ท่องเที่ยว

ปั่นมุดถิ่นกุฎีจีน

Published 23 เม.ย. 2019

By Jack Worapan

Thonburi-Cycling-guide-to-go-Rabbit-Today-banner

แดดยามสายกับฟ้าหม่นของฤดูหนาว คละเคล้าสีเทาจางๆ ของหมอกพิษที่คืบคลานเข้าครอบคลุมท้องฟ้ากรุงเทพมหานครและปริมณฑล ทำให้คณะจักรยานท่องเที่ยวของเราหม่นหมองใจยิ่งกว่าสภาพอากาศ แม้เราจะรักการท่องเที่ยวบนอานจักรยานมากขนาดไหน ก็เห็นใจโพรงจมูกและถุงลมของเรามากกว่า ทำให้ช่วงที่มหานครของเราหันไปคบหากับสม็อก (Smoke + Fog = Smog) เจือละออง PM 2.5 เพื่อนรัก ทีมสองล้อเราจึงนัดกันไม่ค่อยติด

จนกระทั่งวันหนึ่งที่เราเกิดอึดอัดกับการไม่ได้ออกนอกบ้านมาเป็นสัปดาห์ก็มาถึง เมื่อศึกษาข้อมูลแล้วพบว่า เพื่อนสม็อกของเราจะมาหาตอนที่อากาศเย็น นั่นคือเช้าและค่ำเยอะเป็นพิเศษ เวลาบ่ายถึงเย็นจึงเป็นโมงยามที่เราน่าออกจากบ้าน เนื่องด้วยช่วงนี้ยังอยู่ในฤดูร้อนน้อย อากาศยามบ่ายอุณหภูมิไม่สูงนัก และทางการบอกว่า หน้ากากอนามัยในร้านสะดวกซื้อใช้ป้องกันฝุ่นละอองได้ 50% เราจึงนัดกันคว้าจักรยานคันเล็กไปขี่เล่นในพระนคร ย่านท่องเที่ยวสุดโปรดของพวกเรา

ปั่นมุดถิ่นกุฎีจีน,ท่องเที่ยว,Rabbit Today

ทริปนี้เราได้พี่กึง จากแก๊งจักรยานปั่นมุด และเวนดี้ ภรรยาชาวฮ่องกง ที่หากพี่เขาไม่บอกเราก็ไม่มีวันรู้ว่าเป็นคนต่างชาติ มาช่วยนำทาง ‘มุด’ จากเสาชิงช้าไปโผล่อีกฝั่งของแม่น้ำเจ้าพระยา ครั้นเวลาบ่าย คณะของเราพบกันที่ลานคนเมืองหน้าศาลากลางจังหวัดกรุงเทพมหานคร เริ่มเดินทางมุ่งหน้าทิศตะวันตก พี่กึงพาเราเข้าซอยเทศา ที่ตั้งของร้านบำรุงชาติสาสนายาไทย

ปั่นมุดถิ่นกุฎีจีน,ท่องเที่ยว,Rabbit Today

พี่กึงและเวนดี้ เจ้าถิ่นปั่นมุด

หรือบ้านหมอหวาน ร้านยาไทยโบราณที่ได้รับรางวัลอาคารอนุรักษ์ศิลปสถาปัตยกรรมดีเด่นจากสมาคมสถาปนิกสยาม ผ่านตลาดตรอกหม้อ วกเข้าถนนราชบพิธ ผ่านวัดราชบพิธฯ และสุสานหลวง ข้ามคลองรอบกรุง เข้าสู่ถนนท้ายวัง จนถึงย่านท่าเตียน แล้ววกลงใต้ ผ่านวัดโพธิ์ มุ่งหน้าสู่ปากคลองตลาด ขึ้นสะพานพุทธฯ ข้ามแม่น้ำเจ้าพระยา ระหว่างที่อยู่บนสะพานพุทธฯ เราหยุดดูพระปรางค์วัดอรุณฯ ที่คุ้นเคยในบรรยากาศที่แปลกไป เพราะมลพิษที่คละคลุ้ง ดูเป็นภาพที่ไม่ได้เห็นบ่อยนักในรอบปี

ปั่นมุดถิ่นกุฎีจีน,ท่องเที่ยว,Rabbit Today

เข้าซอยตลาดท่าเตียน

เมื่อเข้าสู่ฝั่งธนบุรี เราเลี้ยวขวาที่ตีนสะพานพุทธฯ ผ่านหน้าวัดประยูร เข้าสู่สำนักเทศกิจและเข้าสู่บาทวิถีเลียบแม่น้ำ มุ่งสู่ตะวันตก จนถึงท่าน้ำประตูโบสถ์ซางตาครู้ส ซึ่งนับเป็นประตูสู่ย่านชุมชนกุฎีจีนของเราในวันนี้ ชุมชนกุฎีจีน หรือกฎีจีน เป็นชุมชนเก่าแก่ที่สุดของกรุงธนบุรีศรีมหาสมุทร

ปั่นมุดถิ่นกุฎีจีน,ท่องเที่ยว,Rabbit Today

ข้ามสะพานพุทธฯ สู่ฝั่งธน

เป็นที่ตั้งรกรากของชาวจีนฮกเกี้ยนที่อพยพตามสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชมาสู่กรุงธนบุรี เมื่อครั้งก่อร่างสร้างเมือง โดยกลุ่มพ่อค้าชาวจีนฮกเกี้ยนได้อาศัยศาลเจ้าจีนเดิมที่เคยสร้างขึ้นมาตั้งแต่สมัยที่แรงงานจีนมาขุดคลองลัดเจ้าพระยา เป็นจุดหลักในการตั้งรกราก ซึ่งจุดนี้อยู่ห่างจากพระราชวังกรุงธนบุรีมาทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ไม่มากนัก สันนิษฐานว่าชื่อตำบล ‘กุฎีจีน’ นี้ มาจากศาลเจ้าที่ว่านี้เอง 

ปั่นมุดถิ่นกุฎีจีน,ท่องเที่ยว,Rabbit Today

เข้าสู่ชุมชนกุฎีจีน

หลังจากชาวจีนฮกเกี้ยนได้ลงหลักปักถิ่นในบริเวณรอบศาลเจ้ากุฎีจีนนี้แล้ว ก็ได้ช่วยกันสร้างศาลเจ้าขึ้นใหม่แทนศาลเจ้าเดิม ให้ชื่อว่าศาลเจ้า ‘เจียงอันเกง’ แต่เดิมตามบันทึกของศาลเจ้านั้นมีอยู่ 2 ศาล บูชาเทพโจวซือกงหนึ่ง และบูชาเทพเจ้ากวนอูอีกหนึ่ง ภายหลังจากล้นเกล้ารัชกาลที่ 1 ทรงย้ายเมืองไปฝั่งพระนคร ศาลเจ้าก็ถูกทิ้งร้างลง จนถึงสมัยรัชกาลที่ 3 ศาลเจ้าเจียงอันเกงก็ได้รับการบูรณะขึ้นใหม่ และใช้บูชาเจ้าแม่กวนอิม เพื่อคอยปกปักรักษาคนในชุมชนและพ่อค้าวานิชชาวจีน ที่เดินทางไป-มาบนลำน้ำเจ้าพระยาแห่งนี้ตราบจนปัจจุบัน

ปั่นมุดถิ่นกุฎีจีน,ท่องเที่ยว,Rabbit Today

ศาลเจ้าเจียงอันเกง

ครั้นเมื่อชาวจีนฮกเกี้ยนได้ก่อร่างสร้างชุมชนที่ริมแม่น้ำเจ้าพระยาข้างศาลเจียงอันเกงแล้ว ถึงคราวที่ชาวโปรตุเกสชนชาติมหามิตรของชาวกรุงศรีอยุธยาอีกหนึ่งชาติ ก็อพยพย้ายมาพึ่งพระบรมโพธิสมภารของสมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรีอีกกลุ่มหนึ่งด้วย โดยการย้ายมาในครั้งนี้ สมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรีได้พระราชทานที่ดินย่านชุมชนกุฎีจีนให้ชาวโปรตุเกสและกลุ่มคริสตังเข้ารีต ทั้งที่อยู่ในบางกอกและที่อพยพมาจากกรุงศรีอยุธยาได้อยู่อาศัย

ปั่นมุดถิ่นกุฎีจีน,ท่องเที่ยว,Rabbit Today

ศาลเจ้าเจียงอันเกง

กลุ่มชาวคริสตังเหล่านี้ได้ช่วยกันสร้างวัดคริสต์แห่งที่ 2 ของประเทศไทยขึ้น ใช้ชื่อว่า วัดซางตาครู้ส ที่ข้างวัดซางตาครู้สนี้เองเราได้พบร้านเล็กๆ ชื่อว่าร้านสวัสดี (ป้าแจ๊ว) ที่ป้ายมีเขียนว่าขายขนมจีนแกงไก่คั่วโบราณ สูตรชาวโปรตุเกส เราจึงต้องขอหยุดลิ้มลองรสชาติ และเมื่อสนทนาถึงที่มาของอาหารจานนี้ ก็ได้ความว่าเป็นสูตรอาหารที่ตกทอดมาแต่โบราณ ต้นตระกูลคุณลุง สามีของคุณป้า โดยคุณลุงเป็นลูกหลานชาวโปรตุเกสดั้งเดิมที่ปัจจุบันเหลืออยู่ไม่กี่ตระกูลแล้วในย่านกุฎีจีน เนื่องจากส่วนใหญ่แต่งงานกับคนไทยและย้ายถิ่นฐานไปหมดแล้ว 

ปั่นมุดถิ่นกุฎีจีน,ท่องเที่ยว,Rabbit Today

หน้าวัดซางตาครู้ส

ขนมจีนแกงไก่คั่วรสชาติถูกใจเราเหลือเกิน เป็นแกงกะทิที่ดูไม่ซับซ้อน รสหวานคล้ายน้ำพริกอ่อง เวลาเสิร์ฟจะมีน้ำยารสเผ็ดแยกถ้วยมาต่างหากให้ราดเพื่อเพิ่มความจัดจ้าน ร้านสวัสดีป้าแจ๊วนั้นอยู่หน้าวัดซางตาครู้ส ใกล้กันมีร้านเฮโลนมสด เสิร์ฟอาหารประเภทเดียวกัน โดยมีสวนหย่อมขนาดเล็กคั่นระหว่าง 2 ร้านนี้ 

ปั่นมุดถิ่นกุฎีจีน,ท่องเที่ยว,Rabbit Today

ขนมจีนแกงคั่ว เบาท้องเหมาะกับนักปั่นชิม

หลังจากอิ่มแบบสบายท้องแล้ว เราขี่จักรยานลัดเลาะในชุมชนกุฎีจีน ผ่านร้านขนมฝรั่งกุฎีจีน ‘ธนูสิงห์’ ผ่านพิพิธภัณฑ์ชุมชนกุฎีจีน ทั้ง 2 แห่งควรค่าแก่การแวะชม แต่วันนี้ไม่มีเวลามาก เดี๋ยวเพื่อนสม็อกรอบเย็นจะมาเยือนเราในไม่ช้า 

เราจึงมุ่งหน้าออกจากชุมชนกุฎีจีนสู่เส้นทางเลียบแม่น้ำไปทางตะวันตก แวะศาลเจ้าเจียงอันกง แวะวัดกัลยาณมิตรวรวิหาร ที่สร้างขึ้นล้อกับวัดพนัญเชิงที่กรุงศรีอยุธยา โดยพระราชดำริของล้นเกล้ารัชกาลที่ 3 และพระบาทสมเด็จพระมงกุฏเกล้าเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 4 ได้พระราชทานนามพระประธานของวัดให้เหมือนกับพระประธานที่วัดพนัญเชิงว่า ‘พระพุทธไตรรัตนนายก’ และชาวจีนยังเรียกหลวงพ่อโตว่า ‘ซำปอกง’ เหมือนกันด้วย

ปั่นมุดถิ่นกุฎีจีน,ท่องเที่ยว,Rabbit Today

วัดหลวงพ่อโตซำปอกง

เราจบทริปจักรยานแอบสม็อกของเราไว้ที่วัดหลวงพ่อโตซำปอกงนี้ แล้วมุ่งหน้ากลับสู่เสาชิงช้า เพื่อหลบไปอยู่ในชายคาที่อุ่นใจ โดยในวันนั้นเราหารู้ไม่ว่า การอยู่ในบ้านกับการอยู่นอกบ้าน เพื่อนสม็อกของเราก็ไปหาเราได้เท่าๆ กัน หากวันไหนชาวกรุงพร้อมใจกันใช้จักรยานเดินทาง หรือใช้ขนส่งมวลชนอย่างรถไฟฟ้าทั้งหลาย 

ปั่นมุดถิ่นกุฎีจีน,ท่องเที่ยว,Rabbit Today

ปั่นมุดถิ่นกุฎีจีน,ท่องเที่ยว,Rabbit Today

ทางเดินและปั่นริมเจ้าพระยา

มลพิษที่เราช่วยกันสร้างอาจจะลดลงเหมือนในประเทศที่เขาเคยผ่านวิกฤตมลพิษทางอากาศเคยทำได้มาแล้วก็เป็นได้



Advertising