Published 31 ก.ค. 2018

By มิกกี้-นนท์ อัลภาชน์ ณ ป้อมเพชร

Aerobic-Training-Health-and-Sport-Rabbit-Today-Banner

แอโรบิกเทรนนิ่ง หรือ ‘คาร์ดิโอ’ คืออย่างเดียวกันครับ เวลาเราไปยิม จะเห็นว่าหลายคนชอบวิ่งอยู่บนลู่วิ่ง หรือทำคาร์ดิโออย่างใดอย่างหนึ่ง ถามคนทั่วไป เวลาไปยิม ไม่ว่าจะที่ไหนก็ต้องคาร์ดิโอ ผมเห็นคนทำกันเยอะมาก ไม่ใช่ไม่ดีครับ เพราะการออกกำลังกายไม่ว่าแบบไหนย่อมดีเสมอ แต่แค่มีที่ดีกว่า…

อย่างที่เราพูดไปในหลายตอนก่อนหน้า คือการเล่นเวทเทรนนิ่ง แต่วันนี้จะมารู้จักการคาร์ดิโอกันเพิ่มเติม

มันคือการออกกำลังกายอีกประเภทนึงที่ร่างกายต้องใช้ออกซิเจนก่อนที่จะให้พลังงานเรา จุดประสงค์ของการคาร์ดิโอ (นอกจากไปเดินเล่นมือถือแล้ว) เราต้องการจะทำให้หัวใจเต้นสูงขึ้น และหายใจแรงขึ้น เพื่อให้มีความเครียดกับระบบหัวใจและการหายใจของเรา (Cardiorespiratory System)

ประโยชน์หลักๆ เช่น ช่วยพัฒนาระบบหัวใจและการหายใจ ลดความเสี่ยงต่อการเป็นโรคหัวใจ ยังมีอีกงานวิจัยหนึ่งบอกว่า การคาร์ดิโอสามารถเผาผลาญไขมันบริเวณหน้าท้องหรือช่วงกลางของเราได้ แต่อย่าลืมว่าการลดเฉพาะจุดนั้นค่อนข้างเป็นไปได้ยาก และอย่าหวังพึ่งแต่ตรงนี้ (เดี๋ยวจะเขียนเรื่อง ‘ลดเฉพาะจุด’ ให้อ่านนะครับ)

Aerobic Training,Health and Sport,Rabbit Today

การคาร์ดิโอยังช่วยเพิ่มปริมาณเส้นเลือดฝอยไปยังเนื้อเยื่อส่วนต่างๆ ในร่างกาย เพื่อที่จะแลกเปลี่ยนสารอาหาร ยิ่งถ้าเส้นเลือดฝอยเพิ่มมากขึ้น ร่างกายสามารถดึงไขมันมาใช้เป็นพลังงานได้มากขึ้น (ลองสังเกตดู ส่วนที่เราสะสมไขมันจะเป็นจุดที่เส้นเลือดฝอยมีไม่เยอะ เช่น หลังส่วนล่าง) และเส้นเลือดฝอยที่มากขึ้นจะช่วยให้สารอาหารต่างๆ ไปจนถึงกล้ามเนื้อและเนื้อเยื่อนั้นๆ ได้ดีขึ้น  

อย่าลืมนะครับว่าการลดน้ำหนักหรือไขมันนั้นมีแค่ 2 ส่วน นั่นคือ พลังงานเข้า และพลังงานออก และการคาร์ดิโอจะช่วยในส่วนของพลังงานออก 

การคาร์ดิโอโดยคร่าวๆ ควรทำอย่างน้อย 5 วันต่อสัปดาห์ ที่ระดับการเต้นของหัวใจ 55-70% ของอัตราการเต้นหัวใจสูงสุด ประมาณ 150 นาทีต่อสัปดาห์ ทำอย่างน้อย 3 วันต่อสัปดาห์ ที่ระดับอัตราการเต้นของหัวใจมากกว่า 70% ของอัตรการเต้นหัวใจสูงสุด ประมาณ 75 นาทีต่อสัปดาห์ หรือทำ 2 แบบควบคู่กันได้

Aerobic Training,Health and Sport,Rabbit Today

แต่ที่ว่ามานี้คือแบบคร่าวๆ ไม่จำเป็นต้องทำตาม มีอีกวิธีที่ผมชอบทำคือ คาร์ดิโอโดยนับแคลอรี่ที่เผาผลาญไป เพราะเรารู้กันอยู่ว่า 3,500 แคลอรี่ ที่ติดลบ จะลดไขมันได้ 0.5 กิโลกรัม สามารถทำได้ ไม่ว่าจะลดพลังงานที่เข้า หรือเพิ่มเอาพลังงานออกไปมากขึ้น

ยกตัวอย่าง ถ้าเราลดแคลอรี่จากอาหารไปวันละ 300 แคลอรี่ เป็นเวลา 7 วัน สัปดาห์หนึ่งจะลดไป 2,100 แคลอรี่ ซึ่งถ้าลดอีก 1,400 แคลอรี่ ก็จะครบ 3,500 แคลอรี่ ไอ้เจ้า 1,400 แคลอรี่ที่ต้องทำให้ติดลบนี่ละ เราสามารถใช้การออกกำลังหรือคาร์ดิโอช่วยได้ 

เช่น เผาผลาญออกวันละ 200 แคลอรี่ต่อวันก็ได้ หรือวันละ 350 แคลอรี่จำนวน 4 วันก็ได้ อันนี้คือตัวอย่าง งงไหมครับ ถ้างง ลองอ่านวนใหม่ช้าๆ จด และเขียนดู แต่ในความเป็นจริง ตัวเลขพวกนี้อาจไม่ได้สวยหรูขนาดนั้น มีบวกลบแน่นอนอยู่แล้วครับ

Aerobic Training,Health and Sport,Rabbit Today

สุดท้ายครับ อย่าทำคาร์ดิโอเป็นบ้าเป็นหลังหรือเยอะจนเกินไป เพราะมีผลต่อการสร้างกล้ามเนื้อ และอยากให้ใช้การควบคุมอาหารเป็นหลัก ควบคู่ไปกับเวทเทรนนิ่ง และใช้การคาร์ดิโอเป็นตัวช่วยในการลดน้ำหนัก แต่ถ้าคุณเป็นนักกีฬาหรือคนที่จะแข่งกีฬา และต้องการคาร์ดิโอเพื่อความฟิตมากๆ นั่นก็อีกเรื่องหนึ่งครับ



Advertising