สุขภาพและกีฬา

ยาแก้แพ้กับอาการง่วงซึม

Published 15 ม.ค. 2019

By อายุรศาสตร์ง่ายนิดเดียว

antihistamines-side-effects-health-and-sport-Rabbit-Today-banner

ยาแก้แพ้ที่เราใช้กันอยู่ทุกวัน ไม่ว่าจะใช้รักษาอาการภูมิแพ้จมูก ผื่นแพ้ ลมพิษ หรือใช้เพื่อลดน้ำมูกในการรักษาโรคหวัดนั้น คุณคงได้รับคำแนะนำเสมอๆ ว่ายากลุ่มนี้อาจทำให้ง่วงซึม ไม่ควรขับรถหรือทำงานกับเครื่องจักรที่อาจเกิดอันตรายได้ แต่จริงๆ แล้ว ผลข้างเคียงของยาแก้แพ้ไม่ใช่แค่ง่วงซึมเท่านั้น

อาการง่วงซึมของยาแก้แพ้มีผลมาจากตัวยา สามารถเข้าสู่สมองได้พอสมควร (ปกติแล้วยาต่างๆ จะผ่านเข้าสู่สมองได้ไม่ง่ายนัก เพราะร่างกายมีกลไกปกป้องที่เรียกว่า Blood-brain Barrier) สำหรับยาแก้แพ้กลุ่มที่เราพูดถึงกันนี้คือยาแก้แพ้ที่ชื่อว่ายาต้านฮิสตามีนยุคแรกๆ (First Generation Antihistamine) 

ตัวที่เรารู้จักและใช้กันบ่อยๆ คือ ยาคลอร์เฟนิรามีน สำหรับแก้แพ้สารพัดประโยชน์ ยาไดเมนไฮดริเนต สำหรับแก้วิงเวียน เมารถ เมาเรือ ยาเม็ดไฮดรอกซิซีนที่นิยมใช้รักษาผื่นแพ้ผิวหนังหรือลมพิษ และยาเม็ดไซโปรเฮปตาดีนที่เชื่อกันว่าช่วยเจริญอาหาร ซึ่งมีผลการศึกษาออกมาแล้วว่าไม่มีผลตามนั้น

ยาต่างๆ ที่กล่าวไป มีผลข้างเคียงต่อระบบประสาท ไม่ทำให้แค่เพียงง่วงซึมเท่านั้น ยังมีผลต่อการรับรู้ ทำให้รับรู้และคิดตอบสนองช้าลงด้วย ถึงกับห้ามนักบินกินยากลุ่มนี้ก่อนขึ้นบินเลยนะครับ ส่วนพวกเราอาจจะมีผลเวลาขับยวดยานพาหนะได้ และไม่จำเป็นต้องกินเกินขนาดถึงจะมีอาการ ในขนาดการรักษาปกติก็เกิดอาการข้างเคียงทางระบบประสาทนี้ได้ และถ้ากินร่วมกับเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ อาการที่กล่าวมาจะรุนแรงขึ้นจนมีคำศัพท์ว่า Antihistamine Hangover เลยทีเดียว (ไม่รู้ว่าแฮงจากเหล้าหรือยากันแน่)

 นอกจากนี้ ยายังไปมีผลกับระบบประสาทอัตโนมัติที่ใช้ควบคุมหัวใจและหลอดเลือด ทำให้มีอาการใจสั่นและความดันโลหิตต่ำลง โดยเฉพาะกับผู้สูงวัยที่การปรับตัวระบบประสาทไม่มีประสิทธิภาพเท่าวัยหนุ่มสาว ยายังไปมีผลกับระบบประสาทอัตโนมัติควบคุมร่างกายหลายอย่าง เกิดผลข้างเคียงหลายประการ ได้แก่ ท้องผูก ปัสสาวะไม่ออก น้ำลายลดลง ตาพร่ามัว เช่นกันในผู้สูงวัยจะเกิดผลข้างเคียงนี้มากกว่า

สำหรับยาต้านฮิสตามีนในรุ่นต่อมา (Second Generation Antihistamine) จะไม่ค่อยเข้าสู่สมองมากไปจนทำให้มีผลข้างเคียงคืออาการง่วงซึม หรือพูดง่ายๆ ว่ามีผลข้างเคียงต่างๆ ลดลง เช่น ยาลอราตาดีน เซทิริซีน หรือเฟกโซเฟนาดีน ยาต่างๆ เหล่านี้พัฒนามาให้ออกฤทธิ์นานขึ้น และเข้าสู่ระบบสมองน้อยลง ผลต่อการง่วงซึมจะน้อยลงมากครับ เหมาะกับผู้ที่ไม่อยากมีผลข้างเคียงที่น่ารำคาญ หรือมีอันตรายจากยา ส่วนประสิทธิภาพการออกฤทธิ์ก็พอๆ กันกับยารุ่นแรกครับ

การใช้ยากลุ่มนี้จึงต้องระวังผลเสียพอสมควร และไม่ควรใช้เพื่อให้หลับ เพราะยากลุ่มนี้ไม่ใช่ยานอนหลับ แต่มันมีผลต่อระบบประสาทที่รุนแรงมากกว่าแค่ ‘ง่วง’ นะครับ



Advertising