ท่องเที่ยว

ท่องวิถีธรรมชาติ...บนลุ่มน้ำ ‘ทะเลน้อย’ พัทลุง

Published 27 พ.ย. 2019

By คชาชาติ อนนทสีหา

ท่องวิถีธรรมชาติ...บนลุ่มน้ำ ‘ทะเลน้อย’ พัทลุง

หมุดหมายการเดินทางท่องเที่ยวของผมในครั้งนี้ อยู่ที่ ‘ทะเลน้อย พัทลุง...ซึ่งที่นี่ได้ชื่อว่าดินแดนเมืองสามน้ำ สองทะเล’ เป็นดินแดนที่มีความงามทางธรรมชาติที่สวยงาม และยังมีชุมชนดั้งเดิม ที่ยังคงความมีเอกลักษณ์เฉพาะถิ่น มีสิ่งที่น่าสนใจซ่อนอยู่ที่นั่นมากมาย

ทะเลน้อย อำเภอควนขนุน จังหวัดพัทลุง

ชุมชนคนทะเลน้อย

ทะเลน้อย อำเภอควนขนุน จังหวัดพัทลุง นอกจากจะเป็นแหล่งท่องเที่ยวชมธรรมชาติ ดูนกน้ำ ชมทุ่งบัวแดง และควายน้ำในทะเลน้อยแล้ว ผมอยากเชิญชวนนักท่องเที่ยว มาแวะเที่ยวชุมชนทะเลน้อย ชมวิถีชีวิตของคนทะเลน้อยที่อาศัยอยู่ที่นี่มาหลายชั่วอายุคน

ทะเลน้อย อำเภอควนขนุน จังหวัดพัทลุง

ท่านจะได้สัมผัสกับวิถีชีวิตของคนทะเลน้อยในการประกอบอาชีพ ไม่ว่าจะเป็นด้านการประมง ทำปลาน้ำจืดตากแห้ง ทำปลาดุกร้า รวมทั้งการทำเสื่อกระจูด ที่เป็นอาชีพหลักของคนที่นี่...ซึ่งนอกจากจะได้เรียนรู้วิถีชีวิตของคนในชุมชน โดยการเดินไปบนสะพานปูนแคบๆ และยังมีสะพานไม้เคี่ยมอายุนับร้อยปี ที่ชาวบ้านที่สร้างเพื่อเดินทางระหว่างครัวเรือนต่อกัน พร้อมทั้งบริเวณฝาบ้านเรือนไม้ตามจุดต่างๆ ยังมีการวาดภาพสีน้ำ เพื่อให้นักท่องเที่ยวได้ถ่ายภาพเป็นจุดเช็กอินกันอีกตามมุมต่างๆ และยังเป็นการสร้างสีสันให้คนในชุมชน

ทะเลน้อย อำเภอควนขนุน จังหวัดพัทลุง

ทะเลน้อย อำเภอควนขนุน จังหวัดพัทลุง

คลองปากประ

หลังจากท่องเที่ยวชุมชน รอบๆ ทะเลน้อย ผมเข้าที่พักซึ่งเป็นรีสอร์ตแถวๆ คลองปากประ ซึ่งเป็นคลองที่สำคัญของจังหวัดพัทลุง...โดยเป็นแหล่งน้ำสำคัญของอำเภอควนขนุนที่ไหลรวมมาจากลำน้ำสายต่างๆ มาบรรจบกันเป็นคลองปากประ แล้วไหลออกสู่ทะเลสาบสงขลา

คลองปากประจึงเปรียบเสมือนเป็นประตูเชื่อมสำคัญของสายน้ำที่ไว้ใช้ทางการเกษตรและให้ปลาต่างๆ ได้ว่ายเข้า-ออก ทำให้บริเวณคลองปากประแห่งนี้จึงกลายเป็นแหล่งชุมนุมของปลาและกลายเป็นแหล่งจับปลาที่สำคัญโดยมีชาวบ้านได้มาตั้งยอดักจับปลาเป็นจำนวนมากจนดูยุ่งเหยิงแต่สวยงาม จนเกิดเป็นทิวทัศน์ที่แปลกตา ในช่วงฤดูน้ำหลากอย่างนี้ เราจะได้เห็นวิถีชีวิตการยกยอยักษ์และดักจับสัตว์น้ำของชาวบ้านบริเวณนี้

คลองปากประ จังหวัดพัทลุง

รีสอร์ตที่ผมพักเป็นจุดที่สามารถมองเห็นวิวยอยักษ์ได้อย่างสวยงาม ผมรอเวลาในช่วงเช้าเพื่อเก็บภาพทิวทัศน์ตอนพระอาทิตย์ขึ้นกับยอยักษ์...เรียกได้ว่าเป็นสวรรค์ของนักถ่ายภาพเพราะที่คลองปากประมีมุมให้ถ่ายภาพมากมาย 

ถ้านักท่องเที่ยวไม่ได้พักที่รีสอร์ทตรงบริเวณคลองปากประแห่งนี้ จะพักบริเวณทะเลน้อยแล้วเดินทางมาที่คลองปากประในตอนเช้าเพื่อเก็บภาพสวยๆ ที่นี่ก็ได้เช่นกัน

เมื่อท้องฟ้าเริ่มสว่างผมได้เห็นภาพประทับใจของยอขนาดใหญ่จำนวนมากที่ตั้งกระจายตัวกันอยู่ในท้องน้ำ เสียงเรือหางเริ่มแล่นออกสู่ทะเลน้อย ชาวประมงออกทำงานกันแต่เช้าตรู่ ผมจึงได้เห็นภาพวิถีชีวิตการยกยออันเป็นเสน่ห์ของพื้นที่แห่งนี้โดยมีแสงจากดวงพระอาทิตย์เป็นฉากหลัง นับเป็นอีกหนึ่ง ที่เป็นจุดชมพระอาทิตย์ขึ้นที่สวยงามและมากไปด้วยวิถีชีวิต

คลองปากประ จังหวัดพัทลุง

พระอาทิตย์เริ่มขึ้นสูง เราก็ได้เวลาเดินทางต่อไปยังทะเลน้อยเพื่อชมธรรมชาติ ชีวิตสัตว์น้ำ สัตว์บก และดอกบัวที่สวยงามในทะเลน้อย...เรือค่อยๆ พาเราออกห่างจากบริเวณคลองปากประ ล่องลัดเลาะไปตามผืนน้ำที่เชื่อมต่อไปยังทะเลน้อย ทิวทัศน์รอบข้างแสนสดชื่นเพราะเต็มไปด้วยพืชน้ำต่างๆ อีกทั้งยังได้ชมนกนานาชนิด ผมพอจะรู้จักชื่อบ้างไม่รู้จักบ้าง ต่างก็พากินออกหากินไปตามกอผักตบและพื้นดินรอบๆ

ที่นี่มีทั้งนกประจำถิ่น นกอพยพ โดยนกที่หาชมได้ไม่ยากก็มี นกยาง นกกาน้ำ นกอีโก้ง นกเป็ดผี นกเป็ดแดง นกนางนวล นกนางแอ่น นกเป็ดคับแค นกกระสา อีกา และพวกเหยี่ยว

ควายน้ำ

นอกจากนกแล้ว เสน่ห์ของทะเลน้อยอีกอย่างก็คือ ‘ควายน้ำ’ อันเป็นเอกลักษณ์ของที่นี่ ควายที่นี่ผมมองอย่างไรหน้าตาก็เป็นควายธรรมดาๆ ทั่วไปนั่นแหละ...แต่ที่ไม่ธรรมดาก็คงจะเป็นควายมีความสามารถสูงกว่าควายที่อื่น เพราะควายทะเลน้อยสามารถปรับตัวไปตามแหล่งอาหารของมัน

คือเมื่อน้ำในทะเลน้อยลดต่ำจนมีสันดอนพื้นดินโผล่ มีทุ่งหญ้าขึ้น เจ้าควายพวกนี้มันก็จะขึ้นมาและเล็มหญ้าบนบก แต่ในยามหน้าน้ำ ทะเลน้อยมีปริมาณน้ำสูงท่วมแหล่งหากินของควาย เจ้าควายพวกนี้มันก็จะปรับตัว เปลี่ยนมากินพืชน้ำอย่างสายบัว ใบบัว หรือสาหร่ายแทน โดยจะพากันว่ายน้ำชูคอลงไปหากินในน้ำ เรียกว่าเป็น ‘ควายน้ำ’ อันแสนน่ารักสำหรับนักท่องเที่ยวที่มาเห็น

สะพาน หัวป่า-ไสกลิ้ง

เรือแล่นต่อมาอีกสักพัก เรามองเห็นสะพานสีขาวฟ้าทอดตัวยาวเหยียดข้ามผ่านผืนน้ำ นั่นคือ ‘ถนนเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา 5 ธันวาคม 2550’ มีบางคนเรียกสะพาน หัวป่า-ไสกลิ้ง

จุดเด่นของการล่องเรือท่องเที่ยวทะเลน้อย คือ การชม ‘ทะเลบัวแดง’ หรือ ‘ทะเลบัวสาย’ พันธุ์บัวที่มีขึ้นอยู่มากที่สุด โดยในช่วงเช้าเหล่า บัวสายจะพาออกดอกสีแดงสดบานสะพรั่งเต็มท้องน้ำในบริเวณที่มีบัวชนิดนี้ขึ้นอยู่ ถือเป็นอีกหนึ่งสีสันความงามคู่ทะเลน้อยที่มีอยู่คู่กัน มาแต่ช้านาน

ทะเลบัวแดง

ดอกบัวจะบานเฉพาะช่วงเช้าเท่านั้น พอเข้าช่วงสายก็จะหุบแล้ว นอกจากนี้ระหว่างนั่งเรือชมดอกบัว ยังสามารถชมพืชพันธุ์น่าสนใจ อื่นๆ อาทิ ผักตบชวา จอก แหน สาหร่ายต่างๆ กระจูด กง ย่านลิเภา กก และเสม็ดที่ยืนต้นตระหง่านอยู่ในพื้นที่ป่าบก อีกทั้งยังเพลิดเพลินกับบรรดานกน้ำนานาชนิด

‘ทะเลน้อย’ นับว่าเป็นดินแดนแห่งชีวิตและเป็นสวรรค์ของคนรักธรรมชาติ ที่มาท่องเที่ยวชมความงามที่ยังคงความเป็นเอกลักษณ์เฉพาะ ทะเลน้อยจึงเป็นส่วนหนึ่งของระบบนิเวศน์ที่ยิ่งใหญ่ ที่หล่อเลี้ยงชีวิตชาวปักษ์ใต้ที่อาศัยอยู่รายรอบ มาแต่โบราณกาลจนถึงยุคปัจจุบัน



Advertising