิดไปว่าถ้าเสิร์ฟมาบนถาดชุดจานชามลายดอกทานตะวัน แก้วลายลิง คงจะเหมาะกับบรรยากาศเขียวชอุ่มจากหน้าฝนนอกหน้าต่างมากยิ่งขึ้น

นั่งชมวิวที่เปลี่ยนไปเรื่อยๆ คุยถึงประสบการณ์จากรถไฟที่ต่างๆ จนถึงสถานีหนองโดน เราก็กลับไปที่ตู้สัมภาระ คืนใบรับของให้เจ้าหน้าที่ เตรียมจักรยานพร้อมขนลงสถานีถัดไป

รถไฟถึงลพบุรีประมาณ 10.20 น. สอบถามเรื่องรถขากลับได้ความว่ารถไฟเที่ยว 5 โมงเย็นที่ผมเล็งไว้ไม่มีตู้สัมภาระ ไม่สามารถนำจักรยานทั้งคันขึ้นได้ จึงต้องเปลี่ยนเป็นรถเร็วขบวน 102 เชียงใหม่-กรุงเทพฯ ออกเวลา 18.06 น. ถึงกรุงเทพฯ เวลา 21.10 น. แทน

เมื่อรู้ชะตากรรมในอนาคต เรามุ่งตรงไปอ่างเก็บน้ำซับเหล็กตามคำแนะนำของแผนที่กูเกิล และจากการสอบถามร้านน้ำปั่นระหว่างทาง พบว่ามีเส้นทางที่อ้อมไปไกลหน่อย แต่สวยกว่าแน่ๆ จริงดังแม่ค้าว่า

พอเลี้ยวซ้ายออกจากถนนหลัก 3017 ก็พบกับทุ่งดอกดาวกระจายสีเหลืองอร่ามที่ร้านกะเพรา & Coffee ปลูกรอต้อนรับลูกค้า เส้นทางร่มรื่นขึ้น ถนนโล่งแทบไม่มีรถ ต้นไม้เขียวตลอดทาง มีซุ้มต้นมะขามใบสีเขียวอ่อนอร่ามตัดกับลำต้นสีดำสนิท ซุ้มต้นหางนกยูงดอกสีส้มสด

ปั่นจนลืมความร้อนก็เจอกับทุ่งหญ้าโล่งสุดสายตา เห็นแนวเขาจีนแลอยู่ไกลลิบ ลานกว้างนี้ใช้เป็นสนามฝึกซ้อมกระโดดร่มของทหาร ปั่นตามทางขึ้นเนินสูงเล็กน้อยจนเจอรูปปั้นยักษ์ 2 ตัว

เลี้ยวขวาตรงป้ายวัดเวฬุวัน เขาจีนแล ผ่านโรงเรียนบ้านหนองถ้ำ เข้าชุมชน ผ่านทุ่งข้าวโพด มันสำปะหลัง ถึงร้านอาหารริมชลอันเป็นที่หมายราวบ่ายโมง รับประทานอาหารเมนูสารพัดปลา

One Day Trip ปั่นไปละโว้,Guide To Do,Rabbit Today

บ่าย 2 โมงครึ่งก็เริ่มปั่นกลับ อากาศร้อน ถนนโล่ง ขากลับเป็นทางลงเนิน ช่วยให้เรามาถึงเมืองลพบุรีได้ง่ายกว่าเดิม ตรงเข้าเมืองชมวังขุนหลวงตามที่กำหนด ปรากฏว่าวันนี้เป็นวันงานออกร้านขายของ แต่งชุดไทยกันวันสุดท้าย นักท่องเที่ยวเลือกร้านกิน ช้อปปิ้งกันตามบรรยากาศงานอีเวนต์ปกติของไทย

ออกจากวังนารายณ์ ปั่นไปทางถนนฝรั่งเศสจะเจอบ้านวิชาเยนทร์อยู่ตรงสามแยกพอดี รถในเมืองลพบุรีค่อนข้างแออัด บริเวณพระปรางค์สามยอดและศาลพระกาฬมีลิงเยอะจนไม่อยากจอดจักรยาน ได้แต่ขี่ผ่านฝูงลิงแม่ลูกอ่อนครอบครัวใหญ่ที่นั่งอยู่เต็มฟุตปาธ

ลิงตัวเล็กวิ่งกระโดดเล่นไป-มา ส่วนตัวใหญ่ซ่าหน่อยกระโดดเกาะกระจกรถ เกาะบนหลังคา แทะเสาอากาศ พอรถออกนอกเขตก็กระโดดกลับวิ่งไปถิ่นเดิม เราปั่นวนรอบวงเวียนศาลพระกาฬ กลับมาถึงสถานีรถไฟราว 5 โมงครึ่ง จัดการเรื่องตั๋วขากลับและระวางสัมภาระเรียบร้อยพร้อมจบทริปกันด้วยเบียร์เย็นๆ จากร้านสะดวกซื้อข้างสถานี

บนรถไฟไม่อนุญาตให้ดื่มแอลกอฮอลล์ ขากลับเลือกนั่งตู้เสบียงเช่นเคย จะได้สั่งอาหารกับเครื่องดื่มสะดวก รถเร็วพาเรามาถึงหัวลำโพงตรงเวลา 3 ทุ่ม 20 นาที เป็นอันปิดทริปนี้

ลืมเล่าว่าทริปนี้เก็บเงินกองกลางไปคนละ 500 บาท (ไม่รวมค่าเครื่องดื่มฉลองจบทริปนะครับ) มีเงินทอนด้วยถือว่าบรรลุความตั้งใจแรก Eco และ Green มากๆ ทริปหน้ามีอีกแน่นอน สำหรับเส้นทางรถไฟ-จักรยาน

One Day Trip ปั่นไปละโว้,Guide To Do,Rabbit Today

เที่ยวไทยแบบนี้ ใครจะไปยกมือขึ้น



Advertising