สุขภาพและกีฬา

‘โรคซึมเศร้า’ เป็นจริงหรืออุปาทานหมู่?

Published 3 ต.ค. 2019

By เพชรดาวโพนี่

รู้จักโรคซึมเศร้า

โรคซึมเศร้า’ ดูจะเป็นโรคที่ค่อนข้างดังในยุคนี้ และดูจะมีไม่น้อยเลยทีเดียวกับคนที่ตกเป็นเหยื่อของวายร้าย ‘ซึมเศร้า’ ทุกวันี้เราจะเห็นได้ว่ามีคนมากมายหลายคนที่โดนพรากชีวิตไปนักต่อนักแล้วจากการป่วยเป็นโรคนี้ ไม่ว่าจะอะไรก็ตามแต่ ผู้ตายทุกๆ คนคงคิดว่านี่คือหนทางที่ดีที่สุดสำหรับชีวิตตัวเองแล้ว…แต่ในส่วนของคนที่ยังอยู่ก็ต้องสู้ต่อไป

ส่วนสำหรับใครที่กำลังสงสัยว่านี่ฉันกำลังป่วยเป็นซึมเศร้าอยู่รึเปล่านะ จะรู้ตัวได้ยังไงกัน?! บทความนี้มีคำตอบมาให้ทุกคนแล้วค่ะ!

1. หมั่นสังเกตตัวเอง

ถ้ารู้สึกช่วงนี้ว่าอารมณ์ของตัวเองไม่ปกติเลย มักจะชอบโทษตัวเองอยู่เสมอ มองว่าตัวเองทำไรก็ผิด ไม่น่าเกิดมาเลย คิดลบอยู่ตลอดเวลา ไม่อยากทำอะไร เบื่อไปหมด คิดอยากฆ่าตัวตายในบางครั้ง (ในกรณีที่อาการค่อนข้างรุนแรงแล้ว) อยากให้ทุกๆ คนลองสังเกตภาวะอารมณ์และพฤติกรรมของตัวเองดีๆ หรืออาจจะเป็นอาการของคนรอบข้างที่กำลังสงสัยว่าเป็นรึเปล่านะ? 

แต่ไม่ใช่ว่าทุกคนที่มีอาการแบบนี้จะเป็นซึมเศร้าทั้งหมดหรอกนะ บางทีอาจจะแค่เจอเรื่องราวแย่ๆ เข้ามาในชีวิต หรืออยู่ในช่วงอกหัก จนทำให้เกิดอาการอย่างว่าก็เป็นได้ ลองสังเกตตัวเองกันดีๆ

2. ไปหาหมอ

หลังจากได้สังเกตตัวเองมาสักระยะหนึ่งแล้ว อาจจะเป็นเวลาสัก 2 อาทิตย์ แต่ถ้าอาการของตัวเราเองค่อนข้างหนักอย่างที่กล่าวไปข้างต้นแล้วละก็ ไปหาหมอดีกว่าค่ะ

และอยากจะบอกอีกอย่างหนึ่งว่าสำหรับใครที่รู้ตัวว่าเป็น แต่ไม่ยอมไปหาหมอ รีบไปหาเถอะค่ะ มันคือผลดีต่อตัวคุณเองที่สุดแล้วนะคะ จริงๆ ยิ่งรู้ว่าเป็น ยิ่งรู้ว่ามีอาการแต่ไม่ไปหาหมอ มันคือวิธีการฆ่าตัวเองทางอ้อมชัดๆ 

3. ทานยาให้ครบตามที่แพทย์สั่ง 

สำหรับใครที่ไปหาหมอคุณหมอและได้ยามาทานแล้ว สิ่งที่สำคัญมาก! มากที่สุดก็คือการทานยาให้ครบตามที่หมอสั่ง เพชรดาวเห็นมาหลายเคสแล้วค่ะสำหรับคนที่ป่วย และไม่ยอมทานยา อ้างว่าลืมบ้างอะไรบ้าง สุดท้ายแล้วผลเสียมันก็จะตกอยู่ที่ตัวเราเองนี่แหละค่ะ 

อยากจะยกตัวอย่างให้ฟังอย่างเช่นมีคนๆ หนึ่งหาหมอมาสองปีกว่าๆ แล้วแถมยังทานยาตามที่หมอสั่งทุกอย่าง จนตอนนี้สองปีแล้วก็ยังไม่หายขาดเลย แต่ก็ดีขึ้นบ้าง เพราะฉะนั้น ต้องทานยาให้ครบนะคะ!

และสำหรับใครที่มีคนใกล้ตัวสงสัยว่าคนนี้จะป่วยเป็นโรคซึมเศร้ามั้ย? ล่าสุดได้มีจิตแพทย์ออกมาแนะนำวิธีการสังเกตว่าสิ่งนี้แหละ คือสัญญาณเตือน หรือเข้าสู่จุดอันตรายแล้วนะ ดังนี้

  1. การโพสต์ หรือการพูดคุยที่เหมือนเป็นการสั่งเสีย ไม่ว่าจะเป็นคำพูดขอบคุณ ขอโทษ หรือบอกลา ก็ตาม
  2. โพสต์ข้อความลงโซเชียลเกี่ยวกับความตาย หรือโพสต์แนวไม่อยากจะมีชีวิตอยู่ต่อไป
  3. โพสต์ข้อความลงโซเชียลเกี่ยวกับความล้มเหลวในชีวิต รู้สึกไม่มีความหมาย
  4. โพสต์ข้อความลงโซเชียลเกี่ยวกับความเจ็บปวดในชีวิต 
  5. โพสต์ข้อความลงโซเชียลว่าตัวเองเป็นภาระกับคนอื่น คนรอบข้าง 

นี่แหละ คือ 5 สัญญาณเตือนที่คนธรรมดาทั่วไปอาจจะมองข้ามหรือไม่ทันสังเกต อย่าลืมสังเกตคนรอบข้างของคุณกันให้ดีนะคะ

ส่วนสำหรับใครที่ยังไม่กล้าไปหาหมอ หรือมีปัญหาที่ค้างคาอยู่แต่ไม่สามารถจะปรึกษาใครได้ ตอนนี้เขามีสายด่วนสุขภาพจิตสำหรับใครที่ต้องการคนรับฟัง คนพูดคุย สามารถโทรไปได้เลยที่เบอร์ 1323 หรือติดต่อ Inbox คุยปัญหาได้ที่ Facebook page: 1323 ปรึกษาปัญหาสุขภาพจิต

1323 ปรึกษาปัญหาสุขภาพจิต

และตอนนี้ถ้าหลายๆ คนเห็น หรืออาจจะไปเสิร์ชดูมาบ้าง ก็มีแบบสอบถามออนไลน์สำหรับใครที่กำลังกังวลหรือคิดว่าตัวเองป่วยเป็นซึมเศร้ามั้ยนะให้ลองทำกันด้วยนะ! ที่เว็บไซต์ www.dmh.go.th ลองเข้าไปทำกันดูได้ แต่ในทางที่ดีที่สุดที่อยากจะแนะนำก็คือ ‘ไปหาหมอ’ นั่นแหละค่ะ หมอจะเป็นคนบอกกับเราเองว่าเราเป็นหรือไม่เป็นกันแน่? และมีวิธีแก้หรือรักษายังไงกันบ้าง

ในปัจจุบันถึงเราจะเห็นคนป่วยเป็นซึมเศร้าเยอะก็จริง แต่จะรู้ได้ยังไงล่ะ? ว่าป่วยจริง หรือแค่อุปทานหมู่กันแน่? อยากบอกหลายๆ คนที่อุปทานหมู่หรือเอาโรคซึมเศร้ามาอ้างโดยเฉพาะเมื่อเราทำผิดนั้น อยากจะบอกว่าเป็นสิ่งที่ไม่ควรอย่างยิ่งค่ะ ‘ซึมเศร้า’ กับการ ‘เอาแต่ใจ’ นั้นมันคนละส่วนกันน้า แถมจะทำให้ผู้ป่วยที่กำลังเป็นอยู่ถูกมองไม่ดี และรู้สึกไม่ดีเพิ่มขึ้นอีกด้วย

อยากให้ทุกๆ คนเข้าใจคนที่ป่วยเป็นโรคซึมเศร้า หลายๆ คนอาจะไม่เข้าใจ สำหรับใครที่ไม่เข้าใจ อยากให้เข้าใจใหม่ว่า ‘โรคซึมเศร้า ไม่ได้บ้า มันคืออาการป่วยอย่างหนึ่ง’ เพชรดาวเข้าใจว่ามันยากที่จะเข้าใจจริงๆ หากเราไม่ได้เป็น แต่การป่วยทางจิตแบบนี้ คนรอบข้าง เพื่อน และครอบครัว ควรใช้ความเข้าใจมากๆ ผู้ป่วยก็คือผู้ป่วย คงไม่มีใครอยากป่วยหรอก จริงมั้ยคะ? สำหรับใครที่คนรอบข้างกำลังป่วยอยู่ หรือใครก็ตามกำลังป่วย ขอให้หายโดยไว ทานยาให้ครบตามที่หมอสั่ง และกลับมาปกติ กลับมาสดใสเหมือนเดิมโดยเร็วนะคะ เป็นกำลังใจให้ผู้ป่วยทุกคนนะ ^^



Advertising